
รวบแล้วสาวใหญ่หลอกคนไปทำงานออสเตรเลีย
กองปราบ แถลง รวบ สาวใหญ่นายหน้าหลอกแรงงานไทยไปทำงานออสเตรเลีย
กองปราบ แถลง รวบ สาวใหญ่นายหน้าหลอกแรงงานไทยไปทำงานออสเตรเลีย
เวลา 11.30 น. วันที่ 6 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบก.ป.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผบก.ป. พ.ต.อ.พลฑิต ไชยรส ผกก.3 บก.ป. แถลงจับกุมน.ส.ฐานิดา สิทธิฤกษ์ อายุ 40 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1002/2558 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2558 ในข้อหา “จัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง และฉ้อโกงทรัพย์” โดยจับกุมที่ได้ที่ลุมพินีคอนโด ตึก D4 ห้อง 128/9 ชั้น 1 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.อัคราเดช เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายเรืองศักดิ์ ฝากไธสง และพวก เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กก.3บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ฐานิดา ,น.ส.นัทที โกมลวานิช และน.ส.พัชรีญา บุญทวีสวัสดิ์ หลังจากทั้งสามร่วมกันหลอกลวงโดยอ้างว่ามีงานรายได้ดีให้ทำที่ประเทศออสเตรเลีย โดยจะได้ค่าจ้างเดือนละ 50,000 บาทเป็นอย่างน้อย ทั้งนี้ได้เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการจากผู้เสียหายคนละ 100,000-120,000 บาท แต่เมื่อจ่ายเงินให้แล้ว กลับไม่ได้เดินทางไปทำงานที่ออสเตรเลียตามที่กล่าวอ้าง เจ้าหน้าที่จึงขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามราย ก่อนจะติดตามกระทั่งทราบว่าน.ส.ฐานิดาหลบซ่อนตัวอยู่ในลุมพินีคอนโดดังกล่าว จึงเข้าจับกุมตัว อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาอีก 2 รายอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว
ด้าน น.ส.ฐานิดา อ้างว่าตนก็ตกเป็นผู้เสียหายเช่นกัน เนื่องจากได้รับการชักชวนจากน.ส.นัทที ซึ่งอาศัยอยู่ที่ออสเตรเลียว่าให้จัดหาคนทำงานให้ เมื่อตนได้เงินจากผู้เสียหายแล้วก็จะโอนไปยังบัญชีของน.ส.พัชรีญาทันที แต่ทั้งนี้รายละเอียดอื่นๆขอให้การในชั้นศาล และยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า ในส่วนคดีนี้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในขบวนการหลอกแรงงานไปเก็บองุ่น ในส่วนของน.ส.นัทที มีหมายจับอยู่ทั้งสิ้น 3 หมาย และคาดว่ายังคงกบดานอยู่ในประเทศไทย สำหรับน.ส.พัชรีญาเบื้องต้นทราบว่ากบดานอยู่ที่ต่างประเทศ ทั้งนี้ได้ประสานข้อมูลและหมายจับเพื่อขึ้นแบล็กลิสต์ต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของบก.ป. จะเร่งดำเนินการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายจำนวนมาก และที่บก.ป.เป็นที่พึ่งสุดท้ายให้ประชาชนพึ่ง พร้อมขอฝากประชาชนว่าให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อน ไม่เช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว เบื้องต้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายหมายต่อไป
ต่อมานายวิรัตน์ ศรีสัมพันธุ์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ กองตรวจและคุ้มครองคนหางาน ได้นำผู้เสียหายจำนวน 300 คน ที่ถูกนายหน้าหลอกให้ไปเก็บองุ่นที่ออสเตรเลียเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบก.ป.รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผบก.ป. พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รองผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐชล ใจอ้าย
นายธีรวัฒน์ ต๊ะพัด อายุ 25 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า นายณัฐชลติดต่อมาว่าสามารถพาไปทำงานรายได้ดีที่ออสเตรเลียได้ ตนจึงหลงเชื่อจ่ายเงินค่าดำเนินการไป 30,000 บาท จากนั้นนายณัฐชลนัดให้ตนมาอบรมก่อนเริ่มงานที่กระทรวงแรงงาน แต่เมื่อสอบถามไปยังกระทรวงแรงงานกลับพบว่าไม่มีการอบรมใดๆ จึงได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ก่อนตัดสินใจมาแจ้งความเพื่อให้ช่วยติดตามให้ เนื่องจากทราบว่าก่อนหน้านี้มีผู้ถูกหลอกในลักษณะคล้ายกัน จึงเชื่อว่าเป็นขบวนการเดียวกัน







