posttoday
"เพจแจ้งด่านตรวจ"...ไม่เคารพกฎหมายหรือไม่เชื่อมั่นตำรวจ?

"เพจแจ้งด่านตรวจ"...ไม่เคารพกฎหมายหรือไม่เชื่อมั่นตำรวจ?

11 มิถุนายน 2558

เมื่อพฤติกรรมแจ้ง "การตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ" ในโลกโซเชียล กำลังเสี่ยงติดคุกหัวโต

โดย....วรรณโชค ไชยสะอาด

วันนี้ ผู้ขับขี่จอมหลบหลีกทั้งหลายที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูล "การตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ" ในสังคมออนไลน์ คงต้องคิดใหม่ก่อนจะกดไลค์กดแชร์

เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประกาศอย่างแข็งกร้าวให้จัดการดำเนินคดีกับบรรดาเพจเฟซบุ๊กต่างๆที่มีการเผยแพร่ข้อมูลการตั้งด่านของตำรวจ  เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เข้าข่ายขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่และสนับสนุนให้กระทำความผิด

งานนี้่มีหนาวกันถ้วนหน้า...

ที่มาของ"เรารักด่านตรวจ"

หนึ่งในจำเลยคนสำคัญที่ถูกจับตามองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หนีไม่พ้น เพจเฟซบุ๊ก “เรารักด่านตรวจ” ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่า 3 แสนคน 

แอดมินเพจเรารักด่านตรวจ เล่าถึงจุดมุ่งหมายการก่อตั้งเพจนี้ให้ฟังว่า ต้องการช่วยส่งเสริมวินัยจราจร และรายงานสภาพการจราจรหรืออุบัติเหตุต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนวางแผนการเดินทางได้อย่างถูกต้อง สามารถไปถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพและรวดเร็ว นอกจากนี้ หากสมาชิกรู้สึกไม่เป็นธรรมต่อข้อกล่าวหาที่ได้รับ สมาชิกอาจนำมาหารือกันว่ามีข้อหาแบบนี้อยู่จริงหรือไม่ เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจกับตัวบทกฎหมาย และไม่กระทำผิดซ้ำสองอีก ทั้งหมดมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น

"เหตุที่เราได้รับความนิยม อาจจะเพราะว่าเป็นการรวมกลุ่มกันของภาคประชาชนที่เจอปัญหาต่างๆจากการกวดขันวินัยจราจรของเจ้าหน้าที่ หลายครั้งพวกเขาคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ในข้อกล่าวหา ทำให้เกิดการรวมตัวสอบถามและช่วยเหลือกันเองในกลุ่ม แต่ละวันมีคนเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ไม่เคยประชาสัมพันธ์อะไรทั้งนั้น"

ต่อความกังวลของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มองว่า คนร้ายอาจนำข้อมูลจากเพจไปใช้ประโยชน์ในการก่ออาชญากรรม            

“พวกอาชญากรคงไม่หวังพึ่งพาเพจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะข้อมูลต่างๆที่ปรากฎในเพจก็ไม่แน่ชัดว่ามีด่านตรวจจริงหรือไม่ มีแล้วเลิกกี่โมง  รวมถึงมีอีกหลายเส้นทางที่ไม่ได้รับการรายงาน  ที่สำคัญพวกอาชญากร ถ้าใส่หมวก วิ่งซ้าย เอกสารครบ หรือขับรถยนต์ ตำรวจก็ไม่เคยเรียกอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเราด้วยซ้ำ พวกโจรมีวิธีที่ใช้ในการหลบเลี่ยงมากมายกว่ามาเสี่ยงกับเพจแบบนี้แน่นอน ซึ่งทางตำรวจก็ทราบดี เราไม่เคยแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เป็นแค่ประชาชนตาดำๆที่หาเช้ากินค่ำ ช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกันไป เวลาเจ้าหน้าที่ขอให้ช่วยเหลือหรือให้กระจายข่าวอะไร เราก็ช่วยเต็มที่ โปรดอย่ามองเราในแง่ร้ายเลย”เป็นคำชี้แจงจากแอดมินเพจเรารักด่านตรวจ

อย่าขัดขวางเจ้าหน้าที่

“ไม่ใช่หน้าที่ จะทำไปทำไม”

น้ำเสียงจริงจังของ พล.ต.ท ประวุฒิ ถาวรศิริ  โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บ่งบอกชัดเจนว่าไม่พอใจการกระทำของเพจดังกล่าว

พล.ต.ท ประวุฒิ  อธิบายว่า พฤติการณ์ของเพจเหล่านี้คือให้ข้อมูลการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่างๆ โดยอาจมีการเลี่ยงใช้ชื่ออื่น เช่น มีร้านก๋วยเตี๋ยวตั้งอยู่  มีแมวดำ 5 ตัวรออยู่ หรือมีกองขยะกลางถนนตั้งอยู่บริเวณนั้นบริเวณนี้  ทว่าทั้งหมดล้วนสื่อว่าเป็นด่านตรวจ พฤติการณ์ลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากอาจมีคนร้ายฉวยโอกาสใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการหลบเลี่ยง

“สมมติจะไปปล้นทรัพย์หรือขนถ่ายยาเสพติด เราก็สามารถวางแผนเส้นทางการทำงานได้ โดยดูข้อมูลจากเพจดังกล่าวว่า เมื่อรู้ว่าเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ใดบ้าง ก็หลบเลี่ยงไปยังเส้นทางอื่นซะ คำอธิบายของเพจที่บอกว่ามีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้คนรักษากฎหมาย  ส่งเสริมวินัยจราจรหรือรายงานสภาพการจราจรหรืออุบัติเหตุต่างๆ ก็เป็นคำกล่าวอ้างที่ใช้ไม่ได้

เจ้าของเพจก็ผิด ลูกเพจที่มาแจ้งข้อมูลก็ผิด คุณจะทำเพื่ออะไร ข้ออ้างที่บอกเพื่อให้คนรักษากฎหมายมากขึ้นนั้นฟังไม่ขึ้น ผู้ขับขี่ต้องรับรู้กฎหมายอยู่แล้ว  อุปกรณ์และเอกสารในการขับขี่ กฎหมายระบุชัดเจน หากมีครบไม่ต้องกลัว ถามว่าถ้าออกไปปากซอยแล้วไม่มีด่านสักด่าน คุณต้องใส่หมวกกันน็อกไหม ตำรวจหลับหมดทั้งประเทศ คุณต้องใส่หมวกไหม ก็ต้องใส่ ไม่ใช่เพื่อเรา แต่เพื่อตัวคุณเอง เจอตำรวจ เราไม่ดูอะไรมากหรอกแค่ใบขับขี่ นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีอยู่แล้ว ไม่ใช่อ่านเพจแล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่อยู่ ทำให้ต้องหยิบใบขับขี่ขึ้นมาแปะหน้าผากเสียเมื่อไหร่ ฉะนั้นเหตุผลฟังไม่ขึ้น ลองดูว่าคุณไปแถลงต่อศาลด้วยเหตุผลอย่างนั้น ศาลจะฟังคุณไหม"โฆษกสตช.ตอบอย่างหนักแน่น  

อย่างไรก็ตาม บทลงโทษที่ทุกคนควรรับทราบคือ หากทำการสอบสวนแล้วพบว่า คนร้ายหลบหนีตามเส้นทางที่รับรู้มาจากเพจ จะทำให้ผู้ที่แจ้งข้อมูลด่านตรวจนั้นมีความผิด ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด ตามกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 86 ที่ระบุว่า ผู้ใด้กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนันสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น

ขณะเดียวกัน หากข้อมูลที่เผยแพร่นั้นเป็นข้อความเท็จโกหกหลอกหลวงว่ามีด่านตรวจก็นับว่าผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) ที่ระบุว่า ผู้ใดนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าท้ังหมดหรือบางส่วน  หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”  ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"เพจแจ้งด่านตรวจ"...ไม่เคารพกฎหมายหรือไม่เชื่อมั่นตำรวจ?

ไม่เคารพกฎหมายหรือไม่ไว้ใจตำรวจ

สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ มองว่า  การเปิดเผยข้อมูล ส่งต่อหรือแชร์ในหมู่ภาคประชาชน ถ้ากระทำโดยสุจริตใจไม่น่าจะมีความผิด ขณะเดียวกันกลุ่มคนร้ายคงไม่มาอ่านหรือสนใจเพจเหล่านี้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์

การสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียของประชาชน เชื่อว่าส่วนใหญ่ไม่ได้มีเจตนาร้าย  และไม่เห็นด้วยกับการเอาผิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการรับรู้และใช้ข้อมูลเหล่านี้ของโจรผมคิดว่าเป็นไปได้น้อยมาก แม้จะมีความเป็นไปได้อยู่บ้างก็ตาม ข้อมูลการตั้งด่านตรวจของภาคประชาชนไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ต้องสนใจ  เพราะหากกลัวว่าคนร้ายจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าว ตำรวจควรหันไปติดตั้งกล้องวงจรปิดในทุกจุดเพื่อติดตามและป้องกันคนร้ายเสียดีกว่า

ความนิยมที่มีต่อเพจลักษณะนี้ สังศิต บอกว่า ภาคประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นต่อการทำงานโดยสุจริตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับกันรู้สึกว่าตำรวจใช้กฎหมายมารังแกพวกเขา

"ตำรวจไม่มีความน่าเชื่อถือในหมู่ประชาชน สิ่งนี้คือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ทุกการกระทำของตำรวจ มักจะมีคนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างเป็นประจำ  ซึ่งพฤติกรรมของตำรวจในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมามักจะทำอะไรที่ประชาชนไม่เชื่อถือเสมอ  เชื่อเถอะถ้าประชาชนไว้ใจตำรวจ เพจแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น"

ความเห็นน่าสนใจของนักวิชาการรายนี้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควรทบทวนตัวเองว่าเหตุใดประชาชนถึงไม่ไว้ใจ และนำไปปรับปรุงพฤติกรรมการทำงานให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น  โดยยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ยังดีกว่ามานั่งไล่ปิดเพจซึ่งอาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวของตำรวจลดน้อยถอยลงไปอีก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท