
ซ่อมบ้านให้ดีก่อนให้เช่า
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์
ไม่น่าประหลาดใจแต่อย่างใดหากกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลประยุทธ์บริหารต่อไปอีกสักปีสองปีก่อนมีการเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จะมาแรงและเร็วเช่นนี้ ที่กระแสเกิดขึ้นแรงและเร็ว เพราะประชาชนส่วนใหญ่มีใจรักและพอใจการทำงานของรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว เพียงแค่มีคนมาสะกิดเท่านั้น หลัง 1 ปีที่ คสช.บริหารประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่พอใจการทำงานของ คสช. เพราะมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สัมผัสได้ บ้านเมืองสงบเรียบร้อย นอกเหนือจากโพลของสำนักต่างๆ แล้ว เมื่อมีการพูดคุยกับประชาชนทั่วไป ผลก็ออกมาคล้ายคลึงกัน กล่าวคือ เมื่อทำได้ดีเช่นนี้ก็อยากให้อยู่ทำดีต่อไปก่อน อย่าเพิ่งมีการเลือกตั้ง เพราะเลือกตั้งเมื่อไรนักการเมืองก็คงเข้ามาทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายอีก
ล่าสุด ทั้งสวนดุสิตโพลและมาสเตอร์โพลล์มีผลสำรวจตรงกันคือ ประชาชนที่ถูกสำรวจโดยการสุ่มตัวอย่างร้อยละ 75 ต้องการให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แกนนำชุมชนร้อยละ 85 กล่าวว่าจะลงชื่อสนับสนุนให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งหากมีการล่ารายชื่อกัน สำหรับกลุ่มคนที่ต้องการให้เลือกตั้งก่อนปฏิรูปคือนักการเมืองและนักวิชาการบางพวกเท่านั้น
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่พอใจและไว้ใจรัฐบาล คสช. ในขณะที่ไม่ไว้ใจนักการเมืองหรือนักเลือกตั้งทั้งหลาย ประชาชน (และนายกรัฐมนตรี) แสดงท่าทีชัดเจน ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะสานต่อการปฏิรูปและสิ่งที่รัฐบาลได้นำไว้แล้วหรือไม่ หากไม่ทำต่อหรือเลือกทำเฉพาะที่เป็นประโยชน์กับตน สิ่งที่ คสช.และรัฐบาลทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่า ดังนั้นประชาชนจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีทำบ้านเมืองให้เรียบร้อยก่อน การปฏิรูปนั้นต้องใช้เวลา ส่วนที่ยังไม่เรียบร้อยก็เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญถาวรว่า ใครมาเป็นรัฐบาลต้องสานต่อ และให้มีคณะกรรมการควบคุมตรวจสอบ
คนระดับชาวบ้านไม่เข้าใจหรอกว่าปฏิรูปคืออะไร แต่เขาเห็นว่ารัฐบาล คสช.ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีความวุ่นวาย จัดระเบียบบ้านเมืองได้ดี ปราบบ่อน ซ่อง นักเลงหัวไม้ ผู้มีอิทธิพล กล้าจัดการกับธุรกิจผิดกฎหมายหรือธุรกิจสีเทาที่ยุคก่อนไม่เคยมีใครกล้าแตะต้อง จับกุมผู้กระทำผิดอย่างไม่ไว้หน้า จัดการกับพวกทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง กล้าย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น กล้าจัดการกับนายทหาร ตำรวจระดับนายพลที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ชาวบ้านมีชีวิตอยู่อย่างปกติสุขและไม่รู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพแต่อย่างใด คนดีอยู่ในสังคมได้ แต่คนที่คิดร้ายต่อบ้านเมืองอยู่ลำบาก พวกเขาจึงอยากให้รัฐบาลประยุทธ์อยู่ต่อ
ส่วนการจะให้รัฐบาล คสช.อยู่อีกกี่ปีนั้น ผลจากการทำโพลพบว่า อยู่ปีเดียวก็เร็วไป อยู่สามปีก็นานไป ส่วนใหญ่เห็นว่าควรอยู่สัก 2 ปี ส่วนปีเดียวไม่ต้องพูดถึงเพราะเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญ การลงประชามติ การออกกฎหมายลูก การเตรียมตัวเลือกตั้งก็เลื่อนจากของเดิมไปอีก 1 ปีอยู่แล้ว
นายกรัฐมนตรีเน้นให้เป็นเรื่องของประชาชน ถ้าตัวเองพูดก็เท่ากับอยากอยู่ในอำนาจต่อ และยืนยันว่าตัวเองจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวและโรดแมปที่วางไว้ เรื่องแบบนี้หากประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า
ให้อยู่ต่ออีกสักระยะ รัฐธรรมนูญชั่วคราวและโรดแมปสามารถยืดหยุ่นได้ ส่วนสมาชิก สปช.และ สนช.ก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะหากผลักดันมากก็จะถูกกล่าวหาว่าอยากอยู่ในอำนาจต่อ ปล่อยให้ประชาชนจัดการเอง หากเป็นความต้องการของประชาชน ต่างชาติก็ว่าไม่ได้ ความชอบธรรมต้องมาจากประชาชนเป็นสำคัญ เป็นการฝึกให้ประชาชนเป็นใหญ่
วิธีการทำนั้น มีการพูดถึงกันมากในระยะหลังว่าจะต่ออย่างไร มีผู้เสนอแนะหลายแนวทาง (1) ทำประชามติพร้อมกับรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มหัวข้อการลงประชามติเพิ่มมาอีก 1 หัวข้อ ซึ่งคงไม่ยุ่งยากมากนัก วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม (2) แยกทำเป็นประชามติเฉพาะ ซึ่งจะเสียเงินเพิ่มอีก 3,000 ล้านบาท และเสียเวลาด้วย (3) การทำสัญญาประชาคมระหว่างรัฐบาลกับประชาชนรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น (4) การเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เวลารัฐบาลว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลปฏิรูปเรื่องอะไรบ้าง ให้เสร็จเมื่อใด ใช้อะไรเป็นตัววัด
ความจริงชาวบ้านไม่ค่อยรู้หรอกว่าการปฏิรูปคืออะไร รู้แต่ว่าเมื่อรัฐบาลทำดีอย่างนี้ก็อยู่ต่อ ทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยเสียก่อนแล้วค่อยมีเลือกตั้ง พวกเขาไม่ได้จะเป็นจะตายกับการเลือกตั้งแต่อย่างใด ในเมื่อคนเช่าบ้านคนก่อนทำบ้านพังเละเทะ หลังคารั่ว ฝาบ้านหลุด พื้นโหว่ บันไดพัง ปลวกกินบ้านเต็มไปหมด เสาบ้านก็ผุกร่อน ขุดดินเอาไปขาย เมื่อมีคนมาซ่อมบ้านให้ก็อยากให้ซ่อมจนเสร็จ วางฐานรากใหม่ ทำเสาให้แข็งแรง พื้นบ้านไม่โหว่ ฝากันลมกันฝนได้อย่างแข็งแรง หลังคากันแดดกันฝนได้อย่างดี บานหน้าต่างปิดเปิดได้ ทำให้ดีแล้วค่อยให้คนเช่าใหม่ พร้อมกับเซ็นสัญญาเป็นหลักฐาน หากทำผิดข้อตกลงเจ้าของบ้านสามารถไล่ออกจากบ้านทันที ส่วนผู้เช่ารายเก่าที่เกือบเผาบ้านไหม้เป็นจุณนั้น อย่าให้มาเช่าอีก คนไทยต้องเป็นคนกำหนดว่าอยากให้บ้านเราเป็นอย่างไร แข็งแกร่ง มั่นคง แล้วหาคนเก่งคนดีมาสร้าง และหาคนดีๆ มาเช่าบ้าน
ชอบหรือไม่ชอบ เราปฏิเสธการเลือกตั้งและนักเลือกตั้งไม่ได้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ทำบ้านเมืองให้เรียบร้อยเสียก่อนดีไหม ให้เจ้าของบ้านรู้วิธีเลือกคนดีมาเช่าบ้าน คนมาเช่าก็ต้องเป็นคนดี
กระแสที่เกิดขึ้นนี้เป็นความรู้สึกบริสุทธิ์ของคนทั่วไปที่อยากเห็นคนดีปกครองบ้านเมืองเท่านั้นเอง ส่วนใครจะว่าเป็นแผนของคนเสื้อแดงให้รัฐบาลตกหลุมพรางก็ว่ากันไป







