
DSIส่งที่ดิน1,600ไร่คืนสหกรณ์คลองจั่นฯ
ดีเอสไอส่งคืนที่ดิน1,600 ไร่ให้สหกรณ์คลองจั่นฯเร่งตรวจสอบที่ดินเพิ่มในหลายจังหวัดอีก 1,500 ไร่ หลังพนักงานสอบสวนค้นห้องพัก"ศุภชัย"ซุกโฉนดที่ดิน
ดีเอสไอส่งคืนที่ดิน1,600 ไร่ให้สหกรณ์คลองจั่นฯเร่งตรวจสอบที่ดินเพิ่มในหลายจังหวัดอีก 1,500 ไร่ หลังพนักงานสอบสวนค้นห้องพัก"ศุภชัย"ซุกโฉนดที่ดิน
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 และพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชากานสำนักคดีการเงินการธนาคาร แถลงความคืบหน้าการสอบสวนคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า สืบเนื่อการเข้าตรวจค้นห้องพักของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯที่อาคารยูทาวเวอร์ พบเอกสารน.ส. 3 ก ฉบับจริง และโฉนดที่ดินของจริงรวม 680 ฉบับ ที่เหลือเป็นสำเนารวม เป็นเนื้อที่ 1,616 ไร่ ราคาประเมิน 116 ล้านบาท โดยมีชื่อสหกรณ์คลองจั่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทุกฉบับ แต่โฉนดและน.ส. 3 ก. ถูกเก็บอยู่ในห้องพักส่วนของนายศุภชัย โดยเอกสารสิทธิ์ตัวจริงทั้งหมดดีเอสไอจะส่งคืนให้สหกรณ์คลองจั่น
นอกจากนี้ยังพบสำเนาเอกสารสิทธิที่ดินอีก 14 แปลง จำนวน 130 ไร่ ถือครองในชื่อของ นายศุภชัย และถือครองในชื่อนายศุภชัยกับพวกจำนวน 3 แปลง จำนวน 304 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทั้งนี้ยังมีสำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดินในจ.ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรปราการ จันทบุรี ปทุมธานี และที่อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา รวม 1,527 ไร่ ซึ่งดีเอสไอจะเร่งตรวจสอบความมีอยู่จริงของที่ดิน เพื่อให้ทราบว่าที่ดินถูกถ่ายโอนไปยังบุคคลอื่นหรือไม่
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ โดยดีเอสไอจะเข้าตรวจสอบตู้เซฟที่อายัดได้จากในห้องพักของนายศุภชัย ที่อาคารยูทาวเวอร์ ชั้น 2 ส่วนความคืบหน้าคดีฟอกเงินที่ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ 2 คดี ที่มีพฤติการณ์การขายที่ดินหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าสอบปากคำพยานไปแล้ว 60-70 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะการขายที่ดินให้น.ส.อลิสา อัศวโภคิน ทายาทบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้กลางเดือนก.ค.และเรียกสอบปากคำน.ส.อลิสาปลายเดือนมิ.ย.นี้
"ดีเอสไอได้รับการประสานจากทนายของสหกรณ์ด้วยการนำหมายศาลแพ่งมาขอถอนการอายัดที่ดินบริษัท เอ็มโฮม เอส พีวี 2 เนื้อที่ 42 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดไท ซึ่งดีเอสไอมีคำสั่งอายัดเนื่องจากนายศุภชัยนำเงินจากสหกรณ์จำนวนกว่า 321 ล้านบาท ไปซื้อหุ้นบริษัทดังกล่าว ต่อมาบริษัทได้นำเงินไปซื้อที่ดิน ภายหลังนายศุภชัยถูกจับกุมมีกลุ่มทุนมาติดต่อกับสหกรณ์เพื่อรับซื้อที่ดินโดยจะชำระเงินกว่า 321 ล้านบาท คืนให้กับสหกรณ์ อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอจะยังไม่ถอนการอายัดแต่ได้ตั้งอนุกรรมการพิจารณา"พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าว
ขณะที่พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินจากการจ่ายเช็คของสหกรณ์ไปยังกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ จำนวน 878 ฉบับ ขณะนี้ตรวจสอบแล้วเสร็จกว่า 500 ฉบับ ซึ่งดีเอสไอได้ส่งสำนวนคดีไปให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณาตามที่มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมก่อนหน้านี้ ส่วนยังเหลือเช็คอีกกว่า 300 ฉบับ ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนโดยรอเอกสารจากธนาคารยืนยันว่าได้โอนเข้าบัญชีใครบ้าง รวมทั้งกรณีของนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือเสี่ยบิ๊ก ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ และกรรมการบริษัทบิลเลี่ยนฯ ซึ่งมีชื่อรับเช็คจำนวน 2 ครั้งจากนายศุภชัย เป็นเงิน 20 ล้านบาทช่วงปี 2552-2555 และยังมีข้อมูลในชั้นสืบสวนว่านายสัมฤทธิ์มีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนายวัฒชานนท์ นวอิสรารักษ์ ซึ่งล่าสุดได้ขอเลื่อนการให้ปากคำเป็นวันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) เวลา 10.00 น.
พ.ต.ท.ปกรณ์ ยังกล่าวถึง กรณีเข้าสอบปากคำพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่าหลังจากนี้จะนำข้อมูลการให้ปากคำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลการทำบัญชีของวัด ซึ่งดีเอสไอจะประสานไปยังกรมการศาสนา เพื่อสอบถามถึงการทำบัญชีของวัดในการรับบริจาคต่าง ๆ โดยจะต้องตรวจสอบไปยังวัดอื่นเพื่อเปรียบเทียบการทำบัญชีด้วย นอกจากนี้จะตรวจสอบว่านายศุภชัยได้นำใบอนุโมทนาบัตรที่ได้รับจากบริจาคแต่ละครั้งไปขอคืนภาษีจากกรมสรรพากรอย่างไร







