posttoday
พุทธศาสนากับการกำกับ ดูแลกิจการที่ดี (จบ)

พุทธศาสนากับการกำกับ ดูแลกิจการที่ดี (จบ)

08 มิถุนายน 2558

ตัดสินใจโดยอิสระจากอคติ (Decision Making)

ตัดสินใจโดยอิสระจากอคติ (Decision Making)

2.1 อิสระจากผลประโยชน์ส่วนตน (Self Interest) ในเชิงพุทธ การกำกับดูแลที่ดีจะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้นำละประโยชน์ส่วนตน มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

ดังที่พระอาจารย์พรหมฯ ได้เล่าถึงเมื่อครั้งที่ท่านได้รับโทรศัพท์จากหญิงชาวโปแลนด์ ที่ต้องการจะทราบว่า ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อจะเข้าฟังท่านเทศน์ท่านพยายามตอบว่า ไม่มีค่าใช้จ่าย เธอก็ไม่เชื่อและถามว่าแล้วทำฟรีไปทำไมท่านตอบเธอว่าเพราะความอิ่มใจสุขใจ

2.2 อิสระจากความเกลียดชังและพยาบาท (Ill Will) ผู้นำระดับโลกอย่าง เนลสัน แมนเดลา เคยถูกจำคุกอย่างไม่เป็นธรรมอยู่ถึง 26 ปี หลังจากที่ได้รับอิสรภาพไม่นาน ท่านก็ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศแอฟริกาใต้ มีอำนาจเหนือผู้ที่ทำให้ท่านต้องถูกคุมขัง แต่ท่านกลับให้อภัย ด้วยจิตที่บริสุทธิ์นี้ทำให้ประเทศแอฟริกาใต้สามารถพัฒนาได้ต่อเนื่องแทบไม่เกิดเหตุรุนแรง

2.3 อิสระจากความหลงในตน (Delusion) คนที่ลุ่มหลงในประโยชน์ส่วนตน มักเห็นแต่เฉพาะสิ่งที่ตนอยากจะเห็น หากว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ของความเคียดแค้นพยาบาท ก็จะไม่มองว่า มันเป็นสิ่งที่ผิด เมื่อผู้นำติดกับดักความหลงในตน ผู้นำจึงมองสถานการณ์อย่างบิดเบือนจากความเป็นจริง จนเป็นเหตุให้ตัดสินใจผิดพลาด

2.4 อิสระจากความกลัว (Fear) ผู้นำที่อ่อนแอมักจะถูกครอบงำด้วยความกลัวว่า ผู้อื่นจะคิดอย่างไรกับตน ในเรื่องนี้ ท่านพระอาจารย์พรหมฯ ได้กล่าวไว้ว่า ท่านเคยแนะนำผู้นำทางการเมืองและธุรกิจทั้งหลายว่า อย่าให้
สิ่งที่ปรากฏบนสื่อมามีผลกระทบต่อทุกข์สุขในใจเรา ความกลัวเหล่านั้นไม่ทำให้เกิดผลดีต่อการบริหารองค์กร

ท่านได้เล่าประสบการณ์จริงของท่านว่า สมัยที่ท่านธุดงค์ในป่าเปลี่ยวที่ยังเต็มไปด้วยสัตว์ดุร้าย เมื่อต้องทำสมาธิท่านมักจะได้ยินเสียงสัตว์ป่า จากสัตว์เล็กๆ ที่ไม่มีพิษภัย เมื่อเสียงดังกล่าวดังขึ้น คืบคลานเข้ามาใกล้ท่านก็เริ่มเงี่ยหูฟังอย่างจดจ่อ ความคิดว่าเป็นสัตว์เล็ก ก็เริ่มเปลี่ยนไป มันต้องเป็นสัตว์ใหญ่แน่ หรือว่าจะเป็นเสือ แต่ที่แน่ๆ เสียงบ่งว่า มันกำลังพุ่งตรงมาหาท่าน

อารามกลัวสุดขีดว่าเป็นเสือแน่ ท่านลืมตาขึ้นมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าท่าน แต่ปรากฏว่ามันเป็นเพียงหนูตัวเล็กๆ ความกลัวนี่แหละ ที่ทำให้จิตเราปรุงแต่งหนูจนกลายเป็นเสือไปได้ นี่แหละคืออานุภาพของความกลัว ทำให้เราตระหนกในสิ่งที่ห่างไกลจากความเป็นจริงมาก

