
กรีซเป็นต่อ
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
เมื่อคืนที่ผ่านมา บรรดาผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ประเทศ หรือ จี7 เดินทางมาถึงเยอรมนีกันแล้ว เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดของกลุ่ม อันประกอบไปด้วย สหรัฐ ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี และแคนาดา ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มในประเทศที่ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก
แน่นอนครับ จี7 กำลังปวดหัวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับวิกฤตหนี้กรีซที่ยังไม่จบไม่สิ้น คาดว่าในที่ประชุมจะมีการเจรจาหารือกันถึงวิกฤตกรีซอย่างพอสมควรทีเดียว เพราะปัญหานี้กำลังขยายตัวออกไปไม่ใช่ปัญหาของเฉพาะยุโรป แต่กลายเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ทีเดียว
เพราะถ้ากรีซถึงเวลาต้องเลิกใช้เงินยูโร ออกจากกลุ่มยูโรโซน ความเสี่ยงก็จะเกิดผลกระทบรุนแรงต่อไปยังยุโรป และถ้ายุโรปเกิดสั่นคลอนขึ้นมา นั่นก็เท่ากับเศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงตามไปด้วย
นั่นล่ะครับ คือสิ่งที่กรีซรู้ดี และกรีซกำลังคิดว่าเป็นต่อ ทำให้ตั้งแต่การขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของ อเล็กซิส ไซปราส เมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้น รัฐบาลชุดใหม่ของกรีซจึงกล้าที่จะ “ขอเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่” กรีซจึงกล้าที่จะแสดงออกถึงการท้าทายต่อยุโรปและกลุ่มเจ้าหนี้ ทำให้มาจนถึงขณะนี้การเจรจาในแผนข้อตกลงใหม่นั้นยังไม่สิ้นสุดเสียที
สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความ “มั่นใจ” ของกรีซก็คือ การที่กรีซออกโรงปฏิเสธแผนข้อเสนอจากฝ่ายเจ้าหนี้ที่ส่งให้กรีซเพื่อเดินหน้าปฏิรูป ซึ่งนายกรัฐมนตรีกรีซถึงกับออกปากว่าเป็นแผนที่ “น่าตลก” สิ้นดีครับ น่าเสียดายที่ไม่มีรายงานข่าวใดเปิดเผยแผนรายละเอียดดังกล่าวนั้นออกมา
อีกทั้งกรีซยังกล้าที่จะปล่อยไม่ชำระหนี้ราว 300 ล้านยูโร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนี้ที่ต้องชำระคืนกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จนทำให้ไอเอ็มเอฟต้องออกมาหยวนๆ ให้ไปรวมกับหนี้ที่จะต้องชำระคืนในปลายเดือนหน้าก็ได้
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มยูโรโซนและกลุ่มเจ้าหนี้นั้นกำลังเผชิญหน้ากับลูกหนี้ที่เข้าข่าย “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ทำเอายุโรปปวดหัวครับ เพราะหลังจากนี้ไปกรีซจะไม่มีเงินชำระหนี้ทั้งหลายทั้งมวลแน่นอน ถ้าหากกรีซไม่ได้รับเงินช่วยก้อนต่อไปราว 7,200 ล้านยูโรครับ
ทางออกที่ยูโรโซนและกลุ่มเจ้าหนี้ควรจะถอยออกมา และพิจารณาใหม่ก็คือต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการที่เจ้าหนี้จะยืนยันท่าทีแข็งกร้าวต่อไป หรือจะยอมลดเงื่อนไขต่างๆ ลงเพื่อให้กรีซพอหายใจหายคอได้บ้าง หรือสุดท้ายก็คือเตรียมแผนอย่างไรให้กรีซออกจากกลุ่มยูโรโซนได้อย่างแนบเนียนที่สุด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการเงินของกลุ่มมากที่สุดครับ
แนวทางหลังสุดดูน่าสนใจอย่างมาก แต่สิ่งที่ยากก็คือจะทำอย่างไรให้วิกฤตนี้สั่นสะเทือนยุโรปน้อยที่สุดครับ!







