posttoday
ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าแจงกมธ.งบ 54

ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าแจงกมธ.งบ 54

02 กรกฎาคม 2553

ฝ่ายค้าน บี้ถามการใช้กำลังพลและงบประมาณสลายแดง ด้าน สำนักงบฯ บอกยังเปิดเผยไม่ได้เพราะกำลังรวบรวมให้ปปช.ก่อน ปลัดกลาโหม แจง ยังรวบรวมไม่ได้เพราะยังไม่เลิกศอฉ. ย้ำ ทหารมีหน้าที่ปกป้องปชช. ขณะที่ บิ๊กป๊อก ย้ำชัดมีดัชนีชี้วัดความรุนแรงลดลง

ฝ่ายค้าน บี้ถามการใช้กำลังพลและงบประมาณสลายแดง ด้าน สำนักงบฯ บอกยังเปิดเผยไม่ได้เพราะกำลังรวบรวมให้ปปช.ก่อน ปลัดกลาโหม แจง ยังรวบรวมไม่ได้เพราะยังไม่เลิกศอฉ. ย้ำ ทหารมีหน้าที่ปกป้องปชช. ขณะที่ บิ๊กป๊อก ย้ำชัดมีดัชนีชี้วัดความรุนแรงลดลง

 

ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าแจงกมธ.งบ 54 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.

ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 โดยวันนี้เป็นการพิจารณางบประมาณของกระทรวงกลาโหม จำนวน 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพได้เดินทางชี้แจงด้วยตัวเอง ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์  ผบ.ทอ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม

ทั้งนี้ การประชุมเริ่มต้นด้วยการชี้แจงถึงความจำเป็นในการจัดสรรของบประมาณดังกล่าว โดยพล.อ.อภิชาติ กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมเป็นองค์กรนำในการสร้างหลักประกันความมั่นคงของรัฐ และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อความผาสุกของประชาชน ด้วยการพัฒนากองทัพให้มีศักยภาพ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ใช้เทคโนโลยีทันสมัยและการบริหารจัดการสมัยใหม่ นอกจากนี้ มีพันธกิจ รักษาเอกราชและความมั่นคงของรัฐ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ รักษาผลประโยชน์ของชาติ พัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชนและแก้ไข ปัญหาสำคัญของชาติในด้านต่างๆ

จากนั้น กมธ.ได้ซักถาม โดยนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้านในฐานะรองประธานกมธ. ถามว่า ทราบมาว่าในการรักษาความสงบในช่วงเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมามีสนธิกำลังของทหารประมาณ 5 หมื่นนาย จึงอยากทราบว่าเป็นปฎิบัติการของกำลังพลของหน่วยไหนบ้าง และมีการสูญเสียของกำลังพลเท่าไหร พร้อมกับต้องการสอบถามถึงงบประมาณในการใช้จ่ายงบประมาณตั้งแต่การควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่เดือนเม.ย.ถึง พ.ค. รวมทั้งอยากให้มีการเปรียบเทียบกับการใช้งบประมาณในการรักษาความสงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนว่ากองทัพกำลังเลี้ยงไข้ในสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

นางชุมศรี พจนปรีชา รองผอ.สำนักงบประมาณ ชี้แจงว่า ศอฉ.แต่งตั้งตั้งตามอำนาจของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยความมั่นคงทั้งหมดโดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเลขาธิการ ทั้งนี้ในเรื่องตัวเลขงบประมาณการใช้จ่ายทั้งหมดตอนนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมเพื่อชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะสามารถเสนอต่อสาธารณะได้

เช่นเดียวกับ พล.อ.อภิชาติ กล่าวว่า ขณะนี้สถานะของศอฉ.ยังดำรงอยู่ ตามพ.ร.ก.การบริหารราชสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548 ทำให้การปิดยอดงบประมาณรวมทั้งหมดของศอฉ.ยังไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกมธ. กล่าวว่า ในเรื่องนี้ได้โทรศัพท์กำชับเป็นการส่วนตัวไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและผอ.ศอฉ.ให้มีการสรุปตัวเลขแล้ว แต่เนื่องจากว่ากระทรวงกลาโหมและกองทัพไม่มีอำนาจเกี่ยวกับจัดสรรงบประมาณเพราะเป็นหน้าที่ของสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้ถ้าเมื่อถึงวาระการพิจารณาของสำนักนายกฯเมื่อไหรตอนนั้นก็ค่อยมีการซักถามกันให้ละเอียดกันอีกที

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คงบอกไม่ได้ว่าปัญหาจะสงบลงเมื่อไหร แต่ตอนนี้มีดัชนีชี้วัดว่าเหตุการณ์ความรุนแรงลดลงและกำลังทรงตัวอยู่ โดยการจะแก้ปัญหานี้ได้ต้องทำด้วยการชนะใจของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเราไม่ได้ใช้มาตรการความมั่นคงเป็นหลัก แต่จะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าไปดำเนินการและเปลี่ยนใจผู้ก่อเหตุความไม่สงบ ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถเข้าพื้นที่ที่ไม่เคยเข้าได้

นางอนุสรา ยังตรง ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย สอบถามว่าการรักษาเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมาทางกองทัพบกมีการเบิกปืนสไนปเปอร์ไปกี่กระบอกและมีการเบิกกระสุนไปกี่นัดและหน่วยไหนเป็นผู้ใช้ปืนชนิดนี้ เช่นเดียวกับปืนเอ็ม16 มีการเบิกกระสุนและอาวุธไปใช้ในการปฎิบัติการเท่าไหร นอกจากนี้ อยากทราบว่าทำไมเกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องเบี้บเลี้ยงและค่าอาหารของกำลังพลที่ปฎิบัติงานในพื้นที่กทม.และพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะกำลังพลในกทม.ได้รับถึง 400 บาท ขณะที่ ผู้ที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ได้เพียง 210 บาท ทั้งๆที่ภารกิจมีความเสี่ยงต่างกันสูง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล