
สนช.ผ่านร่างกม.จัดตั้งศาลแขวงฯ-ศาลเยาวชน
มติสนช.เห็นชอบหลักการ ร่างพรบ.จัดตั้งศาลแขวงฯ - พ.ร.บ.ศาลเยาวชน แก้ปัญหาความล่าช้า
มติสนช.เห็นชอบหลักการ ร่างพรบ.จัดตั้งศาลแขวงฯ - พ.ร.บ.ศาลเยาวชน แก้ปัญหาความล่าช้า
วันที่ 12 มิ.ย. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 167 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง เห็นชอบหลักการวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง และร่าง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว ด้วยคะแนนเท่ากัน พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช. เป็นผู้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ ภายในเวลาทำงาน 30 วัน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงหลักการกฎหมายฉบับแรกว่าโดยที่คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 และคดีอาญาที่เด็กหรือเยาวชนเป็นผู้ต้องหาซึ่งไม่สามารถยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เป็นเหตุให้การพิจารณาอนุญาตฟ้องคดีดังกล่าวเกิดความล่าช้าและกระทบต่อการอำนวยความยุติธรรมกับประชาชน ดังนั้น เพื่อให้การอนุญาตฟ้องคดีดังกล่าวเกิดความสะดวกรวดเร็ว คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนสมควรเพิ่มให้พนักงานอัยการที่อัยการสูงสุดมอบหมายให้มีอำนาจอนุญาตให้ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแขวงและศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งไม่สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มีการแก้ไขมาตรา 9 ห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดี เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา 7 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ โดยแก้ไขเป็น ห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดี เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 7 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุด หรือพนักงานอัยการซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมาย
นายวิษณุ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีการแก้ไขมาตรา 80 ห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดี เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 78 คือ 30 วัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุด แก้ไขเป็น ห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดี เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 78 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอัยการสูงสุด หรือพนักงานอัยการซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมายการขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในข้อบังคับของอัยการสูงสุด







