
ไทยมีขยะตกค้าง30ล้านตันชี้ต้องใช้งบพันล้านแก้
"อนุพงษ์" เผยไทยมีขยะตกค้าง 30 ล้านตัน ต้องใช้งบถึง 1 พันล้านบาทแก้ปัญหา เล็ง เอกชนร่วมทุนสร้างโรงเผาผลิตไฟฟ้า ขอศึกษาพ.ร.บ.ร่วมทุนฯก่อน
"อนุพงษ์" เผยไทยมีขยะตกค้าง 30 ล้านตัน ต้องใช้งบถึง 1 พันล้านบาทแก้ปัญหา เล็ง เอกชนร่วมทุนสร้างโรงเผาผลิตไฟฟ้า ขอศึกษาพ.ร.บ.ร่วมทุนฯก่อน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการบริหารจัดการขยะว่า ที่ผ่านมาการบริหารจัดการขยะของประเทศไทยยังไม่มีแนวทางการดำเนินการจัดการที่ถูกต้องเหมาะสมและยั่งยืน วันนี้ขยะที่ตกค้างมีทั้งหมด 30 ล้านตัน จะต้องใช้งบประมาณ 1 พันล้านบาทไปแก้ปัญหาและขยะใหม่ไม่อยากให้ตกค้างอีก โดยนายกฯประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดทำโรดแมป ซึ่งกระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบเรื่องขยะมูลฝอยที่เกิดจากประชาชน
โดยกระทรวงมหาดไทยได้เสนอต่อที่ประชุมครม.ว่า จะสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนทราบก่อนว่า ขยะมูลฝอยเกิดในพื้นที่ใดจะต้องให้กำจัดในพื้นที่นั้น เพราะที่ผ่านมาเวลาจะไปสร้างโรงเผาขยะเพื่อนำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าจะถูกต่อต้าน ดังนั้น ต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ว่า หากไม่ต้องการให้เกิดโรงไฟฟ้าในพื้นที่จะต้องมีสถานที่ฝังกลบขยะ เพราะขยะเกิดจากพื้นที่ของตัวเอง
ทั้งนี้ มี 2 แนวทาง คือ 1.หลังจากเก็บจากบ้านคนไปแล้ว หากตรงไหนมีศักยภาพ มีปริมาณขยะพอเพียง จะทำโรงเผาเพื่อผลิตป็นพลังงานไฟฟ้า และ2.หากพื้นที่ใดขยะไม่พอเพียงจะใช้วิธีฝังกลบ ทั้งหมดจะต้องทำให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำพื้นที่กำจัดขยะไว้แล้วทั่วประเทศ 141 แห่ง โดยพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพราะมีขยะพอเพียงทำโรงไฟฟ้าได้มี 44 แห่ง
ส่วนกรณีไม่พอเพียง แต่อยู่ในรัศมีใกล้กัน 4 กิโลเมตร หากคุ้มที่จะทำก็จะขนมาให้ได้เป็นจุดเดียว โดยปริมาณขยะที่ต้องการสำหรับเป็นโรงเผาเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าจะอยู่ประมาณวันละ 500 ตัน หากต่ำกว่านั้นจะไม่คุ้มทุน ทั้งนี้ ในขั้นต่อไปจะพิจารณาว่ารัฐจะลงทุนหรือจะให้เอกชนลงทุน หรือจะมีใครมาร่วมทุน โดยจะต้องศึกษาพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร หากจะต้องการจะดูตัวอย่างก็ได้มีโครงการนำร่องแล้วที่จ.พระนครศรีอยุธยา







