
'อมร' แฉ สปช.บางคนชอบดราม่า-ไม่ทำงานทำถูกยุบ
“อมร” ลั่น ครม. ล้าง สปช. ดราม่า-ไม่ทำงาน ชี้ รธน. เสี่ยงถูกคว่ำ หลังแก้ รธน. ชั่วคราว
“อมร” ลั่น ครม. ล้าง สปช. ดราม่า-ไม่ทำงาน ชี้ รธน. เสี่ยงถูกคว่ำ หลังแก้ รธน. ชั่วคราว
เวลา 11.00น.วันที่ 12 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายอมร วาณิชวิวัฒน์ สมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) และประธานอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายพร้อมด้วยนายวรรณชัย บุญบำรุง สปช. และนายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล อนุ กมธ.ร่วมกันแถลงข่าวถึงการดำเนินการปฏิรูปที่ผ่านมา โดยนายอมร กล่าวว่า คณะอนุกมธ.ได้พิจารณาศึกษาและยกร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ส่งเสริมติตามและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมาย พ.ศ. ...เพื่อปฏิรูปการใช้บังคับใช้กฎหมายในภาพรวมของประเทศเป็นการแก้ปัญหาทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติโดยบังคับใช้กับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ซึ่งถ้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และรัฐบาล เห็นความสำคัญของกฎหมายนี้ ตนเชื่อว่าแม้ สปช. จะหมดอายุไป แต่คณะอนุกมธ.ฯของตนจะได้เข้ามาทำงานนี้ต่อแน่นอน นอกจากนั้นแล้วยังมีการศึกษาปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องโดยการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเรื่องกล่าวรวมทั้งเสนอให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนการเสริมาตรการทางภาษีให้มีความเข้มงวดยิ่งขึ้นตามมาตรา 247 ของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนในการตรวจสอบช่วงต้นของกระบวนการเพื่อคัดกรองบุคคลผู้ประสงค์เข้าสู่กระบวนการใช้อำนาจรัฐ
นายอมร กล่าวอีกว่า สปช.ไม่เสียขวัญที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ทำให้สปช.เหลือเวลาในการทำงานเพียง 3 เดือน ซึ่งทราบว่าสาเหตุที่ต้องมีการเขย่าขวด สปช. เนื่องจากสปช. ส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 60 ปี ถือว่าสภาพร่างกายมีปัญหาและบางบุคคลเป็นข้าราชการประจำมีภารกิจมากจนไม่มีเวลาประชุม เท่าที่ทราบสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศกำหนดอายุขั้นต่ำ 35 ปี ชัดเจนว่าเขาอยากได้คนที่มีกำลังวังชาเข้ามาทำงาน อย่างไรก็ตามแม้สปช. ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ แต่ผลงานยังข้อบกพร่องเพราะการอภิปรายในสภามีดราม่าเยอะ เหมือนสภาการเมือง โดยเฉพาะการพูดถึงผลประโยชน์ในพื้นที่ของตนเองไม่ต่างจากสส. บางคนพูดแต่เรื่องธุรกิจของตนเองหรือบางคนไม่ได้พูดอะไรเลยแต่ชอบย้ายที่นั่งเพื่อได้ออกทีวี ทั้งนี้ยอมรับว่า สปช.บางคนต่อสายตรงถึงผู้ใหญ่ให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในการทำงานของ สปช.คนเหล่านี้คอยกระซับให้เห็นว่าใครมาทำงานอย่างสม่ำเสมอหรือเซ็นชื่ออย่างเดียวแล้วออกไปซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาในการคัดเลือกสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ ต่อไป
นอกจากนี้แล้ว นายอมร ยอมรับว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวครั้งนี้มีความเสี่ยงที่สปช. จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ถ้า สปช. นึกผลประโยชน์ส่วนตัวก็มีแนวโน้มว่าจะร่อแร่ แต่ถ้านึกถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศก็อยากให้เดินหน้าต่อไปเพราะ สปช. ส่วนใหญ่มีแต่น้ำดีแถวหนึ่งของประเทศ คงไม่มีใครอยากให้เกิดปรากฎการณ์ใช้คนแถวสอง-แถวสามเหมือนในอดีตมาทำงานทั้งนี้แม้ตนจะขอให้มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียว คือมาตรา 7แต่หากคณะกมธ.ยกร่างฯ ไม่แก้ไขให้ก็ไม่ติดใจ ยังคงโหวตให้ผ่านแต่ตนไม่แน่ใจกับกลุ่มอื่นที่เสนอแก้ไขเป็นร้อยมาตรา ว่าหากคณะกมธ.ยกร่างฯไม่ยอมแก้ไขให้จะโหวตอย่างไร อย่างไรก็ตามแม้ร่างรัฐธรรมนูญความเห็นชอบของ สปช.เราก็จะได้เลือกตั้งตามโรดแมพซึ่งก่อนการเลือกตั้งรัฐบาลก็จะต้องบริหารประเทศนานเกือบ 2 ปี อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ผ่านก็ในชั้นสปช. รัฐบาลก็จะมีข้ออ้างในการอยู่ต่ออยู่แล้ว







