posttoday
อันดับ ‘นิติธรรม’ ทรุดหนัก โจทย์ใหญ่ในมือ คสช.

อันดับ ‘นิติธรรม’ ทรุดหนัก โจทย์ใหญ่ในมือ คสช.

04 มิถุนายน 2558

อันดับหลักนิติธรรมไทยปี 2015 ร่วง 9 อันดับ ในขณะที่สิทธิขั้นพื้นฐานไทยน่าเป็นห่วง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์​

อันดับหลักนิติธรรมไทยปี 2015 ร่วง 9 อันดับ ในขณะที่สิทธิขั้นพื้นฐานไทยน่าเป็นห่วง ยืนยันโดยผลสำรวจจาก เวิลด์ ตัสทิซ โปรเจ็ค องค์กรอิสระที่ทำงานเพื่อเสริมหลักนิติธรรมทั่วโลก เปิดเผยดัชนีหลักนิติธรรม ปี 2015 พบว่า ไทยอยู่ในอันดับที่ 56 จากทั้งหมด 102 ประเทศ ซึ่งอันดับร่วงลงจากปี 2014 ถึง 9 อันดับ ที่อยู่ที่ 47 จากการสำรวจใน 99 ประเทศ

ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวสำรวจครัวเรือนทั่วโลกมากกว่า 1 แสนครัวเรือน และผู้เชี่ยวชาญ 2,400 คน เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายในแต่ละประเทศ โดยประเมินในหมวดหมู่ต่างๆ 8 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ข้อจำกัดในอำนาจของรัฐบาล การปราศจากคอร์รัปชั่น รัฐบาลแบบเปิด สิทธิขั้นพื้นฐาน ระเบียบและความมั่นคง การบังคับใช้กฎระเบียบ กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง และกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ขณะเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก ไทยอยู่ในอันดับที่ 11 จาก 15 ประเทศ ที่มีการสำรวจ ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยอยู่อันดับที่ 5 จากทั้งหมด 8 ประเทศที่มีการสำรวจ โดยตามหลังสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ตามลำดับ

นอกจากนี้แล้ว ดัชนีหลักนิติธรรม ปี 2015 ระบุด้วยว่า หมวดการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของไทยมีอันดับลดลงอย่างมาก โดยอยู่ในที่ 72 จากที่ 52 ส่งผลให้กลายเป็นหนึ่งในปัญหาที่มีความน่ากังวลมากที่สุดในการประเมินหลักนิติธรรม เช่นเดียวกันกับหมวดข้อจำกัดในอำนาจของรัฐบาลที่ไทยอยู่ในอันดับที่ 76 ในปีนี้ จากอันดับที่ 63

อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินในหมวดของการคอร์รัปชั่น พบว่า ไทยมีอันดับดีขึ้นอยู่ในอันดับที่ 39 จากที่ 40 ของโลก หรืออันดับที่ 8 จาก 15 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก เช่นเดียวกันกับหมวดกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งที่ไทยมีอันดับดีขึ้นจากที่ 89 มาอยู่ที่ 72 ในปีนี้

สำหรับประเทศที่มีดัชนีหลักนิติธรรมของโลกดีที่สุด คือ ประเทศเดนมาร์ก ตามมาด้วยนอร์เวย์และสวีเดน ส่วนประเทศที่อยู่ในอันดับรั้งท้ายของทั้ง 102 ประเทศ คือ เวเนซุเอลา

วันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าปัญหาการคอร์รัปชั่น กระบวนการยุติธรรมของไทย ยังไม่อยู่ในระดับมาตรฐานสากล ซึ่งในส่วนของกระบวนการยุติธรรมปลายน้ำอย่างศาล หรือระดับกลางน้ำทั้งอัยการนั้นไม่เป็นปัญหา แต่เป็นปัญหาที่ระดับต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรมคือตำรวจ สุดท้ายก็จะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อไปถึงกลางน้ำและปลายน้ำ

ดังนั้น สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขเวลานี้ ก็คือ เรื่องการปฏิรูปกระบวนการตำรวจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​ รวมไปถึงผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องต้องเร่งการปฏิรูปตำรวจให้สามารถตั้งต้นและเดินหน้าต่อไปจนเห็นผลในรัฐบาลหนี้หรือรัฐบาลต่อไป

วันชัย ระบุว่า แม้กระบวนการการปฏิรูปตำรวจในชั้นของ สปช.จะมีข้อขัดแย้งที่ยังไม่อาจหาข้อสรุปได้ แต่ก็มีความพยายามที่จะเดินหน้าต่อไป โดยเวลานี้ประธาน สปช.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาหาข้อสรุป มีกรอบเวลาทำงาน 60 วัน เชื่อว่าสุดท้ายก็จะเดินหน้าต่อไปได้

นอกจากนี้ ปัญหาในกระบวนการยุติธรรมที่กรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายพยายามแก้ไขอยู่ คือ การพยายามหาข้อยุติความขัดแย้งให้ได้ก่อนที่เรื่องจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยช่วยลดปัญหาได้มาก ไม่ต้องมีคดีไปล้นศาลอย่างที่เป็นอยู่ เพราะหลายเรื่องสามารถหาข้อสรุปได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าสู่ศาล

​วันชัย เชื่อว่า ถ้าหากเร่งแก้ปัญหาใน 2 ประเด็นนี้ ย่อมช่วยทำให้กระบวนการยุติธรรมดีขึ้นและจะส่งผลให้​อันดับด้านนิติธรรมปรับตัวดีขึ้น

อีกด้านหนึ่ง ปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มองว่า รากเหง้าของปัญหานิติรัฐนิติธรรมของประเทศนั้นอยู่ที่เรื่องระบบอุปถัมภ์ที่ฝังอยู่ในสังคมมานาน ดังนั้นการแก้ไขต้องเริ่มที่การแก้ระบบอุปถัมภ์ หรือเริ่มจากการแก้ที่นิสัยของคนก่อน

“ผมมองว่าในเรื่องข้อกฎหมาย หรือการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากับเรื่องนิสัยของคนในสังคมและระบบอุปถัมภ์ ดังนั้นการแก้ไขคือต้องเปลี่ยนนิสัย ส่วนข้อกฎหมายที่อาจจะมีช่องโหว่ มีปัญหานั้นเป็นส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ที่สำคัญผู้ที่มีอำนาจแก้ปัญหาต้องไม่ลูบหน้าปะจมูก อย่างการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่ว่าเป็นพรรคพวกกันแล้วทำได้ไม่มีปัญหา แต่พอเป็นคนอื่นทำไม่ได้ ตรงนี้ต้องทำให้ชัดเจน” ​

ปริญญา ระบุว่า นอกจากนี้ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าคดีคนเก็บขยะเก็บซีดีไปขายถูกจับติดคุก แต่คนรวยบางคนขับรถชนคนตายหลายคนไม่ติดคุก เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาที่ถูกนำมาสะท้อนให้เห็นว่าระบบนิติรัฐนิติธรรมยังมีปัญหา เหมือนกับประโยคที่ว่า คุกมีเอาไว้ขังคนจน​ ซึ่งเป็นที่ล้อเลียนประชดประชันอยู่บ่อยๆ

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปที่พยายามทำอยู่ในช่วงนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่นั้น คงต้องรอดู เพราะการปฏิรูปไม่สามารถดำเนินการได้ทุกเรื่องพร้อมกัน จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญ ยิ่งในวันที่ปากท้องและปัญหาเศรษฐกิจยังมีอยู่

ทั้งหมดนี้ ต้องรอดูว่าในช่วงของการปฏิรูปของ คสช.นับจากนี้ไปอีกหนึ่งปี ไทยจะสามารถขยับอันดับให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท