posttoday
ปรับใช้เกณฑ์อีโบล่าเฝ้าระวังไวรัสเมิร์ส

ปรับใช้เกณฑ์อีโบล่าเฝ้าระวังไวรัสเมิร์ส

03 มิถุนายน 2558

กรมควบคุมโรคขอคนไปพิธีฮัจญ์รับวัคซีนก่อนเดินทาง-หลังกลับตะวันออกกลาง14วันต้องเฝ้าระวังโรคใกล้ชิด

กรมควบคุมโรคขอคนไปพิธีฮัจญ์รับวัคซีนก่อนเดินทาง-หลังกลับตะวันออกกลาง14วันต้องเฝ้าระวังโรคใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่กรมควบคุมโรค นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานการประชุมร่วมกับ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลศิริราช รวมถึงตัวแทนโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร และตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน เพื่อเตรียมรับมือโคโรนาไวรัส 2012 หรือโรคเมิร์ส-โควี โดย นพ.โสภณ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยเมิร์ส ในเกาหลีใต้รวม 30 ราย และเสียชีวิต 2 ราย รวมถึงมีผู้ที่ต้องเฝ้าระวังติดตามอาการเนื่องจากมีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วย 700-800 ราย อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้ยังมีระบบจัดการโรคที่ดี มีการแยกผู้ป่วยอยู่ในห้องแยก และยังประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง  รวมถึงพื้นที่สาธารณะ

สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีข้อห้ามในการเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด และจะใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้เป็นบทเรียน โดยขณะนี้พบว่าการติดเชื้อของเกาหลีใต้ส่วนใหญ่จะยังอยู่ในโรงพยาบาล  เพราะเมื่อผู้ป่วยคนแรกได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ ก็ได้ไปรักษาถึง 3 คลินิก และอีก 1 โรงพยาบาล ทำให้มีผู้สัมผัสโรคจำนวนมาก รวมถึงแพทย์และพยาบาล

นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า  ได้เตรียมนำงบประมาณ และมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคติดเชื้ออีโบลามาใช้ในการป้องกันโรค ได้แก่ 1.การเฝ้าระวังผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติกลับจากประเทศตะวันออกกลาง และประเทศที่มีการระบาด เช่น ป่วยในช่วงระยะเวลา 14 วัน ปอดบวมรุนแรง หรือเป็นโรคทางเดินหายใจ 2.การตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งขณะนี้สามารถทำได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกแห่ง และ 3.การดูแลรักษาในโรงพยาบาลรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน โดยในวันที่ 4 มิ.ย. จะนำข้อสรุปมาตรการเฝ้าระวังโรคเมอร์สโควี รายงานให้ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ทราบ และจะประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขทั่วประเทศต่อไป

ส่วนผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์นั้น จะมีการติดตามอย่างใกล้ชิด และจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคเมิร์สก่อนเดินทางออกนอกประเทศ โดยจะขอความร่วมมือสำนักจุฬาราชมนตรี และบริษัทเอเยนซี เพื่อขอรายชื่อผู้ที่จะเดินทางไปทำอุมเราะห์ ที่ประเทศแถบตะวันออกกลาง เพื่อติดตามเฝ้าระวังป้องกันโรคต่อไป นอกจากนี้ ได้แนะนำให้ทั้ง 2 กลุ่มหลีกเลี่ยงเดินทางไปยังฟาร์มสัตว์ งดสัมผัสอูฐ หรือดื่มนมอูฐดิบ ล้างมือ ฟอกสบู่ให้ถี่มากขึ้น และหลังจากเดินทางกลับต้องติดตามเฝ้าระวังต่อในระยะ 14 วัน ซึ่งเป็นระยะฟักตัวของโรค รวมถึงกลุ่มอื่นๆ ที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งหากใครป่วยอยู่ในช่วง 14 วัน ขอให้รีบมาพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเดินทาง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท