posttoday
สมการ...โอกาส

สมการ...โอกาส

11 มิถุนายน 2558

ถ้าคุณกำลังเกิดความรู้สึกว่า โอกาสในชีวิตในยุคปัจจุบันนี้ มันช่างหาได้ยากซะจริงๆ วันนี้มีบางเรื่องราวที่น่าสนใจ สำหรับวิธีการค้นหาโอกาสที่ซ่อนตัวอยู่มาเล่าสู่กันฟัง...

ถ้าคุณกำลังเกิดความรู้สึกว่า โอกาสในชีวิตในยุคปัจจุบันนี้ มันช่างหาได้ยากซะจริงๆ วันนี้มีบางเรื่องราวที่น่าสนใจ สำหรับวิธีการค้นหาโอกาสที่ซ่อนตัวอยู่มาเล่าสู่กันฟัง...

เรื่องแรกเกิดในดินแดนชนบทอันหนาวเหน็บของสวีเดน เด็กชายคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นด้วยอาการการเรียนรู้บกพร่อง แต่ตัวเขาเองกลับมีความเชื่ออยู่เสมอว่า เขานั้นหัวดีในเรื่องธุรกิจ จึงเริ่มต้นธุรกิจด้วยการขายเมล็ดพันธุ์พืชในโรงเก็บของ ใช้เวลาเพียงปีเดียว ก็สามารถเก็บเงินซื้อจักรยานได้เอง และใช้จักรยานนี้เป็นพาหนะ ในการเปิดกิจการการขายไม้ขีดไฟ โดยเขาซื้อไม้ขีดไฟในจำนวนมากๆ แล้วนำมาแบ่งใส่กลักเล็กๆ เพื่อขายปลีก ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด จนทำให้พบแนวคิดว่า อะไรก็ตามเมื่อนำมาขายในจำนวนมากๆ ก็สามารถทำกำไรที่ดีได้

เขาใช้เงินรางวัลที่ครอบครัวมอบให้ตอนเรียนจบชั้น ม.ปลาย ก่อตั้งกิจการร้านขายของจิปาถะ โดยมีการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ จัดพิมพ์แค็ตตาล็อก และเปิดบริการการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางไปรษณีย์ โดยร้านนี้ขายของทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น สมุด ปากกา กรอบรูป นาฬิกา ถุงน่องและเครื่องประดับต่างๆ

ในปี 1950 รัฐบาลสวีเดน ออกโครงการ “บ้านหนึ่งล้านหลัง” ชายหนุ่มมองเห็นลู่ทางการขยายธุรกิจ เขาจัดการสั่งเฟอร์นิเจอร์มาจำหน่ายในร้าน และแน่นอนมันขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนเขาต้องขยายร้าน ด้วยการสร้างโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ขึ้น โดยออกแบบห้องโชว์ ให้เหมือนแค็ตตาล็อกแสดงสินค้า ซึ่งเน้นการโชว์เฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่ใช้งานจริง ใช้แนวคิดการตั้งราคาเช่นเดียวกับธุรกิจไม้ขีดไฟของเขา คือ ราคาถูกกว่าคู่แข่ง แต่เน้นกำไรจากการขายในปริมาณเยอะๆ

ผลก็คือ ร้านของเขาขายดีจนถูกกดดันจากคู่แข่งร้านอื่นๆ ที่รวมตัวกันต่อต้าน ไม่ให้ซัพพลายเออร์ที่ผลิตสินค้าส่งเฟอร์นิเจอร์ให้เขาขาย เมื่อไม่มีสินค้าขาย แทนที่มันจะเป็นปัญหา แต่เขากลับพลิกวิกฤตครั้งนั้น ด้วยการก่อตั้งแผนกดีไซน์เพื่อออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์ขึ้นมาขายเอง

แล้ววันหนึ่ง พนักงานฝึกหัดในแผนกดีไซน์ลงมาช่วยขนโต๊ะตัวใหญ่เพื่อไปส่งให้กับลูกค้า แต่พบว่าขาของโต๊ะตัวนั้นมันยื่นออกมาจากรถทำให้ขนโต๊ะไปไม่ได้

“ให้ตายเถอะ ถอดขาโต๊ะออกมา แล้วเก็บไว้ข้างล่างละกัน...”

ด้วยเพียงประโยคสั้นๆ จากการส่งของไม่ได้ แต่มันถูกพัฒนาไปจนกลายเป็นไอเดียแนวคิดธุรกิจการทำเฟอร์นิเจอร์แบบแบนราบ ที่ผู้ซื้อจะต้องนำไปประกอบเองที่บ้าน ช่วยลดภาระต้นทุนการขนส่ง แถมเป็นเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง ซึ่งผลิตในคราวละมากๆ แต่สามารถจำหน่ายได้ในราคาถูก จนทำให้เขากลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเฟอร์นิเจอร์ของโลก

นี่เป็นเรื่องราวของ อิงวาร์ คัมปราด (Ingvar Kamprad) เด็กชายที่เกิดจากฟาร์มเอล์มทารีด (Elmtaryd) ณ หมู่บ้านอากูนนารีด (Agunnaryd) ประเทศสวีเดน ซึ่งชื่อกิจการนั้นตั้งขึ้นจากอักษรตัวแรกของ ชื่อ นามสกุล ชื่อฟาร์ม และชื่อหมู่บ้าน เอามารวมกันเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวงการเฟอร์นิเจอร์ของโลกนามว่า “IKEA”

เรื่องเล่าที่สองเกิดขึ้น ณ ชนบทของอันแห้งแล้งใน จ.ร้อยเอ็ด มีเด็กชายคนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นอย่างยากจน แต่ตัวเขามีความรู้สึกอยู่เสมอว่า ตัวเองนั้นหัวดี ในโรงเรียนซึ่งใช้กระดานชนวนในการเรียน ที่จดแล้วต้องลบทิ้ง กลับเป็นบ่อเกิดของความจำอันดีเยี่ยม แต่ว่าเขาก็มีโอกาสได้เรียนแค่ ป.4 เท่านั้น

เขาออกจากบ้านมาหางานทำ งานแรกๆ ที่ทำคืองานใช้แรงงานเก็บฝ้าย ชายหนุ่มผ่านงานมากมายทั้งเป็นลูกจ้างในโรงงานทำนอต คนสวน ทำงานรับจ้างต่างๆ ถีบรถขายไอติม จนชีวิตพลิกผัน เพราะน้องชายชวนให้เข้ามาลองขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น

เขาทำงานอย่างมุมานะ ขยันขันแข็ง ขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่เที่ยงวันยันตีสาม ขายทุกวัน แบบไม่มีวันหยุด จนวันหนึ่งเขาสังเกตว่า กำไรจากการขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสของเขา น้อยกว่ากำไรจากร้านน้องชาย ที่ขายบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง เขาจึงตัดสินใจว่า จะเพิ่มยอดการขายด้วยการสั่งบะหมี่เกี๊ยวมาขายเพิ่ม แต่โชคชะตาเล่นตลก เจ้าของโรงงานบะหมี่เกี๊ยวไม่ยอมให้รถส่งของขับมาส่งบะหมี่ให้ โดยบอกว่ารถส่งของไม่วิ่งผ่าน วันนั้นเขาตั้งปณิธานไว้ในใจว่า

เมื่อโรงงานไม่ยอมส่ง เขาใช้วิธีให้น้องชายรับบะหมี่เพิ่มมาให้ แล้วนำมันมาขายจนมียอดขายเพิ่มขึ้น ได้กำไรมากกว่าคืนละ 3,000 บาท ใช้เวลาราวสองปี เขามีเงินเก็บกว่าเจ็ดแสน เพื่อเริ่มต้นธุรกิจที่ฝันไว้

ด้วยความคิดว่า ถ้ามีโอกาสได้ทำเส้นบะหมี่ เขาจะทำเส้นให้ดีที่สุด เขาใช้เวลาแรมปีกับการลองผิดลองถูก หลังการทดลองทำเส้นบะหมี่เอง และขายบะหมี่เกี๊ยวจนมีเงินเก็บ เขาตัดสินใจซื้อรถปิกอัพ ซื้อสร้อยทอง และขับรถกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ร้อยเอ็ด เมื่อมีคนถามว่าไปทำอะไรมาถึงรวย เขาจะตอบว่า “ขายบะหมี่” จนกลายเป็นที่มาของการบอกต่อ และความเชื่อว่า ขายบะหมี่แล้วรวย ทำให้คนใกล้ชิดในหมู่บ้านบอกต่อๆ กันไป ทุกคนต่างเข้ามาหาเพื่อสั่งซื้อบะหมี่จากโรงงานของเขา

เขาขายบะหมี่ตามแนวทางที่ตั้งใจไว้ บริการผู้ซื้อแบบสุดๆ ใครสั่งก็ส่ง แถมยังช่วยหาทำเลการขาย หาบ้านเช่าให้ สอนวิธีอบหมูแดง ลวกบะหมี่ สอนจ่ายตลาด จนลูกค้าที่สั่งบะหมี่ไปขาย ทุกคนล้วนขายดี รายได้ดี มีแต่คนบอกต่อ ทำให้บะหมี่ของเขาถูกส่งไปขายในหลายๆ จังหวัด และโด่งดังเป็นพลุแตก เมื่อได้ไปออกรายการโทรทัศน์จนมีชื่อเสียง

จุดพลิกผันของเขาเกิดขึ้นในวันหนึ่ง ที่มีโทรศัพท์จากหาดใหญ่โทรมาต่อว่า ว่าบะหมี่ของเค้าบูดเน่า เส้นขาด สีไม่สวย เหตุเพราะต้องใช้เวลานานในการขนส่งทางรถทัวร์

เขาไม่รีรอ จัดการพลิกวิกฤตครั้งนั้นให้กลายเป็นโอกาสในการขยายโรงงานไปตามภูมิภาคต่างๆ อีกกว่า 6 สาขา ซึ่งปัจจุบันมันกลายเป็นโรงงาน เป็นศูนย์กระจายสินค้าในทุกภาคของประเทศ ทำให้บะหมี่ของเขาสามารถส่งขายได้ทั่วประเทศไทยสมตามความตั้งใจ

นี่คือเรื่องราวของ พันธ์รบ กำลา ผู้ที่ถือกำเนิดจากหมู่บ้านหนองมะเขือ อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งชื่อกิจการของเขานั้นตั้งขึ้นมาจากความชอบดูหนังจีน และอยากได้ชื่อโดดเด่นที่เห็นครั้งเดียว ใครๆ ก็จดจำได้ จนกลายมาเป็นแฟรนไชส์ชื่อดัง “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว”

ลองวิเคราะห์สองเรื่องราวชีวิตนี้ แล้วก็สามารถสรุปสั้นๆ เป็นสมการได้ว่า โอกาส = ความพยายาม+การเตรียมพร้อม ที่เดินทางมารวมตัวกับความคิด+ความเชื่อ กลายเป็นพลังคว้าโอกาส

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท