
งานไม่เด้งโดน
ประยุทธ์ ขยับปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ หลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวประกาศใช้ในปลายเดือน ก.ค.นี้
ประยุทธ์ ขยับปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ หลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวประกาศใช้ในปลายเดือน ก.ค.นี้
การเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี ในประเด็นที่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมีโอกาสเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ก่อให้เกิดกระแสว่าเป็นการเปิดทางให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.คลัง ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ
ขณะที่แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้ประมาณปลายเดือน ก.ค. 2558 นายกรัฐมนตรีจะปรับคณะรัฐมนตรีในหลายตำแหน่ง เพื่อผลักดันให้นโยบายการปฏิรูปและการวางรากฐานด้านเศรษฐกิจของประเทศเป็นรูปธรรม
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายกฯ ได้หารือเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เบื้องต้นกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แล้ว
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งขับเคลื่อนงานที่ได้รับมอบหมายหรืออยู่ในส่วนงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการลงทุน และหากไม่สามารถทำงานได้ตามแผนที่วางไว้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารงานที่เกี่ยวข้องในเดือน ก.ค.นี้
"ถ้าทำไม่ทันอาจจะถึงขั้นมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร เรื่องนี้ผมไม่ได้พูดเอง นายกฯ เป็นคนพูดเองว่า จากนี้ไปถ้าใครไม่สามารถทำงานที่ผูกพันได้ตามแผนที่ให้ไว้ภายในเดือน ก.ค.นี้ ท่านจะเปลี่ยนตัวผู้บริหาร" พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ว่า ช่วงที่เหลือจำเป็นที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลจะต้องหาใครมาเพิ่มหรือไม่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า ไม่เห็นจะต้องมีเลย ตอนนี้ก็ทำงานกันได้เต็มที่
พอถามว่า มีข่าวว่านายสมคิด ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จะเข้ามาร่วมงานในคณะรัฐมนตรี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า “ไม่มาหรอก”
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวอีกว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้ถือว่าฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยติดลบได้กลับมาเป็นบวก และบวกได้ 3% ในไตรมาสแรกของปี 2558 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่สวนทางกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และประเทศอื่นที่ปรับตัวลดลง บางประเทศที่เคยบวก 5% ก็ลดลงมาเหลือ 3% คือเศรษฐกิจไทยขึ้น ในขณะที่ประเทศอื่นลดลง







