posttoday
เส้นทางเงิน 14 ล้าน มัดนายพลเอี่ยวค้ามนุษย์

เส้นทางเงิน 14 ล้าน มัดนายพลเอี่ยวค้ามนุษย์

03 มิถุนายน 2558

ในที่สุดก็ปรากฏความชัดเจน “บิ๊กทหาร” ที่พัวพันขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ในที่สุดก็ปรากฏความชัดเจน “บิ๊กทหาร” ที่พัวพันขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดนาทวี เพื่อขออนุมัติหมายจับ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

ตามคำบอกเล่าของ “บิ๊กเอก” พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ การดำเนินการหลังจากนี้คือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ พล.ท.มนัส เข้ามอบตัว

หลักฐานที่ปรากฏจนนำมาซึ่งการออกหมายจับในครั้งนี้ เกิดขึ้นกลางดึกวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อ พล.ต.อ.เอก สั่งการให้ตำรวจบุกเข้าค้นบ้านพักผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาในพื้นที่ จ.ระนอง ซึ่งเป็นบ้านของ สุวรรณ แสงทอง หรือโกหนุ่ย ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ โดยพบเอกสารเป็นสลิปการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของ พล.ท.มนัส

แม้จะมีหลักฐานชัด แต่ตำรวจขณะนั้นยังแบ่งรับแบ่งสู้โดยยืนยันต่อสังคมว่าไม่มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับรัฐบาลและกองทัพบกที่พร้อมใจกันปฏิเสธ

อย่างไรก็ดี เมื่อเรื่องแดงขึ้น พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าทราบมาสักระยะหนึ่งแล้วว่า พล.ท.มนัส เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการ จึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายใดๆ เมื่อศาลอนุมัติหมายจับ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.อุดมเดช ยืนยันว่า ไม่มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา จากนั้นอีกประมาณ 1 สัปดาห์ คือในวันที่ 18 พ.ค. พล.อ.อุดมเดช บอกอีกว่า ยังไม่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบว่ามีนายทหารชั้นยศนายพลเข้าไปเกี่ยวข้อง และท้ายสุดที่ พล.อ.อุดมเดชพูดถึงเรื่องนี้ คือในวันที่ 20 พ.ค. โดยระบุว่า ได้พูดคุยกับทางตำรวจแล้ว หากมีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องให้ดำเนินการเอาผิดได้ทันที

สำหรับหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของ พล.ท.มนัส รวมแล้วเป็นเงินกว่า 14 ล้านบาท ในช่วงปี 2555 แบ่งเป็น 1.7 ล้านบาท 1 ครั้ง 1.5 ล้านบาท 1 ครั้ง 1 ล้านบาท 3 ครั้ง 6.7 แสนบาท 1 ครั้ง 1 แสนบาท 62 ครั้ง 9.8 หมื่น 1 ครั้ง 8 หมื่นบาท 1 ครั้ง 7.7 หมื่นบาท 1 ครั้ง 4.7 หมื่นบาท 1 ครั้ง และ 3.8 หมื่นบาท 1 ครั้ง

หลักฐานการเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหาและ พล.ท.มนัส จะจริงเท็จอย่างไรต้องอยู่ที่การสอบสวน ซึ่งตัวของ พล.ท.มนัส มีสิทธิจะหักล้างและต่อสู้ในชั้นศาล

การสืบสวนของตำรวจพบว่า พล.ท.มนัส ใช้ช่องทางงบลับของรัฐบาลนับตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งขณะนั้นเจ้าตัวดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยกที่ 1 ระนอง

พล.ท.มนัส ใช้ “งบลับ” เพื่อผลักดันชาวโรฮีนจาที่เข้ามาหรือมาลอยเรืออยู่ในน่านน้ำไทยฝั่งอันดามันให้กลับประเทศต้นทางหรือให้เดินทางต่อ โดยไม่ให้เข้าประเทศเพื่อป้องกันการพักพิงในประเทศ และบางส่วนก็ลักลอบเข้าเมืองทำให้หน่วยงานความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจก็ต้องผลักดันออกไปให้ได้

แต่แล้วเพราะช่องทางการใช้ “งบลับ” มีช่องโหว่ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝ่ายความมั่นคงและปกครอง รวมถึงพลเรือนร่วมกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หาผลประโยชน์ด้วยการวางเครือข่ายจากต้นทางเป็นขบวนการนำพาชาวโรฮีนจาส่งให้ประเทศเพื่อนบ้านแลกกับผลประโยชน์ โดยใช้ทรัพยากรของรัฐเป็นเครื่องมือ

หากความผิดเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2552 จริง ก็พบว่าขณะนั้น พล.ท.มนัส มีหน้าที่รับผิดชอบปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาโดยตรง ซึ่งหากหลักฐานไม่แน่นหนาพอ ศาลคงไม่ออกหมายจับเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นวันคล้ายวันเกิด พล.ท.มนัส อายุครบ 59 ปีพอดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท