
รักษาคำสัญญา
รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะอยู่สั้นหรืออยู่ยาวไม่ใช่สาระสำคัญที่ คสช.ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ เพราะเจตนาที่แฝงในคำขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็บ่งชี้ชัดเจนว่ามีเป้าประสงค์ใด
รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะอยู่สั้นหรืออยู่ยาวไม่ใช่สาระสำคัญที่ คสช.ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ เพราะเจตนาที่แฝงในคำขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็บ่งชี้ชัดเจนว่ามีเป้าประสงค์ใด
ปัญหามีอยู่ว่า ตลอด 1 ปีของการรัฐประหาร คณะทหารชุดนี้ได้ดำเนินนโยบายเป็นไปตามที่ได้แถลงไว้หลังยึดอำนาจหรือไม่ นอกจากการคืนความสงบให้บ้านเมืองแล้ว ช่วงเวลา 1 ปี ปัญหาใดได้รับการแก้ไขลุล่วงบ้าง กฎหมายจำนวนมากที่ผ่านจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีเรื่องใดแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศได้รับการปรับปรุงไปอย่างมีนัยสำคัญ
เราต่างยอมรับว่าความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน ความบิดเบี้ยวของกระบวนการยุติธรรมเป็นความเดือดร้อนที่เกิดอยู่ทั่วไป ธุรกิจขนาดใหญ่มีอำนาจเหนือตลาดเอาเปรียบเกษตรกรรายย่อย การจัดเก็บภาษีมรดกที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ สามารถสร้างความเป็นธรรมและใช้แก้ปัญหาได้ตรงจุดจริงหรือ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนต้องการเห็นรูปธรรมที่จับต้องได้
การอยู่ต่อหรือไม่ไม่สำคัญ ที่สำคัญกว่าคือได้อำนาจมาแล้วได้ใช้อำนาจนั้นไปเพื่อประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่หรือไม่ หรือไม่ต่างอะไรจากรัฐบาลชุดก่อนๆ ซึ่งเอื้อประโยชน์แก่ทุนขนาดใหญ่ที่เข้าถึงศูนย์กลางอำนาจ
การท่องคาถายึดโรดแมปนั้นไร้ความหมาย ถ้าไม่มีใครเชื่อว่ารัฐบาลนี้มีผลงานจนมีตัวชี้วัดบ่งบอกถึงความสามารถในการแข่งขันที่เอื้อให้ประเทศขยับไปข้างหน้า
เราไม่ปฏิเสธว่ารัฐบาลมีความตั้งใจดีและปรารถนาดีต่อประเทศเช่นคนไทยทุกคน หลายนโยบายมีเสียงสนับสนุน อาทิ เอาผิดข้าราชการขี้โกง ทวงคืนที่ดินรัฐ แต่หลายเรื่องรัฐบาลก็เสียเวลาไปกับเรื่องเล็กเกินไป จนสูญเสียโอกาสในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้สถานะของประเทศ
เป็นต้นว่าปัจจัยเศรษฐกิจหลายตัวไม่ได้เลวร้ายนัก เครื่องจักรบางตัวเริ่มทำงาน แต่กลไกในการขับเคลื่อนไม่ขยับ ข้าราชการใส่เกียร์ว่าง นับวันคนหาเช้ากินค่ำเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง
คสช.จะมีความปรารถนาดีมากแค่ไหนก็ตาม แต่นัยการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี อาจเป็นเชื้อไฟก่อความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่ เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ ว่างบประมาณที่จะอนุมัติให้คน 200 คน ตามที่นายกฯ แต่งตั้งมาทำหน้าที่จะคุ้มค่า สามารถสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติได้ นั่นเพราะ สปช.ชุดปัจจุบัน ใช้งบไปหลายร้อยล้าน แต่มีผลงานไม่ประจักษ์มากนัก
หากทิศทางการปฏิรูปประเทศไม่ชัด หากการบริหารเศรษฐกิจมีปัญหา คณะนายทหารควรยอมรับความจริงว่าไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะดลบันดาลได้ทุกเรื่อง แต่ควรเร่งรัดให้ทุกอย่างเป็นไปตามคำสัญญา เพื่อส่งต่อกติกาให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกอนาคตของตัวเอง







