หมูป่าขยายพันธุ์ล้นวัดต้องปล่อยคืนธรรมชาติ
ราชบุรี-หมูป่าขยายพันธุ์เต็มวัด เจ้าอาวาสประสานเจ้าหน้าที่รัฐช่วยจับพาไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
ราชบุรี-หมูป่าขยายพันธุ์เต็มวัด เจ้าอาวาสประสานเจ้าหน้าที่รัฐช่วยจับพาไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. 58 นายเชิดชัย จริยะปัญญา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และนายประทีป เหิมพยัคฆ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นายพร้อมอุปกรณ์จับสัตว์มาที่วัดห้วยหมู ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังพระครูจันทสีลากร เจ้าอาวาสวัดได้ประสานขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยมาจับหมูป่าภายในวัดที่ได้เลี้ยงไว้และขณะนี้เกิดการขยายพันธุ์ขึ้นมากกว่า 40 ตัว เพื่อนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม่น้ำภาชี อ.บ้านคา จ.ราชบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เชือกทำเป็นบ่วงขนาดใหญ่ไว้สำหรับคล้องคอหมูป่าตัวใหญ่วิ่งไล่ต้อนจนฝุ่นตลบ บางตัวคิดสู้เจ้าหน้าที่ได้จากที่วิ่งหนีจนมุมได้หันมาวิ่งสู้จนเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งหนีไปรอบๆคอกหมู กว่าจะจับตัวหมูได้ ด้วยการใช้เชือกบ่วงคล้องคอจึงสามารถลากพาเข้ากรงได้สำเร็จ ส่วนตัวเล็กจะใช้กำลังเดินเรียงหน้ากระดานต้อนลูกหมูเข้ามุม แต่กว่าจะจับลูกหมูป่าที่วิ่งปราดเปรียวอยู่ภายในคอกได้นั้นเจ้าหน้าที่หลายคนต้องเหนื่อยกับการวิ่งไล่จับไปตามๆกัน โดยหลังบางตัวถูกจับได้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำใส่กระสอบมัดปากถุงนำขึ้นรถ ส่วนตัวใหญ่เมื่อใช้บ่วงคล้องคอได้แล้วจึงนำเข้ากรงที่เตรียมไว้หากขึ้นรถบรรทุก
ด้านพระครูจันทสีลากร เจ้าอาวาสวัดกล่าวว่า มีชาวบ้านนำหมูป่ามาถวายให้วัด และทางวัดก็ได้เลี้ยงดูมานานหลายปี โดยให้กินอาหาร ผักต่างๆของวัดและมีชาวบ้านใกล้เคียงได้นำอาหารมาเลี้ยงในบางวัน ขณะนี้ได้ออกลูกออกหลานหลายสิบตัว จนข้าวที่วัดเริ่มไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูแล้วประกอบกับทางมหาเถรสมาคมได้มีคำสั่งห้ามวัดทั่วประเทศเลี้ยงสัตว์ป่าทุกชนิด เนื่องจากเกรงจะนำไปทำเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล จึงมีหนังสือแจ้งให้วัดต่างๆส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ และ คิดว่าหมูป่าเหล่านี้คงมีชีวิตดี เพราะเป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าก็ควรที่อยู่อาศัยกับป่ามากกว่าจะอยู่กับวัด
อย่างไรก็ตามก่อนเดินทางกลับทางเจ้าอาวาสวัดพร้อมชาวบ้านได้นำสิ่งของอุปโภค บริโภค เครื่องกระป๋องที่จำเป็นมอบให้กับเจ้าหน้าที่ไว้เป็นอาหารสำหรับการเดินลาดตระเวนเพื่อป้องกันและรักษาทรัพยากรป่าไม้ด้วย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. 58 นายเชิดชัย จริยะปัญญา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และนายประทีป เหิมพยัคฆ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นายพร้อมอุปกรณ์จับสัตว์มาที่วัดห้วยหมู ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังพระครูจันทสีลากร เจ้าอาวาสวัดได้ประสานขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยมาจับหมูป่าภายในวัดที่ได้เลี้ยงไว้และขณะนี้เกิดการขยายพันธุ์ขึ้นมากกว่า 40 ตัว เพื่อนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม่น้ำภาชี อ.บ้านคา จ.ราชบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เชือกทำเป็นบ่วงขนาดใหญ่ไว้สำหรับคล้องคอหมูป่าตัวใหญ่วิ่งไล่ต้อนจนฝุ่นตลบ บางตัวคิดสู้เจ้าหน้าที่ได้จากที่วิ่งหนีจนมุมได้หันมาวิ่งสู้จนเจ้าหน้าที่ต้องวิ่งหนีไปรอบๆคอกหมู กว่าจะจับตัวหมูได้ ด้วยการใช้เชือกบ่วงคล้องคอจึงสามารถลากพาเข้ากรงได้สำเร็จ ส่วนตัวเล็กจะใช้กำลังเดินเรียงหน้ากระดานต้อนลูกหมูเข้ามุม แต่กว่าจะจับลูกหมูป่าที่วิ่งปราดเปรียวอยู่ภายในคอกได้นั้นเจ้าหน้าที่หลายคนต้องเหนื่อยกับการวิ่งไล่จับไปตามๆกัน โดยหลังบางตัวถูกจับได้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำใส่กระสอบมัดปากถุงนำขึ้นรถ ส่วนตัวใหญ่เมื่อใช้บ่วงคล้องคอได้แล้วจึงนำเข้ากรงที่เตรียมไว้หากขึ้นรถบรรทุก
ด้านพระครูจันทสีลากร เจ้าอาวาสวัดกล่าวว่า มีชาวบ้านนำหมูป่ามาถวายให้วัด และทางวัดก็ได้เลี้ยงดูมานานหลายปี โดยให้กินอาหาร ผักต่างๆของวัดและมีชาวบ้านใกล้เคียงได้นำอาหารมาเลี้ยงในบางวัน ขณะนี้ได้ออกลูกออกหลานหลายสิบตัว จนข้าวที่วัดเริ่มไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูแล้วประกอบกับทางมหาเถรสมาคมได้มีคำสั่งห้ามวัดทั่วประเทศเลี้ยงสัตว์ป่าทุกชนิด เนื่องจากเกรงจะนำไปทำเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล จึงมีหนังสือแจ้งให้วัดต่างๆส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ และ คิดว่าหมูป่าเหล่านี้คงมีชีวิตดี เพราะเป็นสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในป่าก็ควรที่อยู่อาศัยกับป่ามากกว่าจะอยู่กับวัด
อย่างไรก็ตามก่อนเดินทางกลับทางเจ้าอาวาสวัดพร้อมชาวบ้านได้นำสิ่งของอุปโภค บริโภค เครื่องกระป๋องที่จำเป็นมอบให้กับเจ้าหน้าที่ไว้เป็นอาหารสำหรับการเดินลาดตระเวนเพื่อป้องกันและรักษาทรัพยากรป่าไม้ด้วย


