
คปพ. ร้อง "นายกฯ" ค้าน พรบ.ปิโตรเลียม2ฉบับ
คปพ. ยื่นหนังสือถึง "นายกฯ" ค้าน พรบ.ปิโตรเลียม 2 ฉบับ ซัด ไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
คปพ. ยื่นหนังสือถึง "นายกฯ" ค้าน พรบ.ปิโตรเลียม 2 ฉบับ ซัด ไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
เวลา10.00น. วันที่ 17มิ.ย.ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานก.พ.เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ประมาณ 35 คนนำโดยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ผ่านนายกมล สุขสมบูรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายปานเทพ กล่าวว่า คปพ. ขอแสดงจุดยืนคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับที่...พ.ศ....และ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมฉบับที่...พ.ศ....ที่ผ่านการอนุมัติโดยหลักการของคณะรัฐมนตรีแล้ว เนื่องจากเห็นร่างฯ พรบ. ทั้ง 2 ฉบับนั้นไม่เคยมีการเผยแพร่ให้ประชาชนทราบก่อนและไม่ได้มีการรับฟังเสียงของประชาชนหรือมีกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนแต่อย่างใด แต่มีการอนุมัติโดยครม.ไปก่อน คปพ. จึงห่วงว่าภาคประชาชนอาจเกิดความสงสัย ว่าครม.ขาดความจริงใจต่อข้อเสนอของประชาชนหรือไม่ เพราะการการะทำมี่เกิดขึ้นขัดแย้งกับหนังสือของนายกฯ ที่แจ้งให้ คปพ ว่าขอให้เชื่อมั่นในความโปร่งใสและเป็นไทย และการย้อเสนอต่างๆ ที่มีการเสนอไปยังภาครัฐก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด
นายปานเทพ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับไม่สามารถรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนได้ เนื่องจากมีช่อโหว่ที่จะเปิดโอกาสให้มีการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการทุจริตขึ้นได้ คปพ. จึงขอคัดค้าน ร่างฯ พ.ร.บ. ดังกล่าว และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี แสดงความจริงใจด้วยการปฏิบัติตามสัญญาว่า
ด้านนายรุ่งชัย จันทสิงห์ แนวร่วมคปพ.กล่าวถึงแนวคิดการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแอลพีจีภาคขนส่ง และยกเลิกการใช้แอลพีจีภายใน 1-2 ปี ที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ขอให้นายกรัฐมนตรีทบทวนแนวคิดดังกล่าว และยกเลิกการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เนื่องจากสถานะของกองทุนน้ำมันในขณะนี้ถือว่าเพียงพอ และจะได้ไม่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เห็นว่า การใช้แอลพีจีในภาคขนส่งไม่ได้มีสัดส่วนมากที่สุด แต่เป็นภาคปิโตรเคมีที่ใช้มากกว่า และการใช้ภาคขนส่งก็ไม่ใช่การใช้พลังงานผิดประเภท เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้น้ำมันแล้ว แอลพีจีจะช่วยลดมลภาวะได้มากกว่า ดังนั้นการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตจะเป็นการเพิ่มต้นทุน ทำให้บริการรถยนต์สาธารณะเพิ่มขึ้น จึงเห็นว่าไม่ควรปรับเพิ่มดังกล่าว แต่ควรจะเรียกเก็บจากภาคปิโตรเลียมที่เป็นผู้ใช้แอบพีจีมากที่สุดแทน ส่วนการให้ยกเลิกการใช้แอลพีจีภายใน 1-2 นั้น จะกระทบต่อผู้ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ในรถยนต์แอลพีจีที่มีอยู่ 1.5 ล้านคัน ซึ่งหากมีการดำเนินการดังกล่าวจะถือเป็นความผิดพลาดของนโยบายภาครัฐเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์ นายปานเทพ ได้ไปพบนายทหารจากคสช.ที่ได้เชิญตัวมาพบเพื่อสอบถามและปรับทัศนคติที่ชั้น 3 สำนักงานก.พ.ขณะที่แนวร่วมที่เหลือยังคงรออยู่ที่โรงอาหารสำนักงานก.พ.







