posttoday
เข้ายุคของแพง

เข้ายุคของแพง

03 กรกฎาคม 2553

 

เงินเฟ้อมิ.ย.ขึ้น3.3%/ฮอตไลน์ปรองดองวันแรกด่าของแพงอันดับหนึ่ง

โพสต์ทูเดย์ — ผักไข่น้ำตาลแพง ดันเงินเฟ้อ มิ.ย.พุ่ง 3.3% สูงติดกัน 9 เดือน ครึ่งปีเฟ้อ 3.5% ฮอตไลน์ปรองดองวันแรก ด่าของแพงมากสุด “พาณิชย์” คุยไม่ปรับเป้าเงินเฟ้อแล้วยันทั้งปีตามกรอบ 33.5%

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปหรือเงินเฟ้อซึ่งสะท้อนราคาสินค้าเดือน มิ.ย. 2553 เท่ากับ 108.15 เพิ่มขึ้น 3.3% เทียบกับเดือน มิ.ย.ปีก่อน ซึ่งเป็นการสูงขึ้นต่อเนื่องเดือนที่ 9 ติดต่อกัน และสูงขึ้น 0.26% เทียบกับเดือน พ.ค.ปีเดียวกัน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือน (ม.ค.มิ.ย. 2553) เพิ่มขึ้น 3.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ปัจจัยทำให้เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 3.3% เป็นผลจากดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้นถึง 6.1% โดยเฉพาะผักสดที่ราคาเพิ่มขึ้น 45.2% ผลไม้สด 25% ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง 10.2% เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ 2% อาหารบริโภคนอกบ้าน 1% ขณะดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.5% เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น 6.4% ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำประปา 2%

“เงินเฟ้อช่วงครึ่งปีแรกสูงขึ้น 3.5% ส่วนใหญ่มาจากราคาอาหารสดสูงขึ้น โดยเฉพาะผักแพงขึ้น 20.1% ผลไม้สด 15.8% ไข่ไก่ 8.1% น้ำตาลทราย 5.3% เนื้อสัตว์ 4.2% ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องมีมาตรการดูแลสินค้าเหล่านี้พิเศษ เช่น ไข่ไก่ และน้ำตาลทราย เพราะจะมีผลกระทบสินค้าอื่น เช่น อาหารสำเร็จรูป” นายยรรยง กล่าว

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นถือเป็นการขยายตัวที่มีเสถียรภาพตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก และแม้ไทยประสบปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ เงินเฟ้อที่ยังเพิ่มต่อเนื่องทำให้ปีนี้กระทรวงพาณิชย์จะไม่ปรับเป้ากรอบเงินเฟ้อทั้งปี 33.5% ภายใต้สมมติฐานน้ำมันดิบดูไบ 7080 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะนี้ราคาน้ำมันอยู่ที่ 74 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 3133 บาท/เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันเงินบาทอยู่ที่ 32.4 บาท/เหรียญสหรัฐ และการคงมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาลในบางส่วน

“แนวโน้มเงินเฟ้อครึ่งปีหลังคาดว่าจะขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เฉลี่ยเดือนละ 33.5% และไม่คิดลดกรอบเงินเฟ้อ 33.5% ซึ่งเหมาะกับการขยายตัวเศรษฐกิจไทย 56%ช่วยให้เงินเฟ้อทั้งปีเป็นไปตามกรอบ 33.5% แม้บางสำนักเศรษฐกิจจะปรับลดอัตราเงินเฟ้อลงมา แต่กระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนยันเป้าหมายเดิม ซึ่งเหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ระดับ 56%” นายยรรยง กล่าว

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานคำนวณจากสินค้าและบริการ 300 รายการ หักกลุ่มอาหารสดและพลังงาน 117 รายการ เดือน มิ.ย. 2553 เท่ากับ 103.63 สูงขึ้น 1.1% เทียบกับเดือน มิ.ย. 2552 และสูงขึ้น 0.12% เทียบกับเดือน พ.ค.ปีเดียวกัน

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการค่าไฟฟ้าฟรี สำหรับผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี จะสามารถช่วยเหลือประชาชน ได้ถึง 60% ของผู้ใช้ทั้งหมด

