
รัฐอุดรูรั่วภาษี
คลังเร่งอุดช่องโหว่ภาษี หวังเพิ่มรายได้อีก 2 แสนล้าน ประเดิมไล่จับโกงแวต
คลังเร่งอุดช่องโหว่ภาษี หวังเพิ่มรายได้อีก 2 แสนล้าน ประเดิมไล่จับโกงแวต
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า คลังจะมีมาตรการอุดช่องโหว่การเสียภาษีชุดใหญ่ออกมา เพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 10% ของภาษีที่เก็บได้เวลานี้ 2.3 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2 แสนล้านบาท รวมทั้งจะมีการขยายฐานการจัดเก็บภาษี โดยตั้งเป้าว่าจะจัดเก็บภาษีให้ได้เพิ่มจาก 17% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เป็น 20% ของจีดีพี
“ช่วง 40 ปีที่ผ่านมา การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลมีการขยายตัวที่แย่มาก คือจาก 14-15% ของจีดีพี มาอยู่ที่ 17% ของจีดีพีถือเป็นการขยายตัวที่น้อยมาก” นายสมหมาย กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเพิ่มประสิทธิภาพการอุดช่องโหว่ของการเสียภาษีมากขึ้น โดยเฉพาะการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต โดยผู้ประกอบการจะต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้ง หากไม่มีการออกใบกำกับภาษีก็จะให้กรมสรรพากรเอาผิดทางกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งปรับและจำคุก
นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณามาตรการชิงโชคใบกำกับภาษี ที่อาจร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการออกสลากแต่ละงวด หากใครมีเลขท้ายของใบกำกับภาษีตรงกับเลขท้ายการออกรางวัลสลากก็จะได้รับรางวัล เพื่อจูงใจให้ผู้ซื้อมีการขอใบกำกับภาษี ซึ่งรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติอยู่ระหว่างการสรุป
สำหรับด้านการดูแลเศรษฐกิจนั้น นายสมหมาย กล่าวว่า เศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวในขณะนี้ จึงไม่จำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นอีกแต่จะเน้นดูแลเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านการใช้จ่ายเงินงบประมาณ โดยยังต้องตั้งงบประมาณแบบขาดดุลไปถึงปี 2560 ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2559 ที่ตั้งงบขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว
อย่างไรก็ตาม การทำงบประมาณขาดดุลจะไม่กระทบกับหนี้สาธารณะของประเทศที่อยู่ระดับ 42%ของจีดีพี ซึ่งไม่น่าห่วง แต่สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ที่เก็บได้อยู่ในระดับต่ำยังน่าเป็นห่วง กระทรวงการคลังจึงต้องปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของประเทศ
ทั้งนี้ เดิมรัฐบาลคิดจะขึ้นภาษีแวต เพราะการขึ้นแวต 1% จะเพิ่มรายได้ 8 หมื่นล้านบาท/ปี แต่เศรษฐกิจที่ยังไม่ดี การขึ้นแวตจะซ้ำเติมประชาชน จึงจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ ขยายเวลาการลดภาษีแวตจาก 10% เหลือ 7% ที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2558 ออกไปอีก 1 ปี
ขณะเดียวกัน คลังจะเสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้ ครม.พิจารณาภายใน 2 เดือนนี้ โดยจะดูแลภาระภาษีของผู้ที่มีบ้านอยู่อาศัยให้น้อยที่สุด







