
"บิ๊กตู่"พร้อมอยู่ต่อหากประชาชนหนุน
“นายกฯ” เกรงใจข้อเสนออยู่ต่อ 2 ปี บอกตัดรอนเลยไม่ได้ ลั่น ไม่ได้อยากอยู่ต่อ แต่ถ้าเสียงประชาชนหนุน ก็พร้อม ชี้ ต้องสร้างความเข้าใจ นักการเมือง-คนต่างชาติ หวั่นถูกกล่าวหายื้ออำนาจยาว
“นายกฯ” เกรงใจข้อเสนออยู่ต่อ 2 ปี บอกตัดรอนเลยไม่ได้ ลั่น ไม่ได้อยากอยู่ต่อ แต่ถ้าเสียงประชาชนหนุน ก็พร้อม ชี้ ต้องสร้างความเข้าใจ นักการเมือง-คนต่างชาติ หวั่นถูกกล่าวหายื้ออำนาจยาว
เวลา 10.15 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม 4 ฝ่าย ที่มีข้อเสนอจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) หลายคน ให้นายกฯอยู่ต่อ2 ปีเพื่อปฏิรูปให้เสร็จ ว่า สนช.เป็นประชาชนหรือเปล่า ประชาชนในประเทศไทยมีกี่คน มี 60-70ล้านคนแล้ว ส่วนข้อเสนอให้ทำประชามติ เพื่อให้รัฐบาลอยู่ปฏิรูปต่อนั้น มันทำได้หรือเปล่า ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ ไม่ใช่บอกว่าตนไปตอบรับ อันนั้นไม่ใช่ ซึ่งต้องเข้าใจว่า การจะเป็นผู้บังคับบัญชาคน หรือผู้นำอะไรต่างๆ ก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน
“ในเมื่อเขาพูดมา ผมจะไปตัดรอนเลยก็ไม่ใช่ ใช่ไหมเล่า ในเมื่อขาพูดมา ผมก็ต้องขอบคุณ ถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องของประชาชนที่จะต้องทำ ผมพูดอย่างนี้ ความหมายไม่ใช่ผมไปตอบรับ หรือยินดี หรือผมอะไรต่างๆ ถ้าไม่ต้องทำต่อ จบแค่นี้ ผมก็สบายขึ้น ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลหน้า เขาไปทำกันมา ผมก็มีแค่นั้น ถ้าจะให้ผมทำ จะอยู่ได้อย่างไร ทำอย่างไรให้ต่างชาติยอมรับ นั่นล่ะปัญหาของผม แต่ถ้าจะมาบอกว่าผมอยากอยู่ มันไม่ใช่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายฝ่ายมองว่าวันนี้ ทั้งสปช.และกรรมธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ควรจะไม่ให้รัฐธรรมที่ร่างมาเสียของ เพราะเข้ามาใช้บประมาณแผ่นดินปฏิบัติหน้าที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าไปโทษ จะมองอย่างนี้ไม่ได้ ประเทศไทยประกอบด้วยคนหลายส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม โดยภาครัฐมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเรือน ทหาร ในส่วนฝ่ายการเมือง ที่ผ่านมาก็มีส.ส.และส.ว. และวันนี้ก็มีสนช.กับสปช. ก็ทำหน้าที่คล้ายๆ กันฉะนั้นจะทำสำเร็จหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ แต่อยู่ที่คนกำกับดูแล จะให้งานเหล่านี้ต่อเนื่องได้อย่างไร ฉะนั้นตนถึงบอกอำนาจประชาชนอยู่ที่การเลือกตั้ง ถ้าท่านเลือกรัฐบาลได้ดี รัฐบาลก็จะทำต่อในสิ่งที่ทำไว้ในวันนี้ได้ นั่นเป็นความคาดหวังที่ตนได้คาดหวังไว้ และอยากให้ คนไทยคาดหวังอย่างนั้น ให้ได้เหมือนกัน แต่เรื่องอะไรจะเกิดขึ้น สถานการณ์จะเป็นตัวบังคับ ถ้าเลือกตั้งได้คนดีมา ประเทศก็เดินหน้า แต่ถ้าได้คนไม่ดีมาก็จะถอยหลัง หรือไม่ก็หยุดอยู่กับที่ สิ่งที่เราทำมาก็เสียหาย แล้วตนจะไปทำอะไรได้ ในเมื่อตนก็ไม่ได้อยู่
เมื่อถามว่าคิดว่าสถานการณ์ในวันนี้นายกฯควรอยู่ต่อหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่คิดว่าจะทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่เหลือให้ดีที่สุด และจะแก้ปัญหาทุกอย่างให้เร็วที่สุด แต่คงแก้ไม่ได้ทั้งหมด ซึ่งการคาดหวังของประชาชนคาดหวังในตัวผมมาก ทุกอย่างต้องแก้ให้เสร็จ บางอย่างเห็นหรือไม่ว่าอีรุงตุงนังไปหมด ต้องรื้อทั้งระบบ ต้องใช้เวลา แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมจะผูกขาดแต่ผมก็เป็นคนทำและเริ่มแล้ว ทั้งเขียนแผน ทำกฎหมายไว้ให้แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมาทำต่อ ซึ่งเป็นเรื่องของประชาชนและประเทศไทย”
เมื่อถามว่านายกฯพูดเสมอว่าทหารคิดอะไรต้องคิดให้จบ การส่งแค่รัฐธรรมนูญไปให้รัฐบาลใหม่ นั้นถือว่าจบหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คิดให้จบ แล้วทำให้จบ ตอนนี้ตนเป็นทหารหรือเปล่า วันนี้ไม่ได้เป็นทหารเต็มรูปแบบ แบบเก่า ทหารเต็มรูปแบบเขามีไว้ไปรบ มีไว้ไปทำงานและกฎของทหารมีการใช้งบประมาณ มีเบี้ยเลี้ยงชัดเจน แต่วันนี้เป็นรัฐบาลมันคนละแบบ ฉะนั้นวันนี้ถือว่าคิดจบแล้ว แต่ยังทำไม่จบ เพราะกรอบอำนาจตามรัฐธรรมนูญมีแค่นี้ มันคนละเรื่อง อย่าเอามาปนกัน
เมื่อถามว่าถ้าประชามติส่วนใหญ่ ให้นายกฯอยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ประชามติทำได้อย่างไร ตอบก่อน ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวใช่ไหม ถ้าแก้ให้มีการทำประชามติ ก็ต้องไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ว่าทำได้หรือไม่แบบนี้ จะทำได้หรือเปล่าตนไม่รู้ แต่อย่าเอาตนไปเกี่ยวข้องตรงนี้
เมื่อถามว่าถ้าทำประชามติได้และประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรจะอยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็อยู่ที่รัฐธรรมนูญ เขียนไว้หรือเปล่า การทำประชามติให้อยู่ต่อมีหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่าถ้ามีการเสนอให้อยู่ต่อ 2 ปีไม่ขัดข้องใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่ามาถ้ากับตน แต่ถ้าเป็นเสียงประชาชน ตนจะขัดข้องได้อย่างไร ก็คนไทยหรือเปล่า ตนเข้ามา ตนทำเพื่อคนไทยหรือไม่ ตนทำเพื่อคนอื่นเหรอ ถ้าเขาอยากให้ตนทำก็ต้องไปสร้างความเข้าใจให้ได้ ทั้งคนในประเทศ นักกการเมืองอะไรต่างๆว่า ตนไม่ต้องการอำนาจ อยู่ที่ว่าทุกคนจะให้ประเทศไทยมีอนาคตอย่างไร ทุกคนมีส่วนร่วมกันตรงไหน อาจจะไม่ใช่ตนก็ได้ การทำประชามติจะเอาใครมาก็ได้ไม่ใช่ตน
เมื่อถามว่าตราบใดที่ยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายกฯก็สามารถอยู่ไปได้เรื่อยๆ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์โมโห ว่า เรื่อยๆ อย่างไร รัฐธรรมนูญเขาเขียนว่าอย่างไร ไม่ใช่เรื่อยๆ พูดให้รู้เรื่อง อย่าใช้คำว่าเรื่อยๆ ชาติหน้าหรือไง พูดให้มันถูก รัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร ถ้ามันไม่ได้ก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีเวลา60 วัน 90วัน 120วัน อ่านซะบ้าง
เมื่อถามว่าอาจมีบางส่วนที่อยากให้อยู่ต่อ แต่บางส่วนไม่เห็นด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวโดยมีอารมณ์โมโหต่อเนื่อง ว่า อ้าว ก็รู้อยู่แล้ว ก็มันอย่างนั้นอยู่แล้ว แล้วจะมาถามทำไม
เมื่อถามว่าตรงนี้ห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดกระแสต้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถามให้มีปัญหาหมดทุกเรื่อง เขียนให้มีปัญหาหมด เมื่อถามว่าข้อเสนออยู่ต่อ 2 ปีทำให้นายกฯเครียดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้เครียด แต่เครียดเรื่องาน งานมันเยอะ ปัญหาอีรุงตุงนังเยอะแยะไปหมด กำลังแก้ ก็เอาการเมืองมาเดินอยู่ได้ ก็ปล่อยมันไปตามครรลองของมันสิ ครรลองของมันคืออะไร รัฐธรรมนูญ ยังกำลังแก้กันอยู่ ถามอยู่นั่นล่ะ แล้วจะตอบได้หรือไม่ ว่าผ่านหรือไม่ผ่านสปช. จะแก้หรือไม่แก้ ถ้าไม่ผ่านก็ร่างใหม่ มีระยะเวลากำหนดไว้ และถ้าไม่ผ่านอีกก็ร่างใหม่ ก็มีแค่นั้นจะมีอะไร มันจะมีอนาคตอะไรสำหรับตน ไม่มีหรอก ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านจะทำประชามติ ก่อนเลือกตั้งว่าจะรับหรือไม่อีก ถ้าไม่รับก็กลับมาเริ่มต้นใหม่อีก ก็วนอยู่แค่นี้ ไม่เห็นจะมีอย่างอื่น สงสัยอยู่นั่น
“ตีกันไปตีกันมา ก้าวข้ามให้พ้น เรื่องที่มีปัญหาเสียบ้าง สื่อต้องช่วยผม ไอ้สิ่งที่ดีๆกำลังเกิดไม่สนใจ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไม่สนใจเลย สนใจแต่การเมือง และคนที่รบกันอยู่เดิม ประชาชนแตกเป็นฝั่งเป็นฝ่ายก็จะให้เป็นอย่างนี้กันอยู่ต่อไป มันใช่ไหมเล่า นั่นล่ะ ผมหงุดหงิดตรงนี้ ก้าวข้ามให้พ้นซะบ้าง เลิกพูดถึงเขาซะบ้างได้ไหม ให้กระบวนการยุติธรรมเขาทำได้ไหม พอเขาทำก็เร่งเขา พอเขาไม่ทำก็ว่าเขาไม่ทำ ทั้งๆที่เขาอาจจะทำอยู่ก่อนก็ได้ ทำไมจะต้องเป็นอย่างนั้น แล้วความน่าเชื่อถือมันหมดไปหรือไม่ เขาจะเชื่อศาลไหม กฎหมายเขียน เขาจะทำตามกฎหมายไหม กระแสเป็นอยู่อย่างนี้ ไปทางนู้นทาง ทางนี้ทาง พอทางนั้นพูดกลับมาเร่งทางนี้ พอทางนี้พูดกลับไปเร่งทางนู้น แล้วจะเริ่มปรองดองกันได้อย่างไร ในเมื่อสังคมไม่ปรองดองอย่างนี้ คนทำความผิดไม่ผิด มันใช่ไหมล่ะ ต้องแยกแยะ อย่ามุ่งหวังแต่การขายข่าวอย่างเดียว ต้องขอร้อง วันนี้สื่อติดกับดักไม่เลิกเสียที เขียนอยู่นั่น เรื่องความขัดแย้ง และคนเดิมกลุ่มเดิมที่ถูกดำเนินคดีอยู่ก็อย่าไปรื้อกันออกมา ให้เขาทำไป อย่าไปมาโยงกัน ชอบเอานิยายคนละเรื่องมาต่อกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าที่นายกฯพูดว่าเขาคนนั้นคือใคร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้สิ คิดเอาเองว่าเขาคือใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนี้พล.อ.ประยุทธ์ พยายามทำให้อารมณ์เย็นขึ้น โดยถามสื่อมวลชนว่ายิ้มทำไม หัวเราะทำไม นายกฯเสียงดังแล้วชอบ เดี๋ยวก็ว่านายกฯปัด พอพูดอะไรก็บอกนายกฯฟุ้ง โว มันอะไร ทำแทบตาย ไม่ใช่คุยแต่บอกให้ฟัง แต่การทำอะไรทุกคนต้องร่วมมือ ตนสั่งอย่างเดียวไม่ได้ ตนสั่งแล้วเนรมิตทุกอย่างได้หรือไม่ ทุกคนรวมทั้งสื่อ ต้องร่วมมือกันสร้างความเข้าใจ ทำให้คนสงบ ทำให้คามดาวน์ลง ถ้าสังคมยังเป็นอยู่อย่างนี้ มันก็ไปอะไรไม่ได้ จะปรองดองโดยผิดกติกาสังคม ทำไมไม่ให้กลับไปอยู่ในกระบวนการที่สังคมหรือกะบวนการยุติธรรมดำเนินการ นี่พูดแทบตายยังนั่งหาวกันอีก วันนี้ไม่ใช่อะไรหรอกมันร้อน
เมื่อถามว่าทำไมเวลาถามเรื่องรัฐธรรมนูญ และการต่ออำนาจต้องอารมณ์เสีย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็อย่าไปให้ความสนใจกันมากนักในเรื่องนี้ เมื่อถามว่าเรื่องรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อซึ่งสังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อก็ต้องบอกสังคมให้คอย ให้ใจเย็นๆ เรื่องรัฐธรรมนูญต้องให้ผ่านการลงมติของสปช.ก่อน ถ้าไม่ผ่านก็ต้องอธิบายว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้อย่างไร ต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานใหม่ขึ้นมา ต้องใช้เวลาอีก จบแค่นี้







