
40สาวไทยร้อง"ปวีณา"ถูกหลอกทำงานสปาต่างประเทศ
หญิงไทยกว่า 40 คน โร่ร้อง "ปวีณา"ถูกนายหน้าหลอกไปทำงานนวดสปาในต่างประเทศ สูญเงินรวมกว่า 1 ล้านบาท
หญิงไทยกว่า 40 คน โร่ร้อง "ปวีณา"ถูกนายหน้าหลอกไปทำงานนวดสปาในต่างประเทศ สูญเงินรวมกว่า 1 ล้านบาท
วันที่ 16 มิ.ย. 2558น.ส.กนกวรรณ ใจงามกุล อายุ 40 ปีได้พาผู้เสียหายรวม เกือบ 40 คน เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจาก นางปวีณา หงสกุล ประธาน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ตั้งอยู่ถนนรังสิต-นครนายก(คลอง7)ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ว่าได้ติดต่อกับ น.ส.เมธิญา หรือ ปริม เจนประชากร อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นนายหน้าจัดหาหญิงไทยไปทำงานนวดสปาต่างประเทศ ทั้งหมด 6 ประเทศ โดยมีหญิงไทยแต่ละคน ได้จ่ายค่าประกันการเดินทางทำงานให้กับ น.ส.เมธิญาคนละ 30,000-35,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น1,190,000บาทแต่เมื่อถึงกำหนดเดินทางไป คือวันที่ 15 มิ.ย.2558 กลับไม่สามารถติดต่อกับน.ส.เมธิญาได้ จึงพากันเดินทางเข้าร้องของความช่วยเหลือจากนางปวีณา
น.ส.กนกวรรณ กล่าวว่า ตนได้รู้จักกับ น.ส.เมธิญา ผ่านทางอินเตอร์เน็ต เมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นตนอยู่ที่ประเทศศรีลังกา และได้ติดต่อกับ น.ส.เมธิญา ทางอินเตอร์เน็ตมาตลอด โดย น.ส.เมธิญา ได้บอกว่า เป็นนายหน้าที่จัดหาหญิงไทยไปทำงานนวดต่างประเทศอยู่ หากตนสนใจสามารถติดต่อไปทำงานได้จนวันที่ 26 เม.ย . 2558 ตนได้เดินทางกลับประเทศไทย และมีการติดต่อกับ น.ส.เมธิญา ว่าสนใจไปทำงานนวดสปาที่ประเทศอังกฤษ จนวันที่ 28 เม.ย. 2558 ทาง น.ส.เมธิญา ได้นัดตน เพื่อดูตัวและยื่นเอกสารการเดินทางพร้อมกับเงินประกันในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จำนวนเงิน 30,000 บาท แต่ตนมีเงินประกันมาแค่ 20,000 บาท ยังคงค้างอีก 10,000 บาท ซึ่งได้โอนให้กับ น.ส.เมธิญา ในภายหลัง ไปยังเลขที่ บัญชี 9280201102 ธนาคารกรุงเทพ ชื่อ น.ส.เมธิญา เจนประชากร โดย น.ส.เมธิญา ได้แจ้งกับตนว่ารอการเดินทางไปภายในเดือน ก.ค. 2558 นี้ หลังจากนั้นประมาณ 3 วัน น.ส.เมธิญา ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตนว่า ขณะนี้ น.ส.เมธิญาได้ทำการเปิดรับหญิงไทยไปทำงานนวดอีกหลายประเทศ
โดยมีรายชื่อประเทศดังนี้1.ประเทศฝรั่งเศส 2. ประเทศอังกฤษ 3.ประเทศเยอรมัน 4.ประเทศสวีเดน5.ประเทศฟินแลนด์ 6.ประเทศอเมริกา 7. ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อ ว่า สปาไทย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่อคน คนละ 30,000 - 35,000บาทตนจึงได้แนะนำเพื่อนสนิททราบ จึงสนใจและได้ติดต่อกับ น.ส.เมธิญา จากนั้นก็ได้โอนเงินให้กับน.ส.เมธิญา และนัดดูตัวแต่ละคนต่างสถานที่กัน ตามร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าต่างๆ พร้อมกับยื่นเอกสารรวมทั้งหมดกว่า 40ราย
น.ส.กนกวรรณ กล่าวต่ออีกว่า จากนั้น น.ส.เมธิญา แจ้งว่าให้รอกำหนดการเดินทางไปทำงาน ในวันที่ 15 มิ.ย. 2558 แต่ในระหว่างรอจะให้หญิงไทยแต่ละคนได้ไปเรียนภาษาของแต่ละประเทศก่อน จากนั้นให้ไปรายงานตัวต่อกระทรวงแรงงานและสถานทูต โดยมีกำหนดในวันที่ 8 มิ.ย. แต่วันที่ 7 มิ.ย. น.ส.เมธิญา ได้โทรทางไลน์มาแจ้งให้กับตนทราบว่าขณะนี้เอกสารหญิงไทยที่ยืนมา ไม่ผ่านอยู่ 14 คน จึงขอยกเลิกนัดวันที่ 8 มิ.ย ก่อน จากนั้น น.ส.เมธิญา ก็เงียบหายไป จนวันที่ 11 มิ.ย. น.ส.เมธิญา ได้ ติดต่อมาหาตนทางไลน์ ว่าขณะนี้ น.ส.เมธิญา ได้แท้งลูกอยู่ที่ รพ.นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น แต่จะกลับมาให้ทันก่อนวันที่ 15 มิ.ย. 2558 ที่หญิงไทยทั้งหมดจะบินไปทำงานต่างประเทศ และ น.ส.เมธิญา ได้นัดพบหญิงไทย 2 จุด จุดที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ 1 ชุด และจุดที่ 2 ที่หมอชิต อีก 1 ชุด เมื่อมาถึงจุดนัดหมายแล้ว พยายามติดต่อกับ น.ส.เมธิญา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ตนจึงคิดว่า ตนและกลุ่มหญิงไทยทั้งหมดรวม 40 คน ถูกหลอก จึงตัดสินใจติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ
ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องจึงได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี รักษาราชการแทน ผบก.กองปราบปรามเพื่อให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับน.ส.เมธิญา ต่อไปแล้วจากนั้นจะต้องประสานและตรวจสอบกับกระทรวงแรงงานว่า บริษัทดังกล่าว ได้ขึ้นทะเบียนกับทางกระทรวงแรงงานหรือไม่ และทางกองปราบปรามดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไปและจึงขอเตือนหญิงไทย ว่า อย่างหลงเชื่อ หากต้องการไปทำงานจริง ให้ติดต่อกับ กระทรวงแรงงานโดยตรง หรือตรวจสอบกับกระทรวงแรงงานก่อนว่า บริษัท ว่าจะไปทำงาน ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงานไว้แล้วหรือยัง







