
ร้อง "รัชตะ" เร่งตั้งกรรมการระดับชาติคุมราคา รพ.เอกชน
หนุนรัฐเลิกสนับสนุนเมดิคัลฮับ เร่งหากลไกติดตามต้นทุน-กำไร ไม่ให้โรงพยาบาลโก่งราคา
หนุนรัฐเลิกสนับสนุนเมดิคัลฮับ เร่งหากลไกติดตามต้นทุน-กำไร ไม่ให้โรงพยาบาลโก่งราคา
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ พร้อมด้วย นพ.ธีระ วรธนารัตน์ และ นพ.ประทีป สัจจะมิตร เดินทางเข้าพบ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับโรงพยาบาลเอกชน ร่วมกับตัวแทนของราชวิทยาลัยแพทย์ทุกแห่ง ตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงยุติธรรม และภาคประชาชน เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และทำการศึกษาข้อมูลในสถานพยาบาลเอกชนทั่วประเทศในเรื่องการส่งตรวจที่เกินความจำเป็น
รวมถึงการดูแลรักษาและให้ยาที่ไม่จำเป็น และไม่ตรงตามมาตรฐานการดูแลรักษา โดยขอให้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี อิสระ เป็นธรรม และโปร่งใส และขอให้คณะกรรมการกลางดังกล่าวดำเนินการสร้างมาตรการจัดการปัญหาเรื่องการตรวจรักษาที่ไม่จำเป็น ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเป็นการปกป้องสวัสดิภาพของประชาชน สร้างความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และลดภาระค่าใช้จ่ายทางการรักษาพยาบาลจากการนำเข้าเวชภัณฑ์จากต่างประเทศอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้ ขอให้ภาคประชาชนส่งตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกคณะ และทุกวงประชุม ขอให้มีการกำหนดวัน เวลา และสถานที่ประชุมของคณะกรรมการชุดต่างๆ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และตอบสนองต่อปัญหาต่างๆ อย่างแท้จริงอย่างชัดเจนล่วงหน้า เพื่อป้องกันคำครหาของการจัดประชุมอย่างไม่โปร่งใส และจัดเพื่อหลบเลี่ยงการมีส่วนร่วม ดังที่ได้รับการสะท้อนจากคณะกรรมการจากสถาบันการศึกษาที่มีรายชื่ออยู่ในคำสั่งแต่งตั้งเดิม แต่ได้รับการติดต่อช้ากว่าวันเวลาที่ประชุมจริง
ขณะที่เรื่องค่ายา และเครื่องมือแพทย์นั้น ขอให้มีการติดตาม กำกับ ประเมินผลมาตรการระยะสั้นที่จะออกมาในสัปดาห์นี้ โดยใช้กลไกคณะกรรมการดำเนินการแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลราคาแพง ที่มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ
ส่วนนโยบายเร่งด่วนนั้น เครือข่ายฯ เสนอให้ 1.กำหนดให้มีการจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนอย่างชัดเจน โดยระบุรายละเอียดและราคาในหมวด ยา เครื่องมือแพทย์ ค่าบริการวิชาชีพ และค่าบริการอื่นๆ 2.ให้กระทรวงสาธารณสุขรวบรวมราคายา และเครื่องมือแพทย์ ที่ใช้บ่อย รวมถึงชนิดที่มีราคาสูง ทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชน และสำแดงต่อสาธารณะผ่านทางเว็บไซต์ และช่องทางอื่นๆ ที่เข้าถึงได้โดยเสรี และมีการอัพเดตอย่างต่อเนื่อง
และ 3. เร่งรัดคณะกรรมการฯ ให้มีการกำหนดมาตรการระยะกลาง และระยะยาวที่สามารถตอบปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิเช่น การพัฒนากลไกร่วมระหว่างอย. กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุข และภาคประชาชน เพื่อแก้ไขกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดกระบวนการควบคุมราคายา เครื่องมือแพทย์ โดยผูกติดกับขั้นตอนการยื่นขอทะเบียนยาและเครื่องมือแพทย์เพื่อจัดจำหน่าย ทั้งในกรณีรายใหม่ หรือการต่ออายุก็ตาม
นอกจากนี้ น.ส.ปรียนันท์ยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกนโยบายระดับชาติที่มุ่งขับเคลื่อนให้มีการหารายได้จากต่างประเทศผ่านระบบรักษาพยาบาล ดังที่รู้จักกันดีในชื่อของนโยบายเมดิคัลฮับ เพราะการรักษาพยาบาลคนไข้เป็นการประกอบวิชาชีพที่อยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และบรรทัดฐานอันดีงามของสังคม บุคลากรด้านการแพทย์จึงเป็นที่ยกย่อง ยอมรับของสังคมตลอดมา ดังนั้นการรักษาพยาบาลผู้ป่วยจึงไม่ใช่สินค้าที่จะหากำไรอย่างไร้ขีดจำกัด แม้จะเน้นให้มีการหารายได้ผ่านระบบของเอกชน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นโยบายดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อระบบสุขภาพโดยรวมของประเทศ ทั้งในเรื่องโครงสร้างราคา ปริมาณการใช้เวชภัณฑ์และครุภัณฑ์ รวมถึงปัญหาเรื่องกำลังคนด้านสุขภาพของประเทศ ทั้งในเรื่องปริมาณ คุณภาพ และเจตคติในระยะยาว







