posttoday
ค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มได้ลดไม่ได้

ค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มได้ลดไม่ได้

09 มิถุนายน 2558

แค่เพียงคำกล่าวของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ในงานประชุมสามัญประจำปีของสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย โดยระบุว่า ผลจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลงในหลายอุตสาหกรรม สินค้าไทย 1 ใน 3 ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้

แค่เพียงคำกล่าวของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ในงานประชุมสามัญประจำปีของสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย โดยระบุว่า ผลจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลงในหลายอุตสาหกรรม สินค้าไทย 1 ใน 3 ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้

หลังจากนั้นก็มีการประชุมของคณะกรรมการค่าจ้าง และมีข่าวกระพือออกมาว่า รัฐบาลจะยกเลิกการใช้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นเรื่องสะเทือนใจลูกจ้าง แต่หากพิจารณาให้ดีจะพบว่าเรื่องนี้ไม่มีทางจะเป็นไปได้

ต้องยอมรับว่า การดำเนินนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ เป็นการเพิ่มค่าแรงครั้งใหญ่เพิ่มขึ้นสูงสุด 80% ของค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ย ซึ่งมีทั้งผลดีและเสียต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศ

ข้อดีคือ ได้ทำให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่ากันทั่วประเทศ มีฐานะความเป็นอยู่โดยรวมดีขึ้น เนื่องจากมีเงินทุนหมุนเวียนจากการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำให้กับแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ต่ำและมีอำนาจต่อรองน้อย

แต่การขึ้นค่าจ้างให้เท่ากันทั่วประเทศนั้น ได้ทำให้แรงงานไม่พัฒนาฝีมือ ไม่มีการแบ่งช่วงค่าจ้างแรงงานตามค่าครองชีพที่แท้จริงซึ่งแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ตามโครงสร้างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ต้นทุนรายจ่ายของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น หรือแรงงานฝีมือสูงขึ้นมาก อาจจะลดความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากต้นทุนเชิงเปรียบเทียบที่สูงขึ้น และถ้าไม่สามารถปรับประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้นได้ การขึ้นค่าแรงจะฉุดให้การขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ลดลง

ทั้งนี้ สาขาที่จะได้รับผลกระทบต่อต้นทุนค่าจ้างรวมมากที่สุดคือ สาขาเกษตรกรรม ซึ่งอาศัยแรงงานเป็นหลัก โดยหากคิดเป็นจำนวนเงินแล้ว นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้นจำนวน 2,125-2,936 ล้านบาท/เดือน คิดเป็นการเพิ่ม 21.71-29.99%

สาขาที่จะได้รับผลกระทบมากอันดับที่ 2 ได้แก่ สาขากิจการโรงแรมและบริการด้านอาหาร ซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้น 465-861 ล้านบาท/เดือน คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 7.82-14.32% อันดับ 3 คือ สาขาก่อสร้าง โดยจ่ายเพิ่มขึ้น 836-1,308 ล้านบาท คิดเป็นค่าจ้างที่ต้องเพิ่มขึ้น 7.01-10.98%

ขณะที่ในระยะกลางและระยะยาว อาจจะทำให้ภาคส่งออกของไทยในส่วนของอุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้น 15 กลุ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เนื่องจากค่าจ้างแรงงานของไทยยังสูงกว่าค่าจ้างแรงงานของประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย บังกลาเทศ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของไทยลดลง และจะเป็นปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว ขณะที่ราคาสินค้าในประเทศมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นจากการผลักภาระต้นทุนของภาคธุรกิจ

ณ วันนี้ ผลของนโยบายดังกล่าวก็ได้ออกมาแล้ว จากการที่ค่าแรงขั้นต่ำเป็นต้นทุนที่ดันให้ราคาสินค้าและบริการปรับเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2556 เมื่อค่าแรงดันราคาสินค้าให้เพิ่มสูงขึ้น การจะลดค่าแรงลงมาจึงเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้

ในเบื้องต้นคณะกรรมการค่าจ้างได้ศึกษาแนวทางการปรับขึ้นค่าจ้างไว้ 5 รูปแบบ คือ

1.ให้อนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดเสนอมาตามปกติ

2.ค่าจ้างลอยตัว

3.ค่าจ้างตามการพัฒนาเศรษฐกิจ 18 กลุ่มจังหวัด

4.ค่าจ้างตามกลุ่มอุตสาหกรรม

5.ค่าจ้างในลักษณะผสมผสานหลายรูปแบบ รวมทั้งจะนำข้อเสนอในเรื่องโครงสร้างค่าจ้างมาพิจารณาประกอบด้วย

นอกจากนี้ มีแนวโน้มสูงว่ากระทรวงแรงงานอาจจะต้องหันกลับมาใช้โครงสร้างค่าแรงขั้นต่ำแบบเดิม ที่มีตัวแทนนายจ้างและลูกจ้างและภาครัฐเข้าไปนั่งหารือร่วมกันเพื่อกำหนดอัตราค่าแรงที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ตามระบบการพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำแบบเดิมนั้น คณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดจะพิจารณาว่าจะปรับเพิ่มหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด แล้วจึงเสนอมาให้คณะกรรมการค่าจ้างไตรภาคีพิจารณา เมื่อมีมติอย่างไรแล้วจึงนำเสนอตามขั้นตอนไปสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะกลั่นกรองเป็นลำดับ

วิธีการนี้อาจจะทำให้มีจังหวัดที่ปรับค่าจ้าง บางจังหวัดไม่ได้ปรับค่าจ้าง สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นจริงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม และไม่มีการเอานโยบายทางการเมืองมาตัดสิน

ดังนั้น ชัดเจนว่าค่าแรงขั้นต่ำนั้นจะไม่ลดลง มีแต่จะปรับเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเพิ่มคงไม่มีการปรับขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอีกแล้ว ผลเสียที่ออกมานั้นเห็นชัดเจนแล้วว่ามีมากกว่าข้อดี โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตามค่าแรง จะดูดเงินที่แรงงานได้เพิ่มไปหมด จนไม่มีเงินเหลือออมเหมือนเดิม

สถานการณ์แรงงานในขณะนี้ นายจ้างไม่ได้เป็นต่อ และลูกจ้างไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อต่อรองอีกต่อไป โดยเฉพาะการขาดแคลนแรงงานทำให้นายจ้างเองก็ไม่สามารถที่จะเอาเปรียบลูกจ้างได้อีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท