posttoday
กรีซยื้อหนี้มีแต่แย่ กู้ใหม่ยาก-ส่อหนี้เน่า

กรีซยื้อหนี้มีแต่แย่ กู้ใหม่ยาก-ส่อหนี้เน่า

08 มิถุนายน 2558

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

ต้องเรียกว่ารอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ไปได้อีกครั้ง ภายหลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อนุญาตให้รัฐบาลกรีซเลื่อนการชำระหนี้ทั้ง 4 งวดในเดือน มิ.ย. ไปทบจ่ายทีเดียวช่วงปลายเดือนได้ เพื่อให้กรีซมีเวลาสำหรับการเตรียมตัวมากขึ้น

ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ การเจรจาเพื่อขอเงินช่วยเหลืองวดสุดท้ายระหว่างเจ้าหนี้ยูโรโซนกับกรีซเป็นที่จับตามองกันอย่างมากว่า รัฐบาลกรีซจะยอมรับเงื่อนไขปฏิรูปเศรษฐกิจของทางกลุ่มเจ้าหนี้เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลืองวดสุดท้ายมูลค่า 7.2 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.71 ล้านล้านบาท) หรือไม่

เพราะกรีซมีกำหนดต้องจ่ายหนี้คืนให้แก่ไอเอ็มเอฟเป็นเงิน 300 ล้านยูโร (ราว 1.13 หมื่นล้านบาท) ในวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหากกรีซไม่สามารถชำระหนี้งวดนี้ได้ เงื่อนไขต่างๆ จะบีบให้กรีซเข้าสู่สภาพผิดนัดชำระหนี้ทันที

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์กลับปรากฏว่ากรีซไม่ยอมรับเงื่อนไขการปฏิรูปเศรษฐกิจที่เข้มงวด แต่กลับยื่นเรื่องขอกับทางไอเอ็มเอฟในฐานะเจ้าหนี้เพื่อทบยอดหนี้ของเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมาและงวดที่เหลือทั้งหมด ไปรวบยอดจ่ายทีเดียวในปลายเดือนนี้ ซึ่งทางไอเอ็มเอฟได้อนุญาตตามที่กรีซขอ

การเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความโล่งใจให้กับทั่วโลก เนื่องจากกรีซยังคงสถานภาพการเป็นสมาชิกยูโรโซนต่อไปได้ เพราะการผิดนัดชำระหนี้จะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้กรีซต้องพาตัวเองออกจากยูโรโซนและกลายเป็นการจุดชนวนให้เกิดความสั่นคลอนของเสถียรภาพในกลุ่มได้

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในอีกมุมหนึ่งจะพบว่า การที่กรีซเลื่อนชำระหนี้ในท้ายที่สุดแล้วอาจจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี เพราะการเลื่อนการจ่ายหนี้เป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น แต่จะลืมไม่ได้เด็ดขาดว่าปัญหาที่แท้จริงยังคงอยู่

ประการแรก การขอทบการชำระหนี้ไปจ่ายสิ้นเดือนทีเดียวเท่ากับว่ากรีซต้องแบกรับภาระในการชำระหนี้ก้อนใหญ่ถึง 1,600 ล้านยูโร (ราว 6 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเท่ากับว่ากรีซเหลือเวลาอีกเพียง 3 สัปดาห์ในการหาเงินเพื่อมาจ่ายหนี้ดังกล่าว

หากประเมินจากศักยภาพทางเศรษฐกิจของกรีซเองแทบไม่มีทางอื่นเลยที่กรีซจะหาเงินมาชำระหนี้ได้ นอกเสียจากการขอกู้จากเจ้าหนี้ทรอยก้าอันประกอบไปด้วย ไอเอ็มเอฟ คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)

อย่างไรก็ตาม กรณีที่กรีซปฏิเสธข้อเสนอการปฏิรูปเศรษฐกิจของฝ่ายเจ้าหนี้เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มเจ้าหนี้เป็นอย่างมาก ฌอง เคลาด์ ยุงเกอร์ ประธานอีซี ถึงกับตัดสายจากนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ของกรีซ โดยกล่าวเพียงว่าไม่มีอะไรต้องหารือต่อ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีไซปราสกล่าวว่าเงื่อนไขปฏิรูปเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

สอดรับกับ ยานิส วารูฟากิส รัฐมนตรีคลังกรีซ ซึ่งแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า “ไม่สามารถลงนามในข้อตกลงดังกล่าวได้จริงๆ” เนื่องด้วยข้อเสนอดังกล่าวเท่ากับจะทำให้กรีซกลับเข้าไปอยู่ในวังวนมาตรการรัดเข็มขัดอย่างที่เคยเป็นมาตลาดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ต้องถือเป็นเรื่องน่าเห็นใจกรีซเช่นกัน เพราะมาตรการรัดเข็มขัดทำให้เศรษฐกิจของกรีซแทบไม่เติบโตเลยตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากเข้าโครงการความช่วยเหลือทางการเงินของทรอยก้าเมื่อปี 2009 มิหนำซ้ำยังส่งผลให้กรีซมีสัดส่วนผู้ว่างงานถึงราว 25% ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ข้อเสนอปฏิรูปเศรษฐกิจของทางกลุ่มเจ้าหนี้ยังเรียกร้องให้กรีซปรับลดการจ่ายเงินบำนาญและแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นของเอกชนมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกรีซไม่สามารถยอมรับได้ เพราะจะไปบั่นทอนคะแนนนิยมอย่างแน่นอน

ดังนั้น การไม่ยอมรับเงื่อนไขของทางกลุ่มเจ้าหนี้จะทำให้กรีซมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้นอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้รัฐบาลกรีซได้สั่งให้ถอนเงินในบัญชีฉุกเฉินออกมาแล้ว และยังริบงบประมาณคืนจากหน่วยงานท้องถิ่นอีกด้วย อันเป็นสัญญาณชัดเจนว่าขณะนี้รัฐบาลกรีซขาดสภาพคล่องแล้ว

ในขณะเดียวกัน การขอเลื่อนการจ่ายหนี้ของกรีซยังถือเป็นการปิดทางสำหรับปรับโครงสร้างหนี้ของทางไอเอ็มเอฟอีกด้วย เท่ากับตอนนี้ทางเลือกของกรีซมีแต่ต้องยอมรับเงื่อนไขของกลุ่มทรอยก้าเท่านั้น

ตามความเห็นของ วิลเลียม มัวร์เรย์ โฆษกไอเอ็มเอฟ กรีซเหลือทางเลือกทางเดียวเท่านั้น คือยอมรับเงื่อนไขของทางกลุ่มเจ้าหนี้เพื่อรับเงินกู้งวดสุดท้ายมาจ่ายหนี้ทุกอย่าง ซึ่งมูลค่ารวมๆ กันแล้ว 1 หมื่นล้านยูโร ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า หรือ มิฉะนั้นหากกรีซปฏิเสธ กรีซจะมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น และสุดท้ายจะถูกประกาศให้ล้มละลายในที่สุด

กรณีที่เลวร้ายที่สุด หากกรีซไม่จ่ายหนี้ก็อาจต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ ซึ่งจะกลายเป็นภาวะที่เลวร้ายมาก เพราะกรีซไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ก้อนใหญ่ได้เลย ถึงแม้ตามกฎของไอเอ็มเอฟแล้ว ผู้ว่าการไอเอ็มเอฟจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนนับตั้งแต่วันผิดนัดชำระหนี้กว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ตราบใดที่กรีซไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้จากที่อื่นได้ ก็เท่ากับว่ามีโอกาสสูงที่กรีซจะถูกคว่ำบาตรจากไอเอ็มเอฟ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การเข้ารับโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินของกลุ่มเจ้าหนี้ทรอยก้าในปี 2009 จวบจนทุกวันนี้ กรีซกู้เงินเจ้าหนี้ไปแล้วถึง 2.4 แสนล้านยูโร (ราว 9.04 ล้านล้านบาท) เป็นสัดส่วนภาระหนี้ที่สูงอย่างที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน และโครงการดังกล่าวยังจะหมดอายุภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้อีกด้วย ขณะนี้กรีซมีสัดส่วนหนี้สาธารณะสูงถึง 177.1% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

ทุกวันนี้หลายฝ่ายเริ่มประเมินสถานการณ์หนี้กรีซว่า กรีซได้ผิดนัดชำระหนี้ไปแล้วตราบใดที่ยังไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนก้อนใหม่มาได้ มิฉะนั้นกรีซก็มีทางเลือกทางเดียวเท่านั้น คือต้องยอมรับเงื่อนไขจากกลุ่มเจ้าหนี้ ซึ่งแน่นอนว่ากรีซไม่ต้องการรับ

ดังนั้น การเลื่อนชำระหนี้ของกรีซจึงเป็นเพียงการต่อสายชนวนระเบิดเวลาให้ยาวขึ้นเท่านั้น เพื่อซื้อเวลาในการเจรจากับทางกลุ่มเจ้าหนี้ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับจริงๆ ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันฝ่ายกรีซตกเป็นรองมาก และแทบไม่มีทางอื่นนอกจากรับเงื่อนไขจากทางกลุ่มเจ้าหนี้เท่านั้น

เพราะการยอมรับเงื่อนไขทางกลุ่มเจ้าหนี้เท่ากับเป็นการปิดตายเส้นทางทางการเมือง และพรรคไซรีซาจะไม่มีวันกลับมาเป็นรัฐบาลอีก ขณะที่หากไม่รับก็เท่ากับพรรคไซรีซาจะนำพาประเทศไปสู่ความเสียหายครั้งใหญ่ รัฐบาลพรรคไซรีซาของกรีซจึงอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท