
กกต.ตั้ง 4 คณะแก้กม.-เตรียมประชามติ
กกต. ตั้ง 4 คณะทำงาน แก้กฎหมาย-เตรียมประชามติ คาด 1 คำถามใช้บัตรออกเสียง 50 ล้านใบ งบทะลุ 3 พันล้านชัวร์
กกต. ตั้ง 4 คณะทำงาน แก้กฎหมาย-เตรียมประชามติ คาด 1 คำถามใช้บัตรออกเสียง 50 ล้านใบ งบทะลุ 3 พันล้านชัวร์
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. รายงานข่าวจากสำนักงานกกต.แจ้งว่า การประชุม กกต.วันนี้นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.ได้รายงานผลการหารือระหว่างผู้แทนสำนักงาน กกต.กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ต่อการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยทางสำนักงานได้ชี้แจงว่าจะมีการยกร่างประกาศและระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการออกเสียงประชามติ รวมทั้งได้มีการสรุปเบื้องต้นว่า หากจะมีการออกเสียงประชามติจะต้องมีการจัดพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติราว 50 ล้านฉบับ ต่อ 1 คำถาม หากจะถามความเห็นประชาชน 3 คำถาม จะต้องมียอดพิมพ์ 150 ล้านฉบับ ซึ่งการจัดพิมพ์เมื่อไปรวมกับเอกสารเผยแพร่รัฐธรรมนูญและการจัดส่ง รวมถึงค่าบริหารจัดการ ก็คาดว่างบประมาณที่ใช้น่าที่จะเกิน 3,000 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถที่จะกำหนดตัวเลขที่ชัดเจนได้
ขณะที่ กรรมการกกต.ก็ได้สอบถามถึงความชัดเจนว่าการจัดออกเสียงประชามติครั้งนี้ จะสามารถจัดให้มีเวทีในการดีเบต ระหว่างฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านได้หรือไม่ และจะสามารถจัดพิมพ์เอกสารแผ่นพับในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนในการทำประชามติให้กับประชาชนในเรื่องการจัดทำประชามติและการโฆษณารณรงค์เรื่องการออกเสียงประชามติผ่านทางสื่อต่างๆ สิ่งเหล่านี้ใครที่จะเป็นผู้กำหนดและดำเนินการ
ทั้งนี้ ที่ประชุมจึงมีมติให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้น 4 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการยกร่างประกาศและระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการออกเสียงประชามติ โดยขอให้เสนอร่างแรกต่อที่ประชุม กกต. ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ 2.คณะกรรมการประสานงานการจัดพิมพ์และส่งเอกสารร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะไปพิจารณาว่าจะต้องมีการจัดพิมพ์จำนวนเท่าใด และจะจัดส่งอย่างไรให้ทัน และทั่วถึงกับประชาชน 20 ล้านครัวเรือน 3.คณะกรรมการประสานงานการออกเสียงประชามติ ซึ่งจะดูในเรื่องการบริหารจัดการการออกเสียง และ4.คณะกรรมการจัดทำงบประมาณ ซึ่งจะไปคำนวณตัวเลขงบประมาณที่จะใช้ในการบริหารจัดการในการออกเสียงประชามติทั้งหมด
อย่างไรก็ตามในที่ประชุมวันนี้ยังมีวาระเรื่องระเบียบการสรรหากกต.จังหวัด แทน กกต.จังหวัดที่จะหมดวาระในเดือนตุลาคมนี้ ประมาณ 60 จังหวัด แต่ปรากฏว่าที่ประชุมไม่ได้พิจารณา เนื่องจากต้องการรอความชัดเจนจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เพราะมีกระแสข่าวว่า ในเร็วๆนี้ คสช.อาจจะมีการประกาศให้ยกเลิกกกต.จังหวัดทั้งหมด เนื่องจากขณะนี้ไม่มีการเลือกตั้ง และที่ผ่านมาก็ถูกร้องเรียนเรื่องความเป็นกลาง ดังนั้นการคงไว้ จึงไม่คุ้มกับงบประมาณ ที่ต้องเสียไปกับค่าตอบแทน กกต.จังหวัดปีละประมาณ 150 ล้านบาท







