posttoday
เปิดร่างแก้ไข รธน.ปี’57 ประชามติยึดแค่เสียงข้างมาก

เปิดร่างแก้ไข รธน.ปี’57 ประชามติยึดแค่เสียงข้างมาก

12 มิถุนายน 2558

คสช. ส่งร่างแก้รธน.ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ให้สมาชิกสนช. พิจารณาแล้ว มีประเด็นที่เกี่ยวกับการประชามติร่างรัฐธรรมนูญ-การยุบสปช.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาแล้ว โดยมีประเด็นที่เกี่ยวกับการประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการยุบสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีรายละเอียดดังนี้

มาตรา 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน “มาตรา 37 ให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) พิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนด ในการนี้ กมธ.ยกร่างฯ อาจแก้ไขเพิ่มเติมร่าง รธน.ได้ตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่คำขอแก้ไขมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเป็นจำนวนมากหรืออาจมีผลกระทบต่อโครงสร้างของร่าง รธน.และ กมธ.ยกร่างฯ เห็นว่าไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนด กมธ.ยกร่างฯ จะให้มีมติขยายเวลาพิจารณาคำขอแก้ไขได้ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่พ้นกำหนด และให้แจ้งมติขยายเวลาพร้อมเหตุผลให้ สปช.ทราบก่อนครบกำหนดเวลานั้นด้วย

เมื่อ กมธ.ยกร่างฯ ได้แก้ไขเพิ่มเติมร่าง รธน.ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เสนอต่อ สปช.แล้วให้ สปช.รอไว้ 15 วัน เมื่อพ้นกำหนด ให้ สปช.ประชุมเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่าง รธน.นั้นทั้งฉบับภายใน 3 วัน ในการนี้จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ มิได้ เว้นแต่ กมธ.ยกร่างฯ เป็นผู้แก้ไขเฉพาะในกรณีพบเห็นข้อผิดพลาดที่มิใช่สาระสำคัญและจำเป็นต้องแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน

เมื่อ สปช.มีมติเห็นชอบด้วยกับร่าง รธน.ให้แจ้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบ และให้ ครม.แจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบโดยเร็ว โดยให้เป็นหน้าที่ของ กกต.ในการดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติ และให้นำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 ในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดและบทกำหนดโทษมาใช้บังคับ

การจัดให้มีการออกเสียงประชามติตาม รธน.นี้ให้ออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่าง รธน.นั้นทั้งฉบับ ต้องกระทำในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ในการนี้ สปช.หรือ สนช.จะมีมติเสนอประเด็นอื่นใด สภาละไม่เกินหนึ่งประเด็นก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธาน สปช. หรือประธาน สนช.เสนอประเด็นดังกล่าวต่อ ครม.เพื่อพิจารณาหาก ครม.เห็นชอบด้วยกับประเด็นใด ให้แจ้ง กกต.ทราบภายใน 15 วัน และให้ กกต.ดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติ ในคราวเดียวกันกับการประชามติร่าง รธน. โดยกรณีดังกล่าวนี้ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์

ให้ กกต.ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติต้องไม่เร็วกว่า 30 วัน แต่ไม่ช้ากว่า 45 วัน นับแต่วันที่ กกต.ส่งร่าง รธน.ให้แก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของครัวเรือนทั้งหมดที่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ในการออกเสียงประชามติ ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งสุดท้ายก่อนวันที่ รธน.นี้ใช้บังคับ และถ้าผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติโดยเสียงข้างมากเห็นชอบด้วยกับร่าง รธน. ให้นายกรัฐมนตรีนำร่าง รธน.ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลออกเสียงประชามติ และเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญและพระราชทานคืนมา หรือเมื่อพ้นกำหนด 90 วันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา ให้ร่าง รธน.นั้นเป็นอันตกไป

มาตรา 6 ให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้เป็นมาตรา 37/1 ของ รธน.ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 “มาตรา 37/1 ในกรณีที่ ครม.เห็นชอบให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติม และเสียงข้างมากเห็นชอบด้วยกับประเด็นดังกล่าว และมีผลให้บทบัญญัติของร่าง รธน.ไม่สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติ ให้ กมธ.ยกร่างฯ แก้ไข รธน.ให้สอดคล้อง ภายใน 30 วัน แล้วส่งร่าง รธน.ดังกล่าวให้ศาล รธน.พิจารณาว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ ซึ่งศาล รธน.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

หากศาล รธน.เห็นว่าได้มีการแก้ไขให้สอดคล้องกับผลประชามติแล้ว หรือในกรณีที่ศาล รธน.เห็นว่ายังไม่สอดคล้อง และได้ส่งร่าง รธน.คืนให้ กมธ.ยกร่างฯ แก้ไขตามที่ศาล รธน.วินิจฉัยแล้ว ซึ่งต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาล รธน.มีคำวินิจฉัย ให้นายกฯ นำร่าง รธน.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป

มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในมาตรา 38 และมาตรา 39 ของ รธน.ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 38 ให้ สปช.เป็นอันสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้ (1) สปช.พิจารณาร่าง รธน.ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด (2) สปช.พิจารณาร่าง รธน.แล้วเสร็จ ไม่ว่าจะมีมติเห็นชอบหรือไม่ก็ตาม และเมื่อ กมธ.ยกร่างฯ ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ หรือเมื่อมีกรณีตาม (1) หรือเมื่อ สปช.มีมติไม่ให้ความเห็นชอบร่าง รธน.ให้ กมธ.ยกร่างฯ เป็นอันสิ้นสุดลงด้วย

มาตรา 39 ในกรณีที่ สปช.สิ้นสุดลงโดย กมธ.ยังไม่สิ้นสุดลง ให้ กมธ.ยกร่างฯ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเว้นแต่จะมีประชามติไม่ให้ความเห็นชอบร่าง รธน. ในกรณีเช่นนั้น ให้ กมธ.ยกร่างฯ สิ้นสุดลงนับแต่วันประกาศผลออกเสียงประชามติ แต่ในกรณีที่มีประชามติให้ความเห็นชอบร่าง รธน. ให้ กมธ.ยกร่างฯ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเพื่อจัดทำร่างกฎหมายประกอบ รธน. หรือกฎหมายอื่นที่จำเป็นเสนอต่อ สนช. และเมื่อมีการประกาศใช้ รธน.แล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของ กมธ.ยกร่างฯ ให้เป็นไปตาม รธน.ที่ประกาศใช้นั้น

มาตรา 8 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 39/1 มาตรา 39/2 และมาตรา 39/3 ของ รธน. 2557 “มาตรา 39/1 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ สปช.และ กมธ.ยกร่างฯ สิ้นสุดลง หรือนับแต่วันที่ กมธ.ยกร่างฯ สิ้นสุดลงตามมาตรา 39 หรือนับแต่วันที่ร่าง รธน.เป็นอันตกไป ตามมาตรา 37 วรรคแปด แล้วแต่กรณี ให้ คสช.แต่งตั้ง กมธ.ยกร่างฯ ขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 คน เพื่อทำหน้าที่ร่าง รธน.ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน โดยในระหว่างการจัดทำร่าง รธน. ให้ กมธ.ยกร่างฯ รับฟังความคิดเห็นของ คสช. ครม. สนช. และประชาชน ประกอบด้วย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในกำหนดเวลาที่ กมธ.ยกร่างฯ กำหนด

เมื่อ กมธ.ยกร่างฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ให้แจ้ง ครม.ทราบ และให้ ครม.แจ้ง กกต.ได้ดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ กกต.ตั้งประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของ สนช.และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 39/2 เมื่อ สปช.สิ้นสุดลง มิให้มี สปช.ตามรัฐธรรมนูญนี้อีก และให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้นแทน สปช.เพื่อดำเนินการปฏิรูปด้านต่างๆ ตามมาตรา 27 สืบต่อจาก สปช.โดยให้คำนึงถึงความสำคัญเร่งด่วนและความสัมฤทธิผลของการปฏิรูปในระยะเวลาที่เหลืออยู่

ให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศประกอบด้วยสมาชิกไม่เกิน 200 คน ซึ่งนายกฯ แต่งตั้งจากผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดและมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ สปช.สิ้นสุดลง

มาตรา 9 ให้ยกเลิกความในวรรคห้าของมาตรา 46 ของ รธน.ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “เมื่อ สนช.ให้ความเห็นชอบร่าง รธน.แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ให้นายกฯ นำร่าง รธน.ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ สนช.มีมติเพื่อพระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท