
เสาไฟฟ้าหักโค่นทำเจ้าหน้าที่ตกลงมาสาหัส4ราย
เสาไฟฟ้าสูง 22 เมตรริมถนนมิตรภาพหักโค่น ขณะเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ากำลังปีนปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ตกลงมาเจ็บสาหัส 4 ราย
เสาไฟฟ้าสูง 22 เมตรริมถนนมิตรภาพหักโค่น ขณะเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ากำลังปีนปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ตกลงมาเจ็บสาหัส 4 ราย
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. พ.ต.ท.ประพาส มะเริงสิทธิ์ สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่า มีเสาไฟฟ้าแรงสูง ขนาดความสูง 22 เมตร หักโค่น ทำให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บนยอดเสา ตกลงมาและถูกเสาไฟฟ้าล้มทับ ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย เหตุเกิดบริเวณหน้าสถานีไฟฟ้าแรงสูง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ริมถนนมิตรภาพ ขาเข้าเมืองนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ฮุก 31 และรถพยาบาลโรงพยาบาลโคราชเมโมเรียล
ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนมิตรภาพ ช่องทางคู่ขนาน พบเสาไฟฟ้าแรงสูง หักโค่นลงมาจำนวน 5 ต้น พบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวม 4 ราย ในจำนวนนี้ มี 1 ราย ถูกเสาไฟฟ้า ล้มลงมาทับที่แขนด้านขวาอย่างแรง จนทำให้แขนขาด เจ้าหน้าที่จึงรีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งหมดส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
นายจิรวัฒน์ โพธิอำพล เจ้าหน้าที่วิศวกร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นหัวหน้าดูแลการปรับปรุงระบบไฟฟ้าครั้งนี้ เปิดเผยว่า ตนพร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า และรถอุปกรณ์ ได้เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการเพิ่มสายไฟฟ้าบนเสาไฟฟ้าแรงสูง ให้สามารถรองรับกับการจ่ายกระแสไฟฟ้า ไปยังบ้านเรือนประชาชนให้เพียงพอต่อการใช้งาน โดยขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า จำนวน 4 คน กำลังปฏิบัติหน้าที่เดินสายไฟฟ้าแรงสูง อยู่บนเสาที่มีความสูง 22 เมตร จู่ๆ เสาไฟฟ้าแรงสูง ต้นหนึ่ง ที่มีอายุการใช้งานมาตั้งแต่ปี 2538 ได้หักโค่นตรงช่วงกลางเสา ทำให้สายไฟฟ้าดึงเสาไฟฟ้าต้นข้างเคียง ที่มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ทั้ง 4 คนอยู่ข้างบน ล้มหักโค่นลงมาด้วย จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว
จากอุบัติเหตุดังกล่าว ส่งผลให้การไฟฟ้าต้องระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนในบริเวณใกล้เคียง ภายในรัศมี 1 กิโลเมตรทันที โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ได้เร่งดำเนินการซ่อมแซมสายไฟฟ้าแรงสูง ที่ได้รับความเสียหายก่อน เพื่อที่จะเร่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนได้ โดยคาดว่าภายในเย็นวันนี้ จะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ
ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ต้องรอให้ฝ่ายวิศวกร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เดินทางลงมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป







