posttoday
“เทคโนโลยีทางการแพทย์” ...ก้าวที่กล้าลงทุน ยกระดับโรงพยาบาลเอกชนไทยสู่สากล

“เทคโนโลยีทางการแพทย์” ...ก้าวที่กล้าลงทุน ยกระดับโรงพยาบาลเอกชนไทยสู่สากล

05 มิถุนายน 2558

เพราะคำนึงถึง “ชีวิต” ของ “ผู้ป่วย” เป็นหลัก ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาและจากความได้เปรียบทางความคล่องตัวในการลงทุน “โรงพยาบาลเอกชน” หลายแห่ง

เพราะคำนึงถึง “ชีวิต” ของ “ผู้ป่วย” เป็นหลัก ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาและจากความได้เปรียบทางความคล่องตัวในการลงทุน “โรงพยาบาลเอกชน” หลายแห่ง

จึงสามารถเลือกสรรเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานสูง เข้ามาเสริมประสิทธิภาพในการรักษาให้แก่คนไข้ จนสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดในการรักษาที่เคยเป็นอุปสรรคในอดีต ทั้งช่วยร่นระยะเวลาการรักษาและลดผลข้างเคียงซึ่งหมายถึงอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ป่วยไทยและคนในภูมิภาคนี้ที่มีกำลังซื้อ มีทางเลือกในการเข้าถึง นวัตกรรม เทคโนโลยี และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยในประเทศไทยแทนที่อื่น จนปัจจุบัน กล่าวได้ว่า โรงพยาบาลเอกชนของไทยมีศักยภาพในการรักษาผู้ป่วย เทียบเท่ากับโรงพยาบาลชั้นนำทั่วทุกมุมโลก โดยล่าสุดในเดือน มี.ค.2558 ที่ผ่านมาเว็บไซต์ ontoplists.com ได้จัดให้ “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์” เป็น โรงพยาบาลอันดับที่9จาก10โรงพยาบาลที่ให้การรักษาดีที่สุดโนโลก (Top 10 Hospitals In The World) ด้วยอัตราค่าบริการที่มีราคาถูกกว่า

นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่กล่าวถึงนั้น โรงพยาบาลเอกชนของไทยนำมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจหาโรคจนสามารถวินิจฉัยได้ถูกต้องและแม่นยำ ซึ่งนำไปสู่กระบวนการรักษาที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ผู้ป่วยหลายรายจึงสามารถหายขาดจากโรคโดยไม่กลับมาเป็นอีก และกลับไปมีชีวิตปกติได้อีกครั้ง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทยและประชากรโลก

กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ระหว่างปี 2554-2556 คนไทยมีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2556 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 54, 530 คน เฉลี่ยเสียชีวิตวันละ 150 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน ขณะที่ โรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดเป็นอันดับ1มากว่า 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2543 โดยพบยอดผู้เสียชีวิตในปี 2556 จำนวน 67,184 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน โดยมีอัตราเฉลี่ยเสียชีวิตเพิ่มปีละ 3,000 คน สร้างความสูญเสียให้เศรษฐกิจไทยมากถึงปีละ 80,000 ล้านบาท

แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ ทำให้ทุกวันนี้ในส่วนของโรคมะเร็งสามารถตรวจพบโรคและระยะของโรคได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ด้วยการทำ PET/CT Scan ซึ่งสามารถวิเคราะห์ความผิดปกติของเซลล์ได้ในระดับเมตาบอลิซึม พร้อมบอกตำแหน่งที่ผิดปกติและระยะอาการของโรคได้แม่นยำ ฉะนั้น การตรวจพบโรคในระยะแรกและรักษาผู้ป่วยจนหายขาดจึงเป็นไปได้มากขึ้นด้านการรักษาโรคมะเร็งก็ทำได้โดยนวัตกรรมใหม่อย่าง Linear Accelerator(Linac) หรือ เครื่องฉายรังสีแบบเร่งอนุภาค ซึ่งช่วยในการฉายแสงก้อนมะเร็งที่ต้องการความแม่นยำสูงทั้งที่อยู่ลึกและตำแหน่งตื้น เช่น มะเร็งสมอง ลำคอ ต่อมลูกหมาก และปอด โดยให้ประสิทธิผลดีและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าเครื่องโคบอลต์ 60

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที มีโอกาสรอดชีวิตสูง และสูญเสียน้อยลง เช่น Echocardiography หรือ คลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นกายวิภาคของหัวใจได้ละเอียด สามารถวินิจฉัยโรคหัวใจได้เกือบทุกประเภทและไม่ก่ออันตรายต่อผู้ป่วย Cardiac Catheterize Lab หรือห้องปฏิบัติการสวนเส้นเลือดหัวใจที่มีเครื่องมือประสิทธิภาพสูงในการประมวลหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย รวมทั้งใส่ขดลวดถ่างขยาย หลอดเลือด หรือ Stent ซึ่งช่วยลดจำนวนการผ่าตัดใหญ่และความเสี่ยงจากผลข้างเคียง ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

เทคนิคที่ทันสมัยเหล่านี้ ยังนำมาซึ่งความสำเร็จใหม่ ๆ ในการรักษาโรคอีกหลายชนิด การผ่าตัดผ่านกล้องหรือแผลเล็ก ตั้งแต่โรคที่มีความซับซ้อน เช่น กระดูกคอและกระดูกสันหลัง การผ่าตัดผ่านกล้องในระบบสามมิติของเนื้องอกมดลูก เป็นต้น รวมไปถึงการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

ขณะที่การตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจรวมไปถึงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เทคโนโลยีทางการแพทย์ Magnetic Resonance Imaging(MRI) หรือ เครื่องเอ็กซ์เรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุความเข้มข้นสูง สามารถสร้างภาพอวัยวะภายในร่างกายได้คมชัดเสมือนจริงแบบ 3 มิติทำให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยความผิดปกติในร่างกายได้อย่างแม่นยำ และไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใด ๆ แก่ร่างกาย ทั้งยังไม่มีอันตรายจากรังสีตกค้าง

ทั้งนี้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยในข้างต้น มักอยู่ในศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ ซึ่งประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะกลุ่มประกันสังคมและประกันตนสามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากมีการแบ่งปันให้โรงพยาบาลต้นสังกัดสามารถส่งตัวเข้ารับการรักษา โดยคิดอัตราค่าบริการแบบเป็นมิตร

การมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยตลอดเวลา จำเป็นต้องทำควบคู่กับความรู้ ความเข้าใจ โดยแพทย์และบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลต้องมีแผนงานด้านคุณภาพและความปลอดภัย ทั้งในการดูแลสภาพมาตรฐานของเครื่องมือให้พร้อมใช้ และความปลอดภัยในการใช้ ที่ล้วนมีข้อกำหนดในมาตรฐานความปลอดภัยต่อผู้เกี่ยวข้องตามมาตรฐานของสถาบัน JCI ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยระบบดังกล่าวเป็นรากฐานในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับแพทย์และบุคลากรด้านการแพทย์ทั้งหมด โดยเฉพาะในการดึงดูดให้แพทย์ไทยในต่างประเทศสามารถกลับมาทำงานในประเทศไทย ภายใต้ระบบที่ทันสมัยและปลอดภัยทัดเทียมกับในประเทศที่มีวิทยาการด้านการแพทย์ชั้นนำ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ Reverse Brain Drain ของบุคลากรทางการแพทย์กลับไทย

การสั่งสมความสามารถและประสบการณ์ของโรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้ นับเป็นคุณค่าต่อวงการแพทย์และประชาชนไทย สร้างทางเลือกในการให้บริการที่นอกเหนือจากสิทธิ์ในระบบปกติ หรือลดจำนวนการเดินทางไปรักษากับแพทย์ในต่างประเทศ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนจำนวนมหาศาลที่ภาคเอกชนได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องให้กับสังคมไทยเสมอมา และเป็นคุณค่าคู่สังคมที่อาจถูกมองข้ามไป            

ขณะที่คาดว่าอุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนทั้งระบบมีการลงทุนในด้านเครื่องมือและสถานที่ปีละกว่า 6,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมการลงทุนในการสร้างโรงพยาบาลใหม่ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผลดีที่เกิดขึ้นกับวงการแพทย์ไทยในฐานะสถานพยาบาลทางเลือกที่ให้ความสะดวกรวดเร็วและไม่แออัดในการรับบริการ รวบรวมไว้ด้วยแพทย์ที่มีศักยภาพและความชำนาญ ความทันสมัยของเทคโนโลยีในการวินิจฉัยรักษาที่กระชับแม่นยำ บริการที่ได้มาตรฐาน ในราคาสมเหตุสมผลตามต้นทุนที่แท้จริง สร้างการเติบโตของตลาดที่มั่นคงและรายได้เข้าประเทศจากผู้ป่วยที่เดินทางมาจากทั่วโลก

...ทั้งที่100%ของประชาชนไทยมีความคุ้มครองด้านการรักษาพยาบาลที่ไม่ต้องจ่ายเงินตามที่รัฐกำหนดให้อยู่แล้ว แต่ก็มีประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยตั้งใจ และเลือกที่จะมาเสียค่าใช้จ่ายเองในการรับบริการตรวจรักษาแบบผู้ป่วยนอกหรือแบบผู้ป่วยในหรือผ่าตัด หรือทำคลอดในโรงพยาบาลเอกชนหลายๆระดับทั่วประเทศ

 

                             โดย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน
“โรงพยาบาลเอกชน”คุณค่าคู่สังคม…ที่ถูกมองข้าม

 

 

 

Advertorial

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท