
ขึ้นภาษีแอลพีจี
นโยบายของกระทรวงพลังงานในการปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้พลังงานชนิดต่างๆ และสะท้อนต้นทุนการผลิตและการจัดหา จากที่ถูกตรึงราคามาเป็นเวลานาน โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาหน้าโรงแยกก๊าซไว้ที่ 333 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพื่อให้ราคาแอลพีจีคงที่อยู่ที่ระดับ 18.13 บาท/กิโลกรัม จนบรรดารถบรรทุกขนส่งและรถยนต์ส่วนตัวจำนวนมากหันไปติดแก๊สเพื่อใช้พลังงานทางเลือกที่ราคาถูกกำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ
นโยบายของกระทรวงพลังงานในการปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้พลังงานชนิดต่างๆ และสะท้อนต้นทุนการผลิตและการจัดหา จากที่ถูกตรึงราคามาเป็นเวลานาน โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาหน้าโรงแยกก๊าซไว้ที่ 333 เหรียญสหรัฐ/ตัน เพื่อให้ราคาแอลพีจีคงที่อยู่ที่ระดับ 18.13 บาท/กิโลกรัม จนบรรดารถบรรทุกขนส่งและรถยนต์ส่วนตัวจำนวนมากหันไปติดแก๊สเพื่อใช้พลังงานทางเลือกที่ราคาถูกกำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ
เพราะแนวทางที่จะยกเลิกการใช้ก๊าซแอลพีจีในภาคขนส่งอีก 1-2 ปีข้างหน้านั้น ได้ส่งผลกระทบกับผู้ใช้รถยนต์รวมกันกว่า 1.5 ล้านคัน ผู้ประกอบการสถานีบริการแอลพีจีทั่วประเทศกว่า 2,011 แห่ง และอู่รถที่รับติดตั้งแอลพีจีอีกจำนวนมาก
คำประกาศของนายกสมาคมธุรกิจก๊าซรถยนต์ไทย ที่ระบุว่า จะเปิดโหวตจากประชาชน 1 ล้านรายชื่อ เพื่อคัดค้านต่อกระทรวงพลังงานและนายกรัฐมนตรี และเสนอว่าภาครัฐควรส่งเสริมพลังงานอย่างเสรี มีความเท่าเทียมกัน โดยบริษัท ปตท.ในฐานะผู้ผลิตและจัดหาแอลพีจีควรจัดหาให้พอเพียงทุกภาคส่วน หากไม่พอควรเปิดเสรีนำเข้า และราคาแอลพีจีจะต้องเป็นไปตามตลาดโลก ไม่บิดเบือนความเป็นจริง เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องนำไปพิจารณาทบทวน
เนื่องจากการเติบโตในการใช้แอลพีจีภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรมนั้น เกิดจากนโยบายที่ผิดพลาดและกลไกราคาที่บิดเบี้ยวไปจากความจริง และเกิดจากการสนับสนุนของรัฐบาลทั้งทางตรงและทางอ้อม
ดังนั้น หากจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อลดการใช้เงินไปอุดหนุนแอลพีจี รัฐบาลควรจะพิจารณาทบทวนในเรื่องโครงสร้างราคาที่บิดเบี้ยวผ่านการปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตของแอลพีจีในภาคขนส่งขึ้นมา ให้มีอัตราที่เท่าเทียมกับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดอื่นที่ใช้เพื่อการขนส่งเพื่อความเป็นธรรม
ทั้งนี้ เมื่อปรับอัตราภาษีขึ้นมาแล้ว ราคาขายปลีกแอลพีจีจะถูกหรือแพงกว่า ราคาน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด ประชาชนผู้ใช้เชื้อเพลิงจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเอง กลไกการตัดสินใจดังกล่าวจะเป็นตัวสะท้อนออกไปยังปริมาณการใช้โดยตรงในอนาคต
รัฐบาลต้องใช้ห้วงเวลาที่น้ำมันมีราคาถูกปรับขึ้นภาษีแอลพีจีภาคขนส่งที่ปัจจุบันถูกเรียกเก็บอยู่แค่ 1 บาท/ลิตร หรือตกประมาณ 2.30 บาท/กิโลกรัม โดยจะต้องปรับขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่รัฐจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอยู่ลิตรละ 4-5 บาท เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้พลังงานชนิดอื่น และลดภาระการใช้เงินของรัฐไปอุดหนุนการใช้พลังงาน แต่ต้องไม่ใช้ใช้มาตรการทางนโยบายไปสกัดหรือยกเลิกการใช้ก๊าซแอลพีจีโดยเด็ดขาด
เนื่องจากมาตรการดังกล่าวไม่เพียงแต่กระทบกับประชาชนโดยรวมเท่านั้น ยังเป็นการปิดกั้นการใช้พลังงานทางเลือกของประเทศในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีมาตรการในการดูแลครัวเรือนทั้งประเทศที่ใช้แอลพีจีในการหุงต้มเพื่อไม่ให้เดือดร้อนด้วย







