
นายกฯ-ครม.ติงร่างรธน.ไม่ควรยืดยาว
นายกฯ-ครม.ชำแหละร่างรธน.ติงยาวเกินไปไม่ควรเพิ่มอำนาจการเสนอกฎหมายให้กับสว.
นายกฯ-ครม.ชำแหละร่างรธน.ติงยาวเกินไปไม่ควรเพิ่มอำนาจการเสนอกฎหมายให้กับสว.
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ในส่วนความเห็นของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญควรสะท้อนหลักคิดที่ให้ยึดประเทศชาติและประชาชนเป็นศูนย์กลางและให้ความสำคัญแก่ประเทศชาติและประชาชน รวมถึวรัฐธรรมนูญต้องสอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของสังคมไทย ซึ่งมีปัญหาที่มีลักษณะเฉพาะ
ขณะเดียวกันก็ต้องสะท้อนเอกลักษณ์ของตนเองและต้องไม่เป็นเครื่องมือนำไปใช้ก่อเหตุความขัดแย้งและรัฐธรรมนูญไม่ควรยืดยาว ข้อความในบางมาตรายังมีความยืดยาวและยังไม่ชัดเจนอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ บางกลไกเสี่ยงต่อการทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ บทบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปมีรายละเอียดมาก รวมทั้งมีองค์กรหรือคณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญที่ให้เกิดขึ้นใหม่จำนวนมากเป็นภาระด้านงบประมาณ
ประเด็นที่ครม.ให้น้ำหนักและให้ความสำคัญในการขอแก้ไข คือ มาตรา 130 เรื่องการเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบก่อนแต่งตั้งนั้น ควรตัดออก เนื่องจากทำได้ยากและใช้เวลานานเกินไป มาตรา 207 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรม ควรตัดออก และเห็นควรให้แยกผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไว้เหมือนเดิมไปก่อน
ส่วนมาตรา 279 เรื่องการกำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ เห็นว่าการกำหนดให้มี 2 องค์กรอาจทำให้การปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงเห็นว่าควรรวมทั้ง 2 องค์กรเข้าด้วยกัน และปรับปรุงอำนาจหน้าที่และจำนวนให้เหมาะสม
นอกจากนี้ ครม.เห็นว่าการเลือกตั้งสว.โดยตรง 77 จังหวัด ที่ผ่านมามีไม่กี่จังหวัดที่มีผู้สมัครเกิน 10 คน ดังนั้น การตั้งกรรมการกลั่นกรอง จะทำให้ไม่มีความคุ้มค่าและจำเป็น จึงเห็นว่าควรจะให้มีการเลือกตั้งโดยตรงไปเลยไม่ต้องมีกรรมการมากลั่นกรอง แต่ที่มาสว.ที่เหลืออีก 123 คน ครม.ไม่ได้มีความคิดเห็น
ส่วนอำนาจหน้าที่สว. โดยครม.คิดว่าการให้อำนาจสว.เสนอกฎหมายได้จะก่อให้เกิดปัญหาและไม่มีความจำเป็น หากเสนอมาแล้วสส.ไม่เอาด้วยก็ตกไปอยู่ดี ดังนั้น ไม่ควรเพิ่มอำนาจในการเสนอกฎหมายให้กับสว.
ส่วนในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ครม.เห็นว่า 15 มาตราที่เกี่ยวกับการปฏิรูปเป็นเรื่องที่อาจจะยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต อาจขัดต่อนโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาลและเป็นการผูกมัดมากเกินไป ดังนั้น ทั้ง 15 มาตรา ควรไปกำหนดไว้ในกฎหมายอื่นๆ







