
จีนได้สองเด้ง ไทยขุดคอคอดกระ
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สื่อฮ่องกงเจ้าหนึ่งรายงานว่า ไทยและจีนตกลงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมลงทุนขุดคอคอดกระ อย่างไรก็ตาม ฮองไล โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ได้ออกมายืนยันภายหลังว่า รัฐบาลจีนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงนามเอ็มโอยูดังกล่าวแต่อย่างใด
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สื่อฮ่องกงเจ้าหนึ่งรายงานว่า ไทยและจีนตกลงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมลงทุนขุดคอคอดกระ อย่างไรก็ตาม ฮองไล โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ได้ออกมายืนยันภายหลังว่า รัฐบาลจีนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงนามเอ็มโอยูดังกล่าวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ไพศาล พืชมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ก็ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการลงนามระหว่างอดีตนักการเมืองอาวุโสฝ่ายไทยและนักธุรกิจจีน ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลของทั้งสองประเทศแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ยาโจว โจวคัน นิตยสารฮ่องกง ยังคงหยิบยกเรื่องดังกล่าวมารายงาน พร้อมกับระบุข้อได้เปรียบ 2 ประการที่จีนจะได้รับจากการขุดคอคอดกระอีกด้วย
สื่อดังกล่าวระบุว่า แม้ข่าวดังกล่าวจะได้รับการปฏิเสธจากรัฐบาลทั้งสองฝั่ง แต่ก็เรียกความสนใจได้ไม่ใช่น้อย เนื่องจากในปัจจุบันจีนมีความพยายามที่จะสร้างเส้นทางสายไหมทางน้ำแห่งศตวรรษที่ 21 ที่จะช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อและความร่วมมือทั่วยูเรเซีย
ดังนั้น ข้อได้เปรียบประการแรก คือ ด้านเศรษฐกิจ โดยการขุดคอคอดกระจะทำให้เรือขนส่งสินค้าไม่จำเป็นต้องไปอ้อมช่องแคบมะละกาที่มีปัญหาโจรสลัด รวมถึงทำให้ระยะทางสั้นลง 1,200 กิโลเมตร หรือคิดเป็นการเดินทาง 2-5 วัน ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนในการขนส่ง
ประการที่สอง คือ ด้านการทหาร โดย โจวคัน ระบุว่า ในปัจจุบันสหรัฐเป็นผู้กุมอำนาจทางการทหารเหนือช่องแคบมะละกาจากการเป็นพันธมิตรกับสิงคโปร์ โดยสหรัฐไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทางทะเลของสิงคโปร์ ดังนั้นหากเกิด “เหตุ” ใดๆ ขึ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับจีน กองทัพเรือสหรัฐก็สามารถตอบสนองได้ในทันที
อย่างไรก็ตาม หากเกิดการขุดคอคอดกระจริงด้วยการร่วมทุนกับจีน จะทำให้จีนสามารถทำลายการกุมอำนาจในภูมิภาคของสหรัฐลงได้
ทั้งนี้ แนวคิดในการขุดคอคอดกระมีขึ้นมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยประเทศญี่ปุ่นเป็นต้นคิด ก่อนจะได้รับการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งในช่วงปี 1980-1989 แต่ก็ถูกต่อต้านจากฝ่ายฝักใฝ่สหรัฐและสิงคโปร์จนต้องล้มเลิกไปเป็นครั้งที่ 2
ในปี 2004 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย หยิบโครงการขุดคอคอดกระขึ้นมาเสนออีกครั้ง โดยมีญี่ปุ่นเป็นผู้ร่วมทุน อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชนน้อย รวมถึงเหตุการณ์ไม่สงบในชายแดนใต้ของไทยเอง ยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้โครงการดังกล่าวตกไป เนื่องจากคอคอดกระอาจตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ได้
ด้านจีนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพูดคุยถึงโครงการดังกล่าวในปี 2006 ในการประชุมจีน-อาเซียนที่หนานหนิง โดยในขณะนั้นเศรษฐกิจจีนกำลังเติบโต พร้อมกับราคาพลังงานและน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยการขุดคอคอดกระจะช่วยลดต้นทุนในการขนส่งของจีนได้ดังที่กล่าวไปแล้ว







