posttoday
แก้รธน. ซ่อนเงื่อน สร้างปมอยู่ยาว

แก้รธน. ซ่อนเงื่อน สร้างปมอยู่ยาว

15 มิถุนายน 2558

18 มิ.ย.นี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

18 มิ.ย.นี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอเข้ามา ตามตัวร่างแก้ไขดังกล่าวมีทั้งหมด 9 มาตรา

ขั้นตอนของ สนช.ตามที่ “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธาน สนช.ได้วางเอาไว้คือ จะพิจารณาให้เสร็จภายในเพียงวันเดียว โดยไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง สนช.กับรัฐบาล จากนั้นนำมาเสนอสภาอีกครั้ง เพื่อลงมติเหมือนกับเวลาพิจารณาร่างกฎหมายอื่นตามปกติ

ที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 กำหนดให้ สนช.มีเวลาพิจารณาเพียง 15 วัน แถมไม่สามารถแก้ไขเนื้อหาใดๆ ได้นอกจากจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล จึงไม่มีความจำเป็นที่ สนช.จะนำกระบวนการพิจารณากฎหมายปกติมาใช้กับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องทำให้รวดเร็ว

ส่วนมติที่ สนช.ต้องใช้ในการเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องมีไม่ต่ำกว่า 110 เสียง จากสมาชิก สนช.ทั้งหมด 220 คน หากน้อยกว่านั้นเท่ากับว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช. ซึ่งในทางปฏิบัติไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า สนช.เป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาลอยู่แล้ว

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ออกมาทำให้ปฏิทินการเมือง โดยเฉพาะของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (คณะ กมธ.ยกร่างฯ) ต้องถูกขยับออกไปพอสมควร จากเดิมที่ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายให้กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่เกินวันที่ 23 ก.ค. และ สปช.ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบไม่เกินวันที่ 6 ส.ค. ต้องเปลี่ยนเป็นส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.ภายในวันที่ 21 ส.ค. และ สปช.ต้องลงมติตัดสินไม่เกินวันที่ 4 ก.ย.

แต่นั่นอาจจะไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับการกำหนดเงื่อนไขบางประการที่จะมีผลให้รัฐบาลได้อยู่ต่อไปเกินกว่าโรดแมปที่ตัวเองกำหนดไว้ (เดิมรัฐบาลประกาศว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้ง สส.ได้ในช่วงเดือน ก.ย. 2559 หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการโหวตของ สปช.และการประชามติ)

เงื่อนไขที่ 1 การโหวตไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติ หากเกิดเหตุการณ์ที่ว่านั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดให้ยุบคณะ กมธ.ยกร่างฯ ของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ทิ้ง และให้ คสช.ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 21 คน ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ สปช.มีมติในวันที่ 4 ก.ย. โดยคณะกรรมการร่างฯ มีเวลาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 180 วัน และส่งทำประชามติไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 45 วันอีกครั้ง

รวมเวลาการเขียนรัฐธรรมนูญ การทำประชามติใหม่และกระบวนการทำให้ร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้หลังจากผ่านการทำประชามติแล้วคิดเป็น 285 วัน

อย่างไรก็ตาม หากบวกจำนวนวันที่ สนช.ต้องพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญสำหรับจัดการเลือกตั้ง 60 วัน การส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบของร่างกฎหมายดังกล่าว 30 วัน และระยะเวลาการจัดเลือกตั้ง 90 วัน (ตัวเลข 60 วัน 30 วัน และ 90 วัน เป็นตัวเลขที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก) เท่ากับว่า คสช.จะมีอายุการทำงานรวมทั้งหมดตั้งแต่วันที่ สปช.ลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญจนถึงวันเลือกตั้งจำนวน 465 วัน หรือคิดเป็น 1 ปี 3 เดือน โดยประมาณ

เท่ากับว่าการเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นราวเดือน ธ.ค. 2559 เลื่อนจากโรดแมปเดิมจากเดือน ก.ย. 2559 นิดหน่อย

แต่ถ้าว่ากันในทางปฏิบัติ คสช.จะพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งการสถาปนารัฐบาลชุดใหม่ต้องใช้ 60 วัน แบ่งเป็นการเปิดประชุมรัฐสภานัดแรกภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง และการเลือกนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับจากวันประชุมรัฐสภาครั้งแรก แบบนี้ คสช.จะได้เวลาทำงานเพิ่มขึ้นรวมเป็น 525 วัน นับตั้งแต่ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ หรือเรียกได้ว่า คสช.ได้อยู่
ในอำนาจไปถึงประมาณเดือน ม.ค. หรือ ก.พ. 2560

เงื่อนไขที่ 2 ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันการทำประชามติไว้ที่วันที่ 10 ม.ค. 2559 หากประชาชนมีเสียงข้างมากไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามลำดับเหมือนกับเงื่อนไขแรก ตั้งแต่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ทำประชามติ กรณีถ้าผ่านการทำประชามติ สนช.ต้องจัดทำกฎหมายเลือกตั้ง ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายเลือกตั้ง และจัดการเลือกตั้งเหมือนกับสถานการณ์ตามเงื่อนไขที่ 1

เพียงแต่วันเลือกตั้งตามเงื่อนไขที่ 2 นี้จะไม่ได้อยู่ในช่วงราวเดือน ธ.ค. 2559 แบบเดียวกับสถานการณ์ของเงื่อนไขที่ 1 เพราะวันเลือกตั้งจะเกิดขึ้นราวเดือน มี.ค. หรือ เม.ย. 2560 และที่สำคัญ คสช.จะมีโอกาสถืออำนาจยาวไปถึงวันที่มีรัฐบาลชุดใหม่ประมาณกลางปีหรือช่วงรอยต่อระหว่างเดือน พ.ค. และ มิ.ย. 2560

ทั้งหมดนี้ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขแบบใด คิดง่ายๆ แบบตัวเลขกลมๆ คสช.จะอยู่ในอำนาจรัฐตั้งแต่การรัฐประหาร พ.ค. 2557 จนถึงวันมีรัฐบาลใหม่รวมเป็นเวลาประมาณ 3 ปี กันเลยทีเดียว

แต่กระนั้น คสช.อาจได้โอกาสทำงานมากกว่านี้ หากการร่างรัฐธรรมนูญรอบที่สองไม่ผ่านการทำประชามติ เพราะนั่นเท่ากับการต้องกลับไปสู่จุดเริ่มอีกครั้ง ซึ่งหมายความว่า คสช.ก็จะอยู่ในอำนาจได้นานต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างรัฐธรรมนูญจะได้รับความเห็นชอบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท