
ซีเกมส์-ซีโกง มหกรรมทีใครทีมัน
หลายปีมาแล้วที่มีเสียงวิจารณ์ถึงคุณภาพและมาตรฐานของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ เมื่อมักจะมีปัญหาการตัดสิน
โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์
หลายปีมาแล้วที่มีเสียงวิจารณ์ถึงคุณภาพและมาตรฐานของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ เมื่อมักจะมีปัญหาการตัดสินค้านสายตาให้เห็นทุกครั้ง เช่นเดียวกับการบรรจุกีฬาพื้นบ้าน ที่บางครั้งก็มากจนเกินงาม บ้างก็แทบไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย
ช่วงหลังอาจจะเริ่มมีการพูดถึง “การจัดระเบียบกีฬาพื้นบ้าน” มากขึ้น หลังจากความล้มเหลวของการพัฒนานักกีฬาในแถบนี้สะท้อนให้เห็นชัดขึ้นจากกีฬาโอลิมปิก 2012 ที่ลอนดอน ซึ่งชาติอาเซียนไม่มีเหรียญทองติดมือเลย แต่สุดท้ายเจ้าภาพก็ยังคงใช้ความได้เปรียบในเรื่องเหล่านี้ เพื่อเป้าหมายคว้าเหรียญทองให้มากที่สุดเช่นเคย
แม้กระทั่งประเทศที่ขึ้นชื่อในการเป็นแบบอย่างของการพัฒนาในอันดับต้นๆ ของโลกอย่างสิงคโปร์ ที่เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 28 อยู่ในตอนนี้ ก็ยังไม่วายอาศัยกลเม็ดต่างๆ เพื่อโอกาสในการคว้าเหรียญทองของตัวเองให้มากที่สุด
ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นทัพนักกีฬาจากแดนลอดช่องโกยเหรียญทองถึง 50 เหรียญ เมื่อครั้งล่าสุดที่ทำได้ต้องย้อนไปตอนเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 1993 แต่ครั้งนี้พวกเขาทำผลงานทะลุกว่า 70 เหรียญทองเข้าไปแล้ว
แถมยังลุ้นครองเจ้าทองสมัยแรกอีกด้วย!
สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนล่าสุด มองว่ามหกรรมกีฬาซีเกมส์เวลานี้ไม่ได้จัดเพื่อมิตรภาพมากว่า 10 ปีแล้ว แต่เป็นการยกชาติตัวเองขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านกีฬา เพื่อไว้ใช้ข่มกันเองในแถบอาเซียนมากกว่า
“ซีเกมส์แรกๆ จัดอยู่ไม่กี่ประเทศไง ทุกครั้งแต่ละชาติก็มาแชร์ความเป็นเพื่อน ได้มิตรภาพได้เหงื่อ ใครแพ้ก็ไปฝึกมาแข่งขันกันใหม่ หลังๆ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ผมคิดว่าสัก 15 ปีหลังมานี้ แข่งกันมองเรื่องเจ้าเหรียญทองเป็นที่ตั้ง พอได้ก็เรียกตัวเองว่ามหาอำนาจ ซึ่งบางครั้งตัวเลขมันก็ไม่ได้สะท้อนอย่างนั้น มันต้องมาไล่เรียงดูว่ากีฬาสากลเป็นอย่างไร มาตรฐานไปถึงไหนแล้ว” ผู้ว่าการ กกท.ป้ายแดง กล่าว
นอกจากการเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อให้สมกับการฉลองครบรอบ 50 ปีในการได้รับเอกราชแล้ว ตัวแปรสำคัญที่ทำให้สิงคโปร์ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ซีเกมส์ก็คือ การใช้สิทธิการเป็นเจ้าภาพบรรจุกีฬาที่มีความหวังและตัดรายการความหวังของคู่แข่งออกไป เช่น ครั้งแรกที่ตัดกีฬาโอลิมปิกอย่าง วอลเลย์บอล มวยสากลสมัครเล่น ยกน้ำหนัก และเรือกรรเชียง ออกไป ก่อนจะยอมเพิ่มวอลเลย์บอล มวยสากลสมัครเล่น และเรือกรรเชียง ตามคำร้องขอของชาติสมาชิกในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม การตัดยกน้ำหนักออกไปก็สามารถตัดทอนความหวังเหรียญทองของทัพไทยที่เป็นคู่แข่งสำคัญออกไปได้ไม่น้อย
หัวเรือใหญ่ กกท.เชื่อว่าสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้มหกรรมซีเกมส์ออกแนวทีใครทีมัน สืบเนื่องจากไม่มีหน่วยงานที่ดูแลชัดเจนเหมือนกับโอลิมปิกที่มีคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) และเอเชียนเกมส์ ที่มีสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ทำหน้าที่คอยควบคุม แต่ซีเกมส์มีแค่มนตรีซีเกมส์ ซึ่งหมุนเวียนประธานไปตามเจ้าภาพ ทำให้รูปแบบเลยดูไร้มาตรฐานอย่างที่เห็น
“ดังนั้น ผมคิดว่ามนตรีซีเกมส์ทั้งของเราและชาติอื่นน่าจะมีน้ำหนักการต่อรองมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นมันก็เวียนกันอยู่แบบนี้ ไม่ไปไหน” บิ๊กเสือ กล่าว
อันที่จริงแล้ว กีฬาซีเกมส์ก็มีกรอบระเบียบการบรรจุกีฬาไว้เหมือนกัน เช่น กลุ่มที่ 1 ซึ่งเป็นกีฬาบังคับหรือที่มีการชิงชัยเหรียญจำนวนมาก คือ กรีฑา ว่ายน้ำ และยิงปืน และกลุ่ม 2 ชนิดกีฬาที่อยู่ในเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก ต้องไม่ต่ำกว่า 14-15 ชนิด และกลุ่มสุดท้าย กีฬาพื้นบ้านให้ได้ 2-8 ชนิดกีฬา
เจริญ วรรธนะสิน หนึ่งในมนตรีซีเกมส์ของไทย ยอมรับว่า มนตรีซีเกมส์มีอำนาจในการตัดสินใจก็จริง แต่ในทางปฏิบัติเป็นเรื่องยากเหลือเกิน แม้หลายครั้งไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่อยากกร่าง อะไรยอมได้ก็ต้องยอม เพื่อความสัมพันธ์
“เรามีอำนาจก็จริง แต่เวลาไปโหวตก็แค่เหลือเสียงเดียว เมื่อเจ้าภาพหรือชาติไหนที่ต้องการจะบรรจุกีฬาพื้นบ้านอะไรก็ไปล็อบบี้กับชาติเล็กๆ ให้ออกเสียงให้ เราก็ทำอะไรไม่ได้”
ยกตัวอย่าง กฎข้อหนึ่งที่ระบุว่า จำนวนเหรียญของชนิดกีฬาไม่ควรเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ของเหรียญรวมทั้งหมด แต่มีเจ้าภาพจัดให้ชิงชัยวูซูกว่า 20-30 เหรียญ หรือล่าสุดได้มีการถกเถียงกันเรื่องการพยายามปรับกฎกีฬาใดมีส่งมาแค่ 4 ชาติไม่จัดแข่งให้เหลือเพียง 3 ชาติ ซึ่งทางไทยไม่เห็นด้วย และต้องการเพิ่มให้ 5 ชาติมากกว่า