ดังนั้น ผู้นำจึงไม่ควรตัดสินใจเมื่อจิตถูกครอบงำด้วยความกลัว

สำรวจจิตก่อนร่วมแก้ปัญหา (Problem Solving)

3.1 เมื่อต้องติเพื่อก่อ (Giving Feedback) เป็นหน้าที่ของผู้นำที่ต้องให้คำติชมกับลูกน้อง แต่ในความเป็นจริงผู้นำส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้คำติชมในสถานการณ์ปกติ ท่านพระอาจารย์พรหมฯ ได้ให้เคล็ดลับไว้ 5 ข้อ เพื่อสำรวจจิตตนเองก่อนการติเพื่อก่อ คือ

1.ก่อนจะกล่าวตักเตือนใคร ให้สำรวจดูว่าเรามีปัญหาดังกล่าวซะเองหรือไม่

2.อย่าด่วนสรุปเหตุการณ์ ควรหาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนที่จะชี้ว่าใครผิดใครถูก

3.มีความหวังดีต่อผู้ที่จะถูกตักเตือนเป็นที่ตั้ง

4.เลือกเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมในการตักเตือน

5.หากอยากชนะใจผู้ถูกตักเตือน ผู้นำอาจสร้างความรู้สึกร่วมในการแก้ไขข้อผิดพลาดโดยใช้คำว่า “ปัญหาของเรา” มากกว่า “ปัญหาของคุณ”

3.2 เมื่อต้องรับคำติชม (Receiving Feedback) พระอาจารย์พรหมฯ ได้กล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล พระสารีบุตรซึ่งถือเป็นพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับการเคารพนับถืออย่างสูง ได้เดินผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นมีเณรน้อยกล่าวเตือนท่านว่า ห่มผ้าไม่เรียบร้อย

แน่นอน สถานการณ์คงไม่ต่างกับท่านซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับ Fortune 500 ที่กำลังถูกเสมียนผู้น้อยเตือน แต่พระสารีบุตรกลับรีบสำรวจจีวรที่ห่มแล้วจัดการห่มตนใหม่ในที่ลับตา จากนั้นก็แสดงความขอบคุณกับเณรน้อย

นี่แหละคือพฤติกรรมตัวอย่างของผู้นำที่ไม่ถือตัวว่า ตนอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า พร้อมรับคำติชมตลอดเวลา

3.3 มุ่งเป้าสู่ความยั่งยืน (Creating the meaningful agenda) ในทางธรรมการบรรลุมรรคผลนิพพานถือเป็นความหมายสูงสุดหาใช่ความร่ำรวยลาภยศ

ในทางธุรกิจ ผู้นำที่ดีต้องกำหนดวัตถุประสงค์องค์กรที่มีความหมายต่อส่วนรวม มิใช่แค่การสร้างกำไรในระยะสั้น วัตถุประสงค์องค์กรดังกล่าว ต้องสร้างความร่วมอยู่ร่วมเจริญระหว่างองค์กร พนักงานและสังคมโดยรวม

ในตอนท้ายของบทความ The Buddhist Contribution to Good Governance นี้ พระอาจารย์พรหมฯ ได้สรุปว่า ในขณะที่ความเชื่อของบางศาสนาอาจอ้างเทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ให้คุณให้โทษ แต่ตามกฎแห่งกรรมของพุทธศาสนานั้นสอนให้พึ่งตนเองการกระทำของเราจะเป็นตัวกำหนดสุขทุกข์

ท่านพยายามเตือนสติผู้นำองค์กรว่า จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการกระทำของตนมากกว่าผู้อื่น เพราะการกระทำในทุกขณะจิต จะส่งผลกระทบต่อองค์กรและสังคมโดยรวมทั้งทางตรงและทางอ้อม

สุดท้ายนี้ ขออนุโมทนาบุญที่เกิดจากบทความดีๆ อย่างนี้จงดลบันดาลให้พระอาจารย์พรหมวังโส ผู้เขียน และผู้อ่านทุกท่านจงประสบสุขทั้งทางโลกและทางธรรม เกิดพลังชีวิตในการบริหารเพื่อความยั่งยืนขององค์กรและสังคมโดยรวม

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง