
สปช.ดันกฎหมายชุมชนร่วมจัดการที่ดิน
สปช. ดันกฎหมายชุมชนร่วมจัดการที่ดิน แก้รัฐขัดแย้งชุมชนยืดเยื้อ ชงตีแนวเขตรัฐชัดเจน เปิดช่องชุมชนดั้งเดิมถือกรรมสิทธิ์ใช้ที่ดินรัฐอยู่อาศัย-ทำกินเลี้ยงชีพ
สปช. ดันกฎหมายชุมชนร่วมจัดการที่ดิน แก้รัฐขัดแย้งชุมชนยืดเยื้อ ชงตีแนวเขตรัฐชัดเจน เปิดช่องชุมชนดั้งเดิมถือกรรมสิทธิ์ใช้ที่ดินรัฐอยู่อาศัย-ทำกินเลี้ยงชีพ
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ณ รัฐสภา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส รวมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบการจัดการทรัพยากรโดยชุมชน เกี่ยวกับข้อเสนอเรื่องสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในรูปแบบโฉนดชุมชน และร่าง พ.ร.บ.ในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในรูปแบบโฉนดชุมชน พ.ศ. ... โดยมี นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ประธานกมธ.ปฏิรูปฯ ซึ่งมีสาระสำคัญของรายงานคือการวางแนวทางในการลดความขัดแย้งระหว่างรัฐและชุมชนเกี่ยวกับปัญหาแนวเขตที่ดินที่สงวนห้ามและการไม่ได้กั้นเขตที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยของชุมชนออกจากเขตป่าในระยะยาว
ทั้งนี้คณะกมธ.ปฏิรูปสังคมฯ ได้ผลักดันร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร พ.ศ. .. (เดิมคือโฉนดชุมชน) ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ
1.โฉนดชุมชนเป็นหนังสือรับรองสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นเป็นการให้สิทธิร่วมกันหรือมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันของสมาชิกในชุมชน จำแนกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก กรณีที่ดินของรัฐ โฉนดชุมชนเป็นการรับรองสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยไม่ได้ยกเลิกความเป็นที่ดินของรัฐ และกรณีที่สอง ที่ดินของเอกชน โฉนดชุมชนเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของสมาชิกในชุมชนไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้ที่ดินของรัฐซึ่งอนุญาตใช้ในรูปแบบโฉนดชุมชนจะถูกจำกัดสิทธิ ห้ามมิให้ผู้ครอบครองทำประโยชน์ จำหน่าย ถ่ายโอน เว้นแต่จะตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมชาติหรือเป็นการโอนตามบัญญัติของกฎหมาย เพื่อเป็นมาตรการไม่ให้ที่ดินหลุดมือเกษตรกรและสูญเสียที่ดินของรัฐ
2.ชุมชุนที่มีสิทธิยื่นเรื่องขอโฉนดชุมชน มี 3 ประเภท คือ 2.1) ชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐมาก่อนและดำเนินการต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนวันที่ระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 บังคับใช้ 2.2) ชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินประเภทอื่นๆ เช่น นส.3 หรือ นส.3 ก. ฯลฯ 2.3) ชุมชนที่มีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ทำกินของชุมชน
3.หน้าที่ของคณะกรรมการชุมชน ประกอบด้วย การจัดทำข้อกำหนดระเบียบการบริหารจุดการชุมชนในการจัดสรรที่ดินให้กับสมาชิกชุมชน จุดทำระบบข้อมูลขอบเขตการจัดการที่ดินของชุมชนให้ทันสมัยอยู่ตลอด กำหนดแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมชุมชน และจัดตั้งกองทุนที่ดินของชุมชน เป็นต้น
4.จัดให้มีสำนักงานโฉนดชุมชน และคณะกรรมการโฉนดชุมชน จำนวน 17 คน ประกอบด้วย นายกฯ เป็นประธาน ปลัดจากกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงมหาดไทย ฯลฯ
5.กระบวนการในการพิจารณา ตรวจสอบ และอนุญาตโฉนดชุมชน ขั้นตอนที่ 1 คณะกรรมการชุมชนยืนคำขอโฉนดชุมชนต่อสำนกงานโฉนดชุมชน ขั้นตอนที่ 2 คณะกรรมการฯ มอบหมายให้อนุคณะกรรมการฯ พิจารณาโดยถามความคิดเห็นองค์กรปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 90 วัน หรือไม่เกิน 120 วัน ขั้นตอนที่ 3 เสนอคณะกรรมการฯ ให้มีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ขั้นตอนที่ 4 ถ้าคณะกรรมการมีมติเห็นชอบแล้ว เมื่อชุมชนได้รับโฉนดจะมีสถานะเป็นนิติบุคคล และขั้นตอนที่ 5 สำนักงานโฉนดชุมชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวเขตที่ดินร่วมกับชุมชนและออกหนังสือรับรองโดยชัดเจน
อย่างไรก็ตามที่ประชุม สปช. มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการยกระดับมติของคณะรัฐมนตรีเป็นกฎหมายเพื่อรับรองกรรมสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์จากที่ดินของชุมชุน ซึ่งมีสมาชิก สปช. เสนอข้อคิดเห็นที่สำคัญ อาทิ นายหาญณรงค์ เยาวเลิศรัตน์ กมธ. ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การโอนกรรมสิทธิ์การถือครองที่ดินที่เป็นโฉนดชุมชุมกระทำได้ยากอยู่แล้ว ฉะนั้นการกำหนดโทษสำหรับผู้ที่โอนกรรมสิทธิ์ที่ขัดกับหลักการของการออกโฉนดชุมนุมจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม แม้จะทำให้ชุมนุมเกิดความตระหนักและระมัดระวังยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรมีบทลงโทษที่รุนแรงเกินไป เพราะถ้าเทียบกับผู้กระทำผิดในการซื้อที่ดินสาธารณ เช่น กรณีที่ดินในจังหวัดเชียงรายกว่า 6 พันไร่ ยังมีบทลงโทษต่ำว่านี้ ทั้งนี้การดำเนินคดีควรเอาผิดกับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการออกโฉนดที่ดินที่ขัดกับหลักการมากกว่า เพราะเป็นผู้กระทำผิดตั้งแต่แรก
เช่นเดียวกับนางสาวรสนา โตสิตระกูล กมธ. ปฏิรูปพลังงาน กล่าวว่า สนับสนุนหลักการของรายงานและร่าง พ.ร.บ. สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในรูปแบบโฉนดชุมชน พ.ศ. ....เพราะเป็นหัวใจของการปฏิรูปเพื่อลดความยากจนอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ดินคือต้นทุนที่สำคัญในการผลิตเพื่อหลุดพ้นจากความยากจน ฉะนั้นการปฏิรูปที่ดินจึงไม่ใช่การกำหนดให้รัฐหรือชุมชุมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว แต่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรดังกล่าว
"ได้ยินกระแสข่าวมาว่า คสช. จะไม่สนับสนุนการปฏิรูปเรื่องนี้ ทั้งที่สิ่งที่ท่านควรจะทำใน 2 ปี เรื่องนี้คือหนึ่งในสิ่งที่ต้องเร่งปฏิรูปที่สุด ถ้า สปช. ปฏิเสธเสียแล้วก็คงเสียโอกาสในการปฏิรูปแน่ ถึงแม้กฎหมายจะยังไม่มีความสมบูรณ์ แต่ต้องเปิดโอกาสให้มีการปฏิรูปให้ได้ เช่นเดียวกับรัฐบาลถ้าปฏิเสธ จะไมได้รับการยอมรับจากประชาชน"นางสาวรสนากล่าว
ทั้งนี้ที่ประชุม สปช. มีมติเห็นชอบกับหลักการของรายงานฉบับดังกล่าว โดยมีมติเห็นชอบ 130 คะแนน ไม่เห็นชอบ 60 คะแนน งดออกเสียง 26 คะแนน และไม่ประสงค์ลงคะแนน 0 คะแนน จากนั้นที่ประชุม สปช. มีมติเห็นชอบกับหลักการของร่าง พ.ร.บ. สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในรูปแบบโฉนดชุมชน พ.ศ. ....โดยมีมติเห็นชอบ 121 คะแนน ไม่เห็นชอบ 69 คะแนน งดออกเสียง 26คะแนน ไม่ประสงค์จะลงคะแนน 0 คะแนน ฉะนั้นเท่ากับว่าที่ประชุม สปช. มีมติเห็นชอบให้ส่งรายงานและหลักการของร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว ไปยังคณะกมธ. ปฏิรูปสังคม ฯ เพื่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ที่ประชุมมีการลงมติ ก่อนที่จะส่งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป







