
สนช.ต้านแก้รธน.อุ้ม111คัมแบ็ก
สนช.ตั้งป้อมคัดค้านแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเปิดทาง 111-109 คืนการเมือง ยันคนผิดต้องถูกลงโทษ
สนช.ตั้งป้อมคัดค้านแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเปิดทาง 111-109 คืนการเมือง ยันคนผิดต้องถูกลงโทษ
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า การพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ของ สนช.ในวันที่ 18 มิ.ย.นั้น ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ในประเด็นที่เปิดโอกาสให้คนที่เคยถูกตัดสิทธิทางการเมือง เช่น กลุ่ม 111 และ 109 ให้สามารถกลับมารับตำแหน่งทางการเมืองได้อีก
“ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีวัตถุประสงค์อะไร เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้มีหลักการสำคัญเพื่อเปิดทางให้มีการทำประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ได้บัญญัติข้อห้ามเอาไว้แล้ว เหตุใดรัฐบาลต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง ซึ่งถ้าจะว่ากันตามหลักการแล้วหากบุคคลใดที่กระทำความผิดก็ควรได้รับการลงโทษ” พล.อ.สมเจตน์ กล่าว
ทั้งนี้ แม้ประเด็นดังกล่าวจะไม่มีผลให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ผ่านความเห็นชอบของ สนช. แต่ทางที่ดีไม่ควรทำอะไรที่อาจเป็นการสร้างปัญหา
แหล่งข่าวจาก สนช. เปิดเผยว่า ขณะนี้มี สนช.หลายคนได้แสดงจะอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขในประเด็นดังกล่าว และจะขอให้ทางรัฐบาลและ คสช.ตัดออกไป แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับทางรัฐบาลว่าจะยอมแก้ไขหรือไม่ เพราะ สนช.ไม่มีสิทธิแก้ไข มีเพียงจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การไปชี้แจงคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวต่อ สนช.นั้น ถือเป็นศึกหนัก แต่ก็จะไปชี้แจงด้วยตัวเองไม่เช่นนั้นจะถูกนายกรัฐมนตรีตำหนิได้ ส่วนเรื่องที่ผู้พิพากษาล่าชื่อต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใน 2 ประเด็น คือ ไม่เห็นด้วยให้ผู้แทนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ในคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ซึ่งพร้อมดำเนินการตามข้อเสนอแนะของตุลาการ และการอุทธรณ์คำสั่งของ ก.ต.ที่ลงโทษวินัยผู้พิพากษาสามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ใน 112 ประเด็นที่รัฐบาลเสนอแก้ไขและตัดออกได้อยู่แล้ว
วันเดียวกัน ตัวแทนผู้พิพากษา นำโดย นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก พร้อมรายชื่อผู้พิพากษา 1,380 คน เพื่อคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ กรณีเพิ่มสัดส่วน ก.ต.ศาลยุติธรรม ที่มาจากฝ่ายการเมือง และการกำหนดให้ผู้พิพากษาที่ถูก ก.ต.ศาลยุติธรรมลงโทษทางวินัยมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ ผ่านทาง นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ด้าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า หากคณะผู้พิพากษาเห็นว่าสิ่งที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดไว้นั้นไม่เหมาะสม ก็พร้อมจะพิจารณาทบทวนเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อไป







