posttoday
ม.รังสิตจี้รัฐปิดร้านเหล้ารอบสถานศึกษา

ม.รังสิตจี้รัฐปิดร้านเหล้ารอบสถานศึกษา

05 มิถุนายน 2558

ม.รังสิตจี้รัฐบาลแก้ปัญหาร้านเหล้ารอบสถาบันการศึกษาวอนออกกฏหมายห้ามขายกลุ่มเยาวชนทวงจัดโซนนิ่ง

ม.รังสิตจี้รัฐบาลแก้ปัญหาร้านเหล้ารอบสถาบันการศึกษาวอนออกกฏหมายห้ามขายกลุ่มเยาวชนทวงจัดโซนนิ่ง

เมื่อวันที่ 6มิ.ย. เวลา15.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบุญส่ง ชเลธร รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ สถาบัน รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมด้วยกลุ่มนักศึกษา และแกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กว่า30 คน เข้าพบ ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ เพื่อเสนอปัญหาร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าการออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในรัศมี500เมตร รอบมหาวิทยาลัย อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา27 โดยคาดหวังให้มีผลบังคับใช้ได้ในรัฐบาลนี้

นายบุญส่ง กล่าวว่า จากกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิตถูกยิงเสียชีวิตหลังออกจากร้านเหล้าข้างมหาวิทยาลัยนั้น  ส่งผลให้เราต้องสูญเสียครั้งสำคัญ ล่าสุดได้หารือระหว่างอธิการบดี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหาร ตำรวจ ภาคประชาชน เห็นตรงกันว่าในส่วนของมหาวิทยาลัยรังสิตควรมีข้อกำหนดควบคุมร้านเหล้าให้ห่างออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัย 3 กิโลเมตร  เพราะสำหรับที่นี่หากกำหนดแค่300-500 เมตร คงไม่มีประโยชน์ แม้ข้อเสนอนี้จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเนื่องจากมีผลประโยชน์ทางธุรกิจ และอิทธิพลมหาศาล แต่เทียบไม่ได้กับชีวิตนักศึกษาและประชาชนที่ต้องคอยระแวง  ตี 3 ตี 4 เปิดเพลงเสียงดังโวยวายไม่ได้นอน แม้ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยขอร้องหรือเข้าไปพูดคุยแต่กลับถูกข่มขู่ เช่น ยิงปืนขู่ รถยนต์ที่จอดไว้ถูกทุบทำลาย จึงน่าเห็นใจว่าสิทธิพลเมืองของชาวบ้านอยู่ตรงไหน  อีกทั้งต้องทนทุกข์หลายสิบปี  และกรณีร้านเหล้าที่เกิดเหตุรายล่าสุด ถูกสั่งปิด15 วัน  ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่กี่วันก็จะครบกำหนดกลับมาเปิดได้ใหม่อีกครั้ง   โดยที่ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นายบุญส่ง  กล่าวว่า ความหนาแน่นของร้านเหล้ารอบมหาลัยรังสิตเมื่อ 2 ปีก่อน  มีจำนวน 26 ร้าน แต่ตอนนี้คงขยายเพิ่มขึ้นเต็มไปหมด  เหล้าหาซื้อได้อย่างสะดวกสบาย หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อยังขายไม่จำกัดเวลา ทั้งที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นจึงขอฝากความหวังไว้กับรัฐบาลให้ช่วยผลักดันร้านเหล้าให้ห่างออกไป รวมถึงผู้รักษากฎหมายต้องเข้มงวดตั้งด่านตรวจจับอย่างจริงจัง หากร้านใดทำผิดกฎหมาย จำหน่ายสุราเกินเวลา ไม่มีใบอนุญาต เปิดผิดประเภท หรือขายให้อายุต่ำกว่า20ปี ต้องจัดการขั้นเด็ดขาดและกรมสรรพสามิตต้องเข้มงวดในการออกใบอนุญาต   หากพบว่าทำผิดต้องถูกเพิกถอนไม่สามารถจำหน่ายสุราได้อีก ตอนนี้ใบอนุญาตขายเหล้าที่ออกไปแล้วมีมากกว่า 6 แสนราย   ยังไม่นับรวมร้านค้าที่ไม่ออกใบอนุญาตจำนวนมาก เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่กระทรวงการคลัง  กรมสรรพสามิตต้องทบทวน

นายธีรภัทร์  คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เครือข่ายเยาชนฯ เคยให้ข้อมูลร้องเรียนต่อทุกรัฐบาลนานกว่า 7 ปี ให้ควบคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ที่หนาแน่นและขยายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในรัศมี500เมตร จะมีร้านเหล้ารอบสถานศึกษาเฉลี่ย 57 ร้านต่อหนึ่งตารางกิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันมีร้านเหล้าที่มีใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาตเกิดขึ้นจำนวนมากรอบสถานศึกษา โดยเฉพาะผับบาร์ ทุกร้านจัดโปรโมชั่น ส่งเสริมการขาย แจกใบปลิวเชิญชวนกันถึงในหอพักและในสถาบันการศึกษา  จึงไม่แปลกเลยที่นักดื่มหน้าใหม่แต่ละปีเพิ่มขึ้นมากถึง 2.5 แสนคน สอดคล้องกับข้อมูลที่เครือข่ายฯลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นนักศึกษาที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า เพราะเข้าถึงง่าย ร้านเหล้าอยู่ใกล้หอพักและใกล้สถานศึกษา ส่วนค่าใช้จ่ายในการดื่มแต่ละครั้งเกิน1,000 บาท

“สภาพแวดล้อมเหล่านี้ถือเป็นสิ่งมอมเมาเยาวชนนำไปสู่การทะเลาะวิวาท เสียการเรียน เสียงดังรบกวน เสียสุขภาพ ถูกคุกคามทางเพศ อาชญากรรม อุบัติเหตุเจ็บตาย ที่สำคัญคือแอลกอฮอล์ทำลายสมอง เท่ากับทำลายอนาคตของชาติโดยตรงอย่างไรก็ตาม ที่เครือข่ายฯมาวันนี้จึงต้องการสะท้อนปัญหาอีกครั้งและติดตามความคืบหน้าว่ารัฐบาลเร่งดำเนินการควบคุมปัญหาเหล่านี้ถึงไหนอย่างไรแล้ว เนื่องจากเครือข่ายฯอยากเห็นมาตรการโซนนิ่งร้านเหล้ารอบสถานศึกษามานานแล้ว  และทราบว่าปัจจุบันมีการยกร่างกฎหมายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” นายธีรภัทร์ กล่าว  

จากนั้น ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวภายหลังรับเรื่องร้องเรียนว่า ปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นปัญหาที่สร้างความรุนแรง ซึ่งรัฐต้องหานโยบายควบคุมให้เหมาะสม ซึ่งหากมีการกำหนดกฎหมายโซนนิ่งรอบสถานศึกษา คงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากหากดูแผนที่รอบพื้นที่ต่างๆแล้วจะสร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนอย่างมาก อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไปศึกษาในรายละเอียดและผลกระทบรวมถึงการวางมาตรการเพื่อกำหนดพื้นที่สุ่มเสี่ยง และเพิ่มมาตรการลดเวลาขายในพื้นที่ ทั้งนี้ต้องฝากให้ผู้รักษากฎหมายเจ้าหน้าที่ตรวจตราอย่างเข้มงวดและหากพบว่าร้านไหนฝ่าฝืนต้องบังคับใช้กฎหมาย หรือยึดใบอนุญาต และเจ้าหน้าที่ต้องไม่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจจับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท