posttoday
หมอแจงบิลค่ารักษากว่า2หมื่นหลังถูกโพสต์ในโลกออนไลน์

หมอแจงบิลค่ารักษากว่า2หมื่นหลังถูกโพสต์ในโลกออนไลน์

15 มิถุนายน 2558

แพทย์เจ้าของคลินิกในสกลนครแจงบิลค่ารักษา-ค่ายากว่า 2หมื่นบาทหลังคนไข้นำไปโพสต์บนโลกออนไลน์ ย้ำเป็นการตรวจอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือทันสมัย

แพทย์เจ้าของคลินิกในสกลนครแจงบิลค่ารักษา-ค่ายากว่า 2หมื่นบาทหลังคนไข้นำไปโพสต์บนโลกออนไลน์ ย้ำเป็นการตรวจอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือทันสมัย

หลังจากสมาชิกเครือข่ายสังคมออนไลน์ ได้โพสต์ภาพรายการค่ารักษาของคลิลิกแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ที่ประกอบไปด้วย 1.ค่าเอ็กซเรย์ 4 ภาพๆละ 300 บาท รวม 1,200 บาท 2.ตรวจเลือด 3,000 บาท 3.ตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้า 300 บาท 4.ตรวจอุลตร้าซาวส์คอมพิวเตอร์ 300 บาท 5.ค่ายา 10,000 บาท 6. CTสแกน 10,000 บาท รวม 24,800 บาท พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดค่ารักษาจึงสูงมาก ทั้งที่มีอาการเพียงลมดันในกระเพาะและไขมันในเส้นเลือดสูงเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบคลินิกดังกล่าวและได้รับการชี้แจงจาก นพ.อุดม แพะเจริญชัย เจ้าของ คลินิกหมออุดม ว่า คนไข้ที่โพสต์ข้อความลงสังคมออนไลน์ได้เดินทางมาที่คลินิกพร้อมกับมารดาของคนไข้ โดยคนไข้บอกว่ามีอาการ หายใจไม่อิ่มมีลมดันที่ท้องจุกถึงคอ มีบางอย่างจุกที่คอตลอดต้องล้วงคอให้อาเจียนถึงจะดีขึ้น และมีอาการนานกว่า 6 เดือน ซึ่งในขณะนั้นตามวิเคราะห์ของแพทย์ จะต้องตรวจวินิจฉัยโรคตามอาการบอกเล่าของคนไข้ จึงสอบถามมารดาของคนไข้ว่าจะให้ตรวจอาการแบบไหน แบบธรรดาหรือละเอียด ซึ่งมารดาของคนไข้ตอบตกลงให้ตรวจอย่างละเอียดและสอบถามคนไข้ก็ได้รับคำตอบเช่นกัน ซึ่งจากการที่คนไข้ระบุอาการให้ฟังมานั้น อาจมีสาเหตุป่วยด้วยกันหลายโรค เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับสมอง กรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหาร เป็นมะเร็งหลอดอาหาร หรือภาวะอุดตันทางเดินอาหารส่วนต้น

จากการตรวจร่างกายวินิจฉัยโรคคนไข้รายนี้ผลปรากฏว่า การตรวจเลือด ภาวะหัวใจขาดเลือดภาวะหัวใจล้มเหลวไม่มี เกร็ดเลือดปกติ ไม่มีภาวะโรคติดต่อ การทำงานตับ ไต ปกติ  แต่มีไขมันในเส้นเลือดสูงกว่าปกติ ส่วนการเอ็กซเรย์ ปกติ ทำ CT สแกน บริเวณสมอง กล้ามเนื้อหัวใจ  ปอด ช่องท้องก็ปกติ โดยภาพรวมของร่างกายไม่พบความผิดปกติ จึงทำให้คนไข้สบายใจขึ้นได้ว่า ไม่มีอาการจากการป่วยด้วยโรคร้ายแรง ส่วนสาเหตุที่ทำให้คนไข้รายนี้ป่วยด้วยอาการดังกล่าว เนื่องจากเกิดความเครียด วิตกกังวลและนำไปสู่ภาวะการทำงานผิดปกติทางด้านจิตใจและร่างกายจากอาการกรดไหลย้อนจึงให้ไปรอรับยา

หลังจากจะรับยาและชำระค่าบริการค่ายา คนไข้บ่นว่าค่ายาแพงมากถึง 10,000 บาท จึงชี้แจงว่ายาเม็ดที่จัดให้เป็นการรักษาในระยะเวลา 1 เดือน เป็นยาคลายเครียดและลดอาการกังวลและยาเม็ดที่จัดให้มีคุณภาพเพื่อให้อาการป่วยหายขาด แต่คนไข้ไม่ยอมจึงตกลงขอลดยารับประทานเหลือ 15 วัน ทางคลินิกจึงปรับลดราคายาลงเหลือ 4,000 บาท  แต่คนไข้ยังบ่นบอกว่าแพงอยู่ จึงลดค่าบริการอื่นๆลงอีกจนเหลือค่าตรวจและค่ายารวมกัน 18,800 บาท ซึ่งยืนยันว่าค่าบริการการตรวจละเอียดและเครื่องมือที่ทันสมัยซึ่งมีพร้อมกว่าที่อื่น ถือว่าไม่แพงเกินไปสำหรับคลินิกเอกชน แต่หลังจากคนไข้รับยากลับไปรักษาตัวแล้วเชื่อมั่นว่าคนไข้รายนี้จะอาการจะดีขึ้นและรักษาถูกโรคหากไม่ดีขึ้นก็น่าจะบอกว่ายาแพงกินแล้วอาการก็ไม่ดีขึ้น

"กระแสที่เกิดขึ้นในสังคมมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถือเป็นเรื่องปกติเหรียญยังมี 2 ด้าน บางคนมองว่าก็ให้ไปใช้บริการของรัฐอย่าไปใช้บริการเอกชน แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสถานบริการของรัฐทุกวันนี้ บุคลากรก็ไม่เพียงพอต่อการรักษาคนไข้ คนที่มาใช้บริการเอกชนคือคนไข้มั่นใจแล้วว่า หากมาแล้วจะพบหมอได้ทันที เพื่อตรวจหาอาการแม้จะทราบว่าค่าใช้จ่ายจะมากกว่าปกติแต่นั่นคือความเต็มใจของคนไข้ที่มาพบ คือต้องหายหรือบรรเทาความเจ็บปวด แต่ก็ยืนยันเสมอว่าไม่คิดจะเอารัดเอาเปรียบ เมื่อไม่มีเงินคลินิกจะลดและผ่อนได้ มีค่อยเอามาให้เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนไข้ อีกทั้งที่คลินิกหากมีพระสงฆ์ มาขอรับการรักษา ทางคลินิกจะทำการรักษาให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย"นพ.อุดม กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท