
สนช.เห็นชอบหลักการกองทุนยุติธรรม
สนช.เห็นชอบหลักการร่างพรบ.กองทุนยุติธรรม ต้องกองทุนช่วยเหลือผู้ต้องหา ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้ความรู้ด้านกฎหมาย
สนช.เห็นชอบหลักการร่างพรบ.กองทุนยุติธรรม ต้องกองทุนช่วยเหลือผู้ต้องหา ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้ความรู้ด้านกฎหมาย
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 163 งดออกเสียง 4 เสียง เห็นชอบหลักการวาระแรกร่าง พ.ร.บ. กองทุนยุติธรรม พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณารายละเอียดต่อไป สำหรับสาระสำคัญกฎหมายนี้ คือกำหนดให้มี "กองทุนยุติธรรม" เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงความยุติธรรม การประกันตัวบุคคล การช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
ทั้งนี้ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วย กองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2553 ยังไม่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากได้รับข้อจากัดในด้านงบประมาณที่ไม่เหมาะสมกับภารกิจ ประกอบไม่มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน สมควรกำหนดให้กองทุนมีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นแหล่งเงินทุน สำหรับช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี การขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนด้วย
นอกจากนี้ กำหนดให้จัดตั้งสำนักงานกองทุนยุติธรรมขึ้นในกระทรวงยุติธรรม โดยให้สำนักงานมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับงานธุรการให้แก่คณะกรรมการ คณะกรรมการอิสระ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการอิสระแต่งตั้ง และรับคำขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงความยุติธรรม คำขอรับการช่วยเหลือการประกันตัวบุคคล คำขอรับการช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา คำขอรับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน และคำขอรับการสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน และ คำอุทธรณ์ เป็นต้น รวมทั้งกำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ซึ่งจะมีอำนาจและหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย แผนงาน และแนวทางดำเนินงานของกองทุน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่า เงินกองทุนนี้จะช่วยเหลือประชาชน ในการประกันตัวผู้ต้องหา และ จำเลยที่ไม่มีประกัน ส่วนที่ห่วงกันว่าจะไมคืนเงินประกันหรือหลบหนีนั้น ตามขั้นตอนแล้วมีมาตรการจ่ายเงินที่จะต้องให้ญาติมาร่วมประกันรับรองด้วยตัวบุคคล อีกทั้ง 5 ปีที่ผ่านมาเคยมีการจ่ายเงินเพื่อประกันตัวผู้ต้องหาและมีเพียง 1-2 คดีที่ผู้ต้องหาหลบหนีซึ่งเป็นคดีทางการเมือง ส่วนคดีที่ไม่ใช่คดีการเมืองแต่หลบหนีมีเพียงคดีเดียว อีกทั้งกองทุนนี้จะนำเงินไปใช้สำหรับการเผยแพร่ให้ความรู้ด้านกฎหมาย ช่วยค่าใช้จ่ายด้านค่าพาหนะ และเยียวยาผู้ที่ได้รับการละเมิดสิทธิมนุษยชน