“เพราะแบบนี้ ซีเกมส์ถึงไม่เป็นที่นับถือของทั่วโลก และเหมือนเป็นละครสัตว์เข้าไปทุกที กฎมีแต่เลี่ยงๆ กัน” เจริญ กล่าว
นอกจากการจัดสรรโควตากีฬาตามที่ชาติตัวเองถนัด และยัดเยียดกีฬาพื้นบ้านจนหนำใจ การโอนสัญชาติเพื่อความสำเร็จทางลัดก็นับเป็นสิ่งใหม่ที่เริ่มมีให้เห็นมากขึ้น
“วิ่ง 100 เมตรชายของฟิลิปปินส์ที่เพิ่งโอนสัญชาติมาจากสหรัฐเลยนะ เทเบิลเทนนิสเจ้าภาพก็จีนทั้งโค้ชและผู้เล่น บาสเกตบอลเห็นว่ามีตัวคอลเลจในอเมริกามาแข่ง”ผู้ว่าการ กกท. กล่าว
นี่ยังไม่รวมถึงกีฬาที่ตัดสินด้วยสายตา และมักจะถูกนำมาเป็นกลยุทธ์ขาประจำในการเอาชนะคู่แข่งของเจ้าภาพ ไม่ว่าจะด้วยทางตรงที่ต้องเจอกันเอง หรือทางอ้อมที่คู่แข่งเจอกับชาติอื่น
อย่างเช่น มวยสากลสมัครเล่น ซึ่งเป็นกีฬาความหวังหลักของไทย แต่ครั้งนี้ทำได้เพียง 2 เหรียญทอง ซึ่งส่วนหนึ่งมีข้อกังขาเรื่องการตัดสินที่ค้านสายตา แม้จะไม่เจอกับเจ้าภาพโดยตรง แต่ก็ส่งผลต่อการแย่งตำแหน่งเจ้าเหรียญทองได้ไม่น้อย
“เจ้าภาพได้เปรียบแน่นอนในเรื่องการเชิญกรรมการมาตัดสิน เขาจะเลือกเชิญคนที่สนิทคุ้นเคยมาตัดสิน อาจจะเอื้อเขาบ้าง เพราะเขาเป็นคนออกค่าใช้จ่าย ทั้งตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก และอาจจะมีเบี้ยเลี้ยงด้วย” ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬา ยืนยันเรื่องนี้
ผู้ว่าสกล มองว่า ถ้าจะเอาแบบแฟร์ๆ ต้องตั้งกีฬาสากลมาเลยว่าจะมีกี่ชนิดกี่เหรียญ กำหนดให้ชัดและใช้เป็นมาตรฐานทุกครั้งที่จัดไม่ว่าใครเป็นเจ้าภาพเหมือนกับกีฬาโอลิมปิก ส่วนกีฬาพื้นบ้านใส่ได้อย่าเกิน 2 ชนิดกำลังสวย ถ้าเป็นแบบนี้พัฒนาทั้งอาเซียนแน่
ทั้งนี้ กีฬาโอลิมปิกจะกำหนด 28 ชนิดกีฬาชัดเจน ชิง 302 เหรียญทองทุกครั้ง ยกเว้นครั้งล่าสุดที่ลอนดอน แข่งเพียง 26 ชนิดกีฬา เพราะมีการโหวตตัดเบสบอลและซอฟต์บอลออกไป และไม่ได้บรรจุอะไรเข้ามาเพิ่ม เพราะคะแนนโหวต 2 กีฬาที่จะเข้าแทนอย่างคาราเต้ และสควอช ไม่ถึง 2 ใน 3 ส่วนเอเชียนเกมส์ก็ยังมีบรรจุกีฬาพื้นบ้านเข้าไปบ้าง แต่ก็ยังเน้นกีฬาสากลเป็นหลัก
“แต่เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เราต้องโฟกัสมาที่ตัวเอง เร่งพัฒนากีฬาและใส่ใจมาตรฐาน เรื่องมิตรภาพเอาไว้ก่อน แต่ไม่ใช่ไร้น้ำใจนักกีฬา หมายความว่ากีฬาที่จับเวลาต้องพยายามลดเวลาตั้งแต่ซ้อม สรุปง่ายๆ คือทุกทัวร์นาเมนต์ต้องทำให้ดีกว่าเดิม”
ที่สำคัญ ไทย ในฐานะผู้นำด้านกีฬาของภูมิภาค ต้องสร้างมาตรฐานในการเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป และทำให้เห็นว่า “ไม่ต้องโกงก็ครองเจ้าเหรียญทองได้” อย่าให้เขาพูดได้ว่า “ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง”







