posttoday
ติดเครื่องลงทุน โหมโรงโครงการเก่า

ติดเครื่องลงทุน โหมโรงโครงการเก่า

18 มิถุนายน 2558

อีกไม่กี่วันเศรษฐกิจไทยปี 2558 ก็จะเดินทางมาครบครึ่งแรก ซึ่งต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแต่ยังไม่ฟื้นไข้

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

อีกไม่กี่วันเศรษฐกิจไทยปี 2558 ก็จะเดินทางมาครบครึ่งแรก ซึ่งต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแต่ยังไม่ฟื้นไข้ ถึงแม้เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัวได้ดี แต่การขยายตัวไตรมาส 2 ต้องลุ้นหนักว่าจะดีหรือแย่กว่าไตรมาสแรก

ยิ่งมองไปข้างหน้าด้วยแล้ว ตอนนี้สิ่งที่จะช่วยดันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง เหลือเพียงตัวช่วยเดียว คือ การลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ หากทำไม่ได้เศรษฐกิจไทยก็มีไหลลงเนินอีกครั้ง

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะปัจจัยอื่นๆ พึ่งไม่ได้ การส่งออกเจอพิษเศรษฐกิจโลกขยายตัวแทบไม่ได้ การบริโภคเอกชนเริ่มอ่อนแรงรอบใหม่จากรายได้ลดจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนก็ไม่ขยับ ตราบใดที่การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐไม่ลงเสาเข็ม

ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะใช้นโยบายการเงินเข้ามาช่วยเศรษฐกิจไทย โดยในรอบครึ่งปีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยถึง 2 ครั้ง จาก 2% ต่อปี มาอยู่ที่ 1.5% ต่อปี ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าดันมูลค่าการส่งออกให้เพิ่มขึ้น ก็เป็นการส่งผลดีแค่ช่วงสั้นและไม่ยั่งยืน

เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะการใช้อัตราแลกเปลี่ยนมาดันเศรษฐกิจเป็นเหมือนเหรียญสองด้าน ด้านดีทำให้มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ด้านลบก็ทำให้ต้นทุนนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะราคาน้ำมันขยับเพิ่มจนสร้างผลกระทบให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคมีต้นทุนและภาระจากค่าน้ำมันแพงขึ้น

นอกจากนี้ การประชุม กนง.ล่าสุดที่คงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม 1.5% ต่อปี ทำให้จับสัญญาณได้ว่า การใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมาถึงทางตัน การลดดอกเบี้ยมากไปกว่านี้จะส่งผลกระทบมากกว่าผลดีกับเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทบผู้ฝากเงินที่จะมีปัญหารายได้และการครองชีพตามมาให้รัฐบาลปวดหัวตามแก้ปัญหาไม่ตกเพิ่มขึ้นขณะเดียวกันการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบสนองจากสถาบันการเงินช้ามาก ที่สำคัญสถาบันการเงินก็ยังคงระวังตัวแจไม่ปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจหรือผู้บริโภค เพราะในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีก็จะมีหนี้เสียตามมาสะเทือนฐานะการเงินและการดำเนินการของสถาบันการเงินเองในที่สุด

ดังนั้น การจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ต้องเป็นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่เท่านั้น ที่จะมีกำลังมากพอที่จะดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากไข้หนักในครั้งนี้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ออกมายอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ต้องขับเคลื่อนการลงทุนของภาครัฐ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาการลงทุนภาครัฐยังทำได้ช้า โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่จริงๆ เช่น รถไฟทางคู่ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่พร้อมมากที่สุด กว่าจะลงทุนได้จริงๆ ก็ต้นปีหน้า ไม่ใช่ปีนี้

เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลจึงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยการเข็นการลงทุนขนาดเล็กๆ ย่อยๆ มาพยุงเศรษฐกิจไทยไปชั่วคราวก่อน โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้อนุมัติโครงการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจพิเศษในการซ่อมถนนและโครงการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการขนาดเล็กดำเนินการภายในปีเดียวเสร็จ และเริ่มมีการเบิกจ่ายกันตั้งแต่เดือนนี้ คาดว่าในปีงบประมาณ 2558 จะเบิกจ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ 1 หมื่นล้านบาท ปีงบประมาณ 2559 อีก 5.3 หมื่นล้านบาท และในปีงบประมาณ 2560 อีก 7,000 ล้านบาท

แต่การลงทุนดังกล่าวช่วยเศรษฐกิจได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะหากเทียบกับปัญหาเศรษฐกิจที่มูลค่าการส่งออกหายไปจำนวนหลายแสนล้านบาท การดันเงินลงทุนดังกล่าวยังเป็นเหมือนเบี้ยหัวแตก ไม่มีพลังในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจฟื้นตัว

การหวังลงทุนขนาดใหญ่มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็ดูมีความหวังแค่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เท่านั้น แค่โครงการรถไฟทางคู่ที่มีการบรรจุไว้ในแผนการกู้ของงบประมาณปี 2558 ซึ่งเหลืออีกแค่ 3 เดือนเศษก็จะสิ้นปีงบประมาณแล้ว แต่ปรากฏว่าโครงการรถไฟทางคู่ยังเป็นโครงการลงทุนตกรางวิ่งไม่ได้อยู่เหมือนเดิม ปรากฏว่าโครงการหลายช่วงยังไม่ผ่านการพิจารณาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) บางส่วนของโครงการยังออกแบบไม่เสร็จ ทำให้แผนการกู้เงินมาลงทุนทำท่าจะแท้งไปอีกปี สอดคล้องกับที่ สมหมาย ออกมาเปิดเผยว่า โครงการลงทุนรถไฟทางคู่ทำได้อย่างเร็วก็ปีหน้า

แม้ว่าทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ทำหนังสือไปถึงกระทรวงคมนาคม ให้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนรถไฟทางคู่ดำเนินการให้เป็นไปตามแผน เพื่อที่จะได้กู้เงินมาลงทุนก็คงไม่สำเร็จ เพราะการสร้างรถไฟทางคู่เป็นโครงการต่อเนื่อง หากบางช่วงไม่ผ่านการพิจารณาอีไอเอก็มีความเสี่ยงลงทุนไปทั้งโครงการ การลงทุนก็ล่าช้าไปทั้งก้อน

ปัญหาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ตกรางวิ่งไม่ออก ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งไม่ติด สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจสรุปแผนการลงทุนคมนาคมเป็นการด่วน ว่าโครงการไหนทำได้จริงไม่ได้จริง จะได้เรียงลำดับความสำคัญของโครงการใหม่ เพื่อผลักดันให้โครงการลงทุนขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งงานนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นหัวเรือใหญ่เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาเอกซเรย์โครงการลงทุนของกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง

การพุ่งเป้าไปที่กระทรวงคมนาคม เพราะโครงการลงทุนขนาดใหญ่อยู่ที่กระทรวงนี้มากกว่าครึ่ง และปัญหาของการดำเนินงานก็เห็นได้ชัดว่าเข็นไม่ไป ที่ผ่านมามีแต่แผนการลงทุนที่เป็นตัวเลขมหาศาลเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน จนถึงวันนี้หมดมนต์ขลัง เพราะไม่สามารถลงทุนได้จริง

ตัวอย่างของรถไฟทางคู่ เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดว่าการเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลตกราง ทำให้ดันเศรษฐกิจไทยดันไม่ขึ้น เพราะโครงการรถไฟทางคู่เป็นโครงการที่คนทั้งประเทศเห็นว่าเป็นโครงการที่จำเป็นยิ่งยวดในการยกระดับการขนส่งคนและสินค้า เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจไทย ยังดันให้เกิดขึ้นไม่ได้ทั้งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลบริหารประเทศมากว่า 1 ปี

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้ไม่ต้องนึกถึงโครงการขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง ที่ไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ยังไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ หรือผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ว่าจะมาเป็นโครงการที่ช่วยดันเศรษฐกิจได้ภายในปีนี้หรือปีหน้า

ยังไม่รวมถึงโครงการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างท่าเรือ การขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งล้วนเป็นโครงการขนาดใหญ่ในการยกระดับประเทศทั้งนั้น แต่การดำเนินการกลับคืบหน้าช้า นอกจากไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจได้แล้ว ยังทำให้เป็นสัญญาณบอกถึงความล้มเหลวการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล เพราะถือว่ารัฐบาลนี้มีอำนาจเต็มสามารถประกาศออกกฎหมายผ่าทางตันการลงทุนได้หมด และรัฐบาลก็ประกาศตัวมาตลอดว่าไม่มีผลประโยชน์ในการบริหารประเทศ แต่กลับไม่สามารถดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นได้เลย

ตลอดเวลาที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ มีสัปดาห์ที่ผ่านมาเท่านั้นที่กระทรวงการคลังเซ็นสัญญากู้เงินจากประเทศญี่ปุ่นสร้างรถไฟสายสีแดงระยะที่ 2 วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ก็เป็นการดำเนินการโครงการเก่า ไม่ได้เป็นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่เป็นโครงการใหม่

ดังนั้น เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจึงมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น หากรัฐบาลไม่สามารถตัดตอนเร่งการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ให้เกิดและลงทุนได้จริงภายในครึ่งปีหลัง เห็นทีนักลงทุนจะสับรางหนีไทยไปลงทุนประเทศอื่น ทำให้เศรษฐกิจหาทางฟื้นตัวให้ยั่งยืนได้ยากเย็นแสนเข็ญ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์