
"วิษณุ"ยันแก้ไขคุณสมบัติสนช.เพื่อปรองดอง
รองนายกฯ ยันแก้ไขคุณสมบัติสนช. ไม่เอื้อประโยชน์ 111-109 แต่เป็นสัญญาณถึงความปรองดอง
รองนายกฯ ยันแก้ไขคุณสมบัติสนช. ไม่เอื้อประโยชน์ 111-109 แต่เป็นสัญญาณถึงความปรองดอง
ภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. แก้ไขเพิ่มเติม ต่อมานายพรเพชร วิชิชลชัย ประธานสนช.ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าต่อไปจะเป็นการพิจารณาเป็นรายมาตรา
ทั้งนี้ ในมาตรา 1 ว่าด้วยชื่อของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ มาตรา 2 ว่าด้วยการกำหนดให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ไม่มีสมาชิกสนช.ใช้สิทธิอภิปราย แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณามาตรา 3 ว่าด้วยการแก้ไขคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกสนช.ที่ให้ผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสามารถดำรงตำแหน่งสนช.ได้ ปรากฏว่ามีสมาชิกสนช.จำนวนหนึ่งขอใช้สิทธิอภิปรายเพื่อสอบถามความชัดเจนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าว
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสนช.กล่าวว่า เวลานี้มีสภากาแฟตั้งข้อสงสัยว่าการแก้ไขในเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นการแก้ไขเฉพาะเจาะจงเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ จึงขอฝากให้รัฐบาลระวังเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่จะปล่อยออกมาในเที่ยวนี้ว่ามีทั้งดีและไม่ดี หากเลือกกลุ่มที่ไม่ดีเข้ามา ความเสียหายต่อประเทศจะยิ่งมากขึ้น
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนใดๆทั้งสิ้น แต่จำเป็นต้องแยกแยะให้ออกว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดกับผู้ที่ติดร่างแห ซึ่งรัฐบาลมีเหตุผลในการแก้ไขสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1.เมื่อผู้ที่ถูกที่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้รับโทษครบตามกำหนดแล้ว ก็ไม่สมควรให้มีตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิต และยืนยันไม่ได้เป็นการกระทำที่สวนหลักการของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 มาตรา 35 (4) ที่ให้ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและการตรวจสอบมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทำการอันทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองเด็ดขาด แต่อย่างใด เพราะหลักการดังกล่าวก็ห้ามเฉฉพาะผู้กระทำการเท่านั้น ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก
นายวิษณุ กล่าวว่า 2. เป็นการสร้างความเป็นธรรมและส่งสัญญาณให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาอาฆาตฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดและมุ่งที่จะปรองดอง อย่างไรก็ตาม การเลือกใครจะมาเป็นตำแหน่งอะไร รัฐบาลจะตรวจสอบอย่างรอบคอบ ภายใต้หลักการที่ว่าด้วยแยกแยะระหว่างผู้ที่กระทำการกับผู้ที่ติดร่างแห ไม่ใช่ว่าจะเปิดทางให้ใครเข้ามาเป็นอะไรได้ทั้งหมด แม้ว่าบางคนจะมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่งได้ง่ายๆ
ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าคนกระทำความผิดในคดีทุจริตจนนำไปสู่การถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ก็ไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งสมาชิกสนช. สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ รัฐมนตรี รวมไปถึงสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้อย่างแน่นอน โดยเป็นบทบัญญัติที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 มาตรา 8 (7) ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ขอเสนอแก้ไขแต่อย่างใด
"จะบ้านเลขที่อะไรก็ตามที่มีการพูดกันตามสื่อมวลชนทั้งหลาย ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังร่างกันอยู่ในวันนี้ก็ไม่ได้ห้ามกับผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผมได้สอบถามกับประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และท่านยืนยันว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างอยู่ ไม่มีส่วนห้ามในส่วนนั้นไว้ เพราะเขาได้แยกแยะแล้ว จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องการให้เจือสมกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย คนที่พ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแล้วเขายังสามารถรับเลือกตั้งได้อยู่ จะเป็นอะไรก็เป็นได้ เข้ารับราชการก็ได้ ดังนั้น การมาห้ามไว้ ดูจะเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่สู้ดีนักเกินไป " นายวิษณุ กล่าว







