posttoday
สหรัฐยังไม่แกร่ง ดอลลาร์แข็ง - ค่าแรงหด ขวางโต

สหรัฐยังไม่แกร่ง ดอลลาร์แข็ง - ค่าแรงหด ขวางโต

11 มิถุนายน 2558

มีข่าวดีบ่งชี้ถึงสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ มหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สำนักสถิติแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ในเดือน เม.ย.ภาคธุรกิจสหรัฐเปิดรับตำแหน่งงานมากถึง 5.4 ล้านตำแหน่ง

มีข่าวดีบ่งชี้ถึงสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ มหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สำนักสถิติแรงงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ในเดือน เม.ย.ภาคธุรกิจสหรัฐเปิดรับตำแหน่งงานมากถึง 5.4 ล้านตำแหน่ง

นับเป็นตำแหน่งงานที่มีปริมาณมากที่สุดในรอบ 15 ปี หรือตั้งแต่ที่สำนักสถิติฯ เริ่มดำเนินการบันทึกในเดือน ธ.ค. 2000 อีกทั้งยังเป็นตัวเลขที่มากกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายอาจอดคิดไม่ได้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังไปได้สวย และน่าจะเป็นความหวังสำหรับนักลงทุน รวมถึงเป็นปัจจัยผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติแห่เทขายหุ้นและพันธบัตรในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนทำให้ดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคดังกล่าวดิ่งลงแรง ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกลับพุ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากเจาะลึกข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐย้อนหลังไปในช่วงก่อนหน้าสักเล็กน้อย จะเห็นได้ว่าตัวเลขหลายตัวไม่ได้ดีงามอย่างที่คิดไว้สักเท่าไรนัก โดยเฉพาะตัวเลขของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่หดตัวลง 0.7%

กลายเป็นประเด็นคำถามชวนสงสัยที่คาใจหลายต่อหลายคนว่าเหลือเกินว่า ตกลงแล้วเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวจริงหรือไม่

สำหรับนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างแน่นอน โดยได้อ้างอิงความเคลื่อนไหวของตัวเลขจีดีพีในปี 2014 ก่อนหน้าที่ช่วงไตรมาสแรกปรับตัวลดลงก่อนจะขยับขยายดีขึ้นในช่วงไตรมาสต่อๆ มา ซึ่งถือเป็นหลักฐานยืนยันว่าที่จีดีพีไตรมาสแรกหดตัวลง เป็นผลมาจากปัจจัยสภาพอากาศที่เลวร้ายในช่วงปลายปีมากกว่าปัจจัยจากทางเศรษฐกิจจริงๆ

กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายสำนักกลับแย้งว่า แม้ปัจจัยทางสภาพภูมิอากาศจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของจีดีพีในช่วงไตรมาสแรก แต่ต้องไม่ลืมว่าห้วงเวลาปัจจุบันนี้ สหรัฐกำลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจมากกว่าในช่วงปีที่ผ่านมา

ดังนั้น เศรษฐกิจสหรัฐจึงไม่อาจเรียกได้ว่ากำลังฟื้นตัวได้ดี

ทั้งนี้ ความแตกต่างที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันก็คือในช่วงปีที่แล้ว เศรษฐกิจสหรัฐขยับขยายดีขึ้นเพราะอิทธิพลของมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ที่เฟดอัดฉีดอย่างเต็มที่ แต่ในปี 2015 นี้สหรัฐไม่มีคิวอีคอยกระตุ้น จึงเป็นปัจจัยที่น่าวิตกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวได้ดีแน่หรือไม่

ขณะเดียวกัน ในปีนี้เศรษฐกิจสหรัฐยังมีปัจจัยเสี่ยงจากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาก และมากถึงขนาดที่เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟดคนปัจจุบันจะอดเอ่ยปากปรารภด้วยความวิตกไม่ได้ว่า การแข็งค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐเป็นปัจจัยสั่นคลอนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่เฟดให้ความสำคัญและต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ปีเตอร์ มอริซี ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศในสหรัฐ กล่าวว่า การแข็งค่าของค่าเงินเหรียญสหรัฐกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางหลักในการเติบโตของภาคการผลิตของประเทศ เพราะค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าทำให้สินค้าส่งออกของสหรัฐเสียเปรียบ เนื่องจากแพงกว่าคู่แข่ง

ขณะเดียวกัน แม้จะช่วยให้สามารถนำเข้าสินค้าได้ถูกและผู้บริโภคสหรัฐมีอำนาจในการบริโภคมากขึ้น แต่ค่าเงินถูกก็กระเทือนต่อรายได้ของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติหลายแห่งทั่วสหรัฐ ที่จะส่งผลให้เกิดการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรักษาผลกำไรหรือรายได้ ซึ่งหมายถึงการปรับลดคนงานลง ตลอดจนการคงหรืออัตราค่าจ้างแรงงานของคนงานลง หรือการจ้างงานแรงงานไม่ประจำ (พาร์ตไทม์) มากกว่าแรงงานประจำ เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือว่า ค่าเงินเหรียญสหรัฐเป็นปัจจัยที่จะขัดขวางการขยายตัวฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ยิ่งเมื่อมีแนวโน้มว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าในระดับสูงต่อไป เนื่องจากคู่ค้าอย่างสหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่นหันมาใช้นโยบายคิวอีอย่างจริงจัง ก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเป็นไปได้ที่จะไม่สามารถฟื้นตัวได้ หรือฟื้นตัวได้อย่างเชื่องช้ามากยังไม่นับรวมรายงานจากบริษัทเอกชนหลายแห่งที่ออกมาประกาศยอมรับว่ารายได้ของบริษัทหดหาย เพราะพิษเงินเหรียญสหรัฐแข็ง

นอกจากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐไม่อาจฟื้นตัวได้แล้ว ปัจจัยลักษณะการจ้างงานก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง โดยนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่ง ระบุว่า ต่อให้เลขการจ้างงานดีแค่ไหน อัตราว่างงานน้อยลงเพียงใด ความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นตัวรับประกันว่า สถานะทางการเงินของผู้บริโภคสหรัฐจะแข็งแกร่งมั่นคงขึ้นด้วย

เพราะงานที่ได้ส่วนใหญ่ไม่ใช่งานประจำ อัตราค่าจ้างยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงก่อนวิกฤต และมากกว่าครึ่งของประชากรวัยทำงานชาวสหรัฐยอมรับว่าไม่สามารถควักเงิน 400 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.32 หมื่นบาท) ในกรณีฉุกเฉินได้โดยไม่ต้องกู้ยืมหรือขายสินทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งไป

แดน กรีนฮอส หัวหน้านักกลยุทธ์แห่งบีทีไอจี ระบุว่า ขณะนี้สหรัฐมีปัจจัยสั่นคลอนการฟื้นตัวเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่น่าไว้ใจ และปัจจัยดังกล่าวก็ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะสะดุดได้ทุกเมื่อ

ทั้งนี้ ตราบใด้ที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐยังคงแข็งค่า และการจ้างงานในตลาดสหรัฐยังไม่สร้างรายได้เข้ากระเป๋าผู้บริโภคสหรัฐได้อย่างต่อเนื่องมั่นคงและเพียงพอ ตราบนั้นการฟื้นตัวของสหรัฐก็มีสิทธิติดหล่มหยุดชะงักได้ทุกเมื่อ

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69