
ยิ่งคุยยิ่งร้าว
ดูเหมือนว่ายิ่งคุยก็ยิ่งร้าว ยิ่งเห็นต่างกันมากขึ้น สำหรับกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ที่ต่างฝ่ายต่างแข็งกร้าวเข้าใส่กันจนสถานการณ์เริ่มตึงเครียดทันที ในปลายเดือนนี้ถ้ากรีซไม่ได้ข้อตกลงกับเจ้าหนี้ ก็จะไม่ได้เงินช่วยเหลือก้อนต่อไป 1,700 ล้านยูโร เพื่อไปชำระหนี้ สุดท้ายก็ต้องเป็นหนี้เสียอย่างที่ทั่วโลกรู้กันดี กรีซก็มีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดจากกลุ่มยูโรโซนครับ
ดูเหมือนว่ายิ่งคุยก็ยิ่งร้าว ยิ่งเห็นต่างกันมากขึ้น สำหรับกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ที่ต่างฝ่ายต่างแข็งกร้าวเข้าใส่กันจนสถานการณ์เริ่มตึงเครียดทันที ในปลายเดือนนี้ถ้ากรีซไม่ได้ข้อตกลงกับเจ้าหนี้ ก็จะไม่ได้เงินช่วยเหลือก้อนต่อไป 1,700 ล้านยูโร เพื่อไปชำระหนี้ สุดท้ายก็ต้องเป็นหนี้เสียอย่างที่ทั่วโลกรู้กันดี กรีซก็มีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดจากกลุ่มยูโรโซนครับ
ถือว่ามีความเป็นไปได้สูงมากถ้าหากพิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้
สิ่งที่รัฐบาลกรีซ ภายใต้นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ค้านหัวชนฝาก็คือการตัดลดบำเหน็จบำนาญ และการปรับขึ้นภาษี โดยอ้างว่าการตัดลดดังกล่าวจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจและชาวกรีซแย่ยิ่งกว่าเดิม อย่างที่นายกรัฐมนตรีกรีซบอกว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น กรีซเหมือนกับถูกปล้นสะดมจากกลุ่มเจ้าหนี้ทีเดียว เพราะมาตรการรัดเข็มขัดที่กรีซถูกเจ้าหนี้บังคับให้ปฏิบัติตามนั้นทำให้ประชาชนชาวกรีซและเศรษฐกิจย่ำแย่หนักมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
ซึ่งในความเป็นจริง ปัญหาหนี้ที่บ่มเพาะในกรีซมาตลอดหลายสิบปีนั้น ก็เป็นเพราะฝ่ายการเมืองของกรีซที่พากันออกนโยบาย “ประชานิยม” เพื่อดึงเสียงสนับสนุนจากประชาชนกันทั้งนั้นครับ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรสวัสดิการที่ดีเยี่ยม ว่ากันว่าบางอย่างดีกว่าประเทศรวยๆ ในยุโรปเสียอีก
พรรคการเมืองไหนอยากชนะการเลือกตั้งก็เสนอนโยบายเอาใจประชาชนกันแบบไม่คิดถึงอนาคต เช่น เพิ่มจำนวนข้าราชการและลูกจ้างรัฐ ขณะที่อายุการเกษียณของข้าราชการก็เร็วกว่าหลายประเทศในยุโรปเสียอีก นโยบายเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้รัฐบาลกรีซมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ว่ากันว่าค่าใช้จ่ายในเรื่องเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างรัฐในกรีซนั้นสูงถึง 75% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เปรียบกับคน กรีซก็เหมือนกับคนที่ล้มละลาย ที่เจ้าหนี้เข้ามาช่วยเหลือและต้องมีข้อแม้ที่กรีซจะต้องปรับโครงสร้างหนี้ และสร้างวินัยทางการเงินใหม่ ซึ่งประเด็นสำคัญก็คือจะต้องทำให้รัฐบาลกรีซกลับมามีงบดุลที่สมดุลอีกครั้ง ด้วยการลดรายจ่ายโดยเฉพาะการลดบำเหน็จบำนาญ พร้อมๆ กับการขึ้นภาษีดังกล่าว แต่ทว่าสถานการณ์ของกรีซในขณะนี้แย่เกินกว่าจะรับไหว ยิ่งถ้าหากกรีซยอมรับในแผนการดังกล่าว ก็อาจจะทำให้กรีซต่ออายุให้อยู่ต่อไปในยูโรโซนได้ แต่ทว่าคนกรีซจะเหลืออะไรให้กินละครับคราวนี้
ทางออกที่น่าสนใจก็คือ หาทางให้กรีซออกจากยูโรโซนไปนั่น โดยหนี้มูลค่า 3.22 แสนล้านยูโรของกรีซนั้น แบ่งเป็น เจ้าหนี้เอกชนถืออยู่ประมาณ 17% อีก 83% เป็นหนี้ในรูปเงินกู้และพันธบัตร ซึ่งรัฐบาลต่างๆ ของสหภาพยุโรปถืออยู่ 62% กองทุนการเงินระหว่างประเทศอีก 10% และธนาคารกลางยุโรปอีก 8%
กัดฟันทิ้งกรีซไปน่าจะดีที่่สุดสำหรับทั้งกรีซและยูโรโซนครับ