“ผู้ที่ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ชนบท อย่างเช่นไฟฟ้าฟรีนั้นผู้ได้รับประโยชน์จะเป็นครัวเรือนที่เป็นลูกค้าของ กฟน. เพียง 7 แสนครัวเรือน และเป็นลูกค้าของ กฟภ. ถึง 8.5 ล้านครัวเรือน ส่วนรถไฟฟรีก็จะเป็นคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ที่ใช้บริการและการตรึงราคาก๊าซแอลพีจีมีผลต่อประชาชนทั่วประเทศ”รมว.คลังระบุ

เปิดฮอทไลน์ปรองดองวันแรกฟิวส์ขาด เหตุ ปชช.ระดมโทร เฉ่ง "มาร์ค" สลับเชียร์ ใต้ อีสาน กริ๊งมาเพียบ ร้องปัญหาของแพงมากสุด การเมืองตามมาเน้นเชียร์ นายกฯ เดินหน้าปรองดอง

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการรับโทรศัพท์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตาม “โครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” ที่รัฐบาลเปิด 300 คู่สาย รับระหว่างวันที่ 16 ก.ค.นี้ สรุปผลวันแรก ประชาชนโทรศัพท์เข้ามากว่า 2,000 สาย ประเด็นที่แสดงความคิดเห็นอันดับ 1 คือ ปัญหาความเดือดร้อนภาคครัวเรือน เช่น หนี้นอกระบบ สินค้าราคาแพง การควบคุมราคาสินค้า หรือการแก้ไขปัญหาความยากจน อันดับ 2 คือ ปัญหาการเมืองส่วนใหญ่โทรมาให้กำลังแผนปรองดองแห่งชาติและการปฏิรูปการเมือง เช่น สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันดับ 3. คือ การปฏิรูปการศึกษา เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของครูและผลงานทางวิชาการ และปัญหาอื่นๆ นั้น เช่น เรียกร้องให้ส่งเสริมสวัสดิการทางสังคมและสาธารณูปโภค ปัญหาวัยรุ่น ปัญหาการให้บริการภาครัฐ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามบรรยากาศในช่วงเช้าที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมารับโทรศัพท์ด้วยตัวเองเกิดปัญหาสายหลุด เนื่องจากทางบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)ติดตั้งเบอร์โทรศัพท์เบอร์เดียว แต่สามารถรับได้ 300 คู่สายโดยมีตู้รับสายเพียงตู้เดียว ขณะที่ประชาชนทางบ้านโทรศัพท์เข้ามาจำนวนมากเกินกว่าศักยภาพของตู้จะรับได้จนทำให้ฟิวส์ขาด จึงเป็นเหตุให้โทรศัพท์สายที่นายกรัฐมนตรีรับจึงหลุดไป ดังนั้นได้สั่งการให้เพิ่มตู้รับคู่สายอีก 3 ตู้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ทำหน้าที่รับโทรศัพท์ กล่าวว่าประชาชนที่โทรศัพท์เข้ามาส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคใต้ สำหรับ กทม.มีน้อยมาก โดยประเด็นส่วนใหญ่ที่โทรเข้ามามีทั้งตำหนิและชื่นชมรัฐบาล เช่น บางคนโทรมาให้กำลังนายกรัฐมนตรีมุ่งทำงานอยากไปสนใจปัญหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมากนัก เพราะสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำมาดีอยู่แล้ว หรือบางคนแสดงความเห็นว่าอยากให้รัฐบาลดำเนินคดีกับคนเสื้อเหลืองบ้าง และควรช่วยเหลือคนอีสานที่ได้รับผลกระทบบริเวณราชประสงค์ก่อนไม่ใช่ไปช่วยผู้ประกอบการรายใหญ่ เป็นต้น

"ข้าราชการชั้นผู้น้อยทุกหน่วยงานในทำเนียบรัฐบาลถูกเกณฑ์มารับโทรศัพท์หน่วยงานละ 20 คน ซึ่งไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงเพียงแต่ได้รับประทานอาหารฟรี ซึ่งทุกคนต้องมานั่งรับโทรศัพท์คนละอย่างน้อย 8 ชั่วโมง"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท