
สปช.เสนอเลิกโอเพนลิสต์
สปช.เสนอเลิกโอเพนลิสต์ ชี้ ควรให้พรรคมีสิทธิจัดลำดับสส. แนะล้มกฎเหล็กห้ามอัยการนั่งบอร์ดรสก.
สปช.เสนอเลิกโอเพนลิสต์ ชี้ ควรให้พรรคมีสิทธิจัดลำดับสส. แนะล้มกฎเหล็กห้ามอัยการนั่งบอร์ดรสก.
นายมนูญ ศิริวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยภายหลังจากเข้าชี้แจงคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญว่า ทางกลุ่มสมาชิกสปช.ได้เสนอให้คณะกมธ.ยกร่างฯ ปรับปรุงเนื้อหาในหลายประเด็น เริ่มตั้งแต่เสนอให้ยกเลิกการเลือกตั้งสส.ระบบบัญชีรายชื่อแบบเปิด หรือ โอเพนลิสต์ เนื่องจากเห็นว่าในเมื่อคณะกมธ.ยกร่างฯได้วางระบบเลือกตั้งสส.แบบเขตเลือกตั้งที่ให้ประชาชนสามารถเลือกสส.ตามที่ตัวเองต้องการแล้ว ก็ควรให้มีสส.บัญชีรายชื่อแบบเดิมที่ให้พรรคการเมืองเป็นผู้จัดทำบัญชี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆมาทำหน้าที่สส.
นายมนูญ กล่าวอีกว่า จากนั้นได้เสนอขอให้แก้ไขบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยประเภทหนังสือสัญญาระหว่างที่ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา โดยอยากให้กำหนดประเภทของหนังสือสัญญาเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเขตแดนและการเปิดการค้าเสรีเท่านั้นที่ต้องเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบ ถ้าไม่กำหนดประเภทไว้ชัดเจนจะมีผลให้รัฐสภาต้องพิจารณาหนังสือสัญญาระหว่างประเทศเป็นจำนวนมากเกินความจำเป็น
นายมนูญ กล่าวว่า ขณะที่ ประเด็นสำคัญที่ได้ต่อคณะกมธ.ยกร่างฯ คือ การกำหนดให้มีการทำประชามติไว้ในบทเฉพาะกาล จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ประชาชนเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ 2.เห็นควรให้มีการปฏิรูปเป็นเวลา 2 ปีก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ โดยกระบวนการในทางปฏิบัติจะเป็นในลักษณะที่ให้มีการทำประชามติในวันเดียวแต่ให้มีการถามสองคำถามดังกล่าวพร้อมกัน
“หากเกิดกรณีที่ประชาชนเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญและสนับสนุนให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จะมีผลให้ต้องงดบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่บางประการ เช่น มาตราที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสส. และอาจต้องให้คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทำหน้าที่ต่อไป ไม่เพียงเท่านี้ได้เสนอให้ลดสัดส่วนจำนวนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปจาก 120 คน เหลือ 100 คน”นายมนูญ กล่าว
นายมนูญ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ได้มีประเด็นอื่นๆที่เสนอเข้าไปเพิ่มเติม คือ การดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจของพนักงานอัยการ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญได้กำหนดข้อห้ามไม่ให้พนักงานอัยการเข้าไปมีตำแหน่งดังกล่าว แต่กลุ่มของเราเห็นว่าไม่ควรกำหนดตายตัวไว้เช่นนั้น เพราะอัยการจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำสัญญาต่างๆ ป้องกันไม่ให้รัฐวิสาหกิจเสียเปรียบ จึงเห็นว่าควรกำหนดให้อัยการเข้าไปทำหน้าที่ดังกล่าวได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการอัยการก่อน”นายมนูญ กล่าว







