
คนร้ายประกบยิงอส.เจาะไอร้องดับ
นราธิวาส-คนร้ายประกบยิง อส.เจาะไอร้องเสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปเข้าเวร
นราธิวาส-คนร้ายประกบยิง อส.เจาะไอร้องเสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปเข้าเวร
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พ.ต.ท.พิสิษฐ์ อุ่นใจ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนรอยต่อระหว่างบ้านลูโบ๊ะเยาะกับบ้านป่าไผ่ หมู่ 7 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประวิทย์ ช่อเส้ง ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รองหัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนอยู่ริมถนน ใกล้ป่ารกทึบริมทาง และมีรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย จำนวน 3 คัน ล้มตะแคงอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้กันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง ก่อนที่ชุด อีโอดี จะเข้าตรวจสอบเกรงคนร้ายจะวางแผนลวงด้วยการซุกระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งผลการตรวจสอบต้องใช้เวลานานร่วม 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ และพบว่ารถจักรยานยนต์ต้องสงสัยทั้ง 3 คันไม่มีสิ่งผิดปกติซุกไว้เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบผู้เสียชีวิต คือ นายมะนาปี สุหลง เป็น อส.ประจำที่ว่าการ อ.เจาะไอร้อง ปฏิบัติหน้าที่ชุดคุ้มครองต.บูกิต ถูกกระสุนปืนสงครามไม่ทราบชนิดที่บริเวณศีรษะ 1 นัด ซึ่งในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆของคนร้าย เนื่องจากเป็นเวลาค่ำ ไม่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามลำพัง เพื่อเดินทางไปรับประทานอาหารเนื่องในงานแต่งงานของเพื่อนในพื้นที่ ต.มะนังตายอ อ.เมืองนราธิวาส เมื่อแล้วเสร็จผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรยามที่ฐานชุดคุ้มครองต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามไม่ทราบชนิด จ่อยิงใส่ศีรษะผู้ตาย จำนวน 1 นัด จนรถเสียหลักล้มคว่ำเสียชีวิตคาที ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี







