posttoday
ลงทุนต้องโปร่งใส

ลงทุนต้องโปร่งใส

02 มิถุนายน 2558

ขณะนี้รัฐบาลมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายโครงการ โดยเฉพาะการลงทุนโครงข่ายด้านคมนาคมเพื่อลดต้นทุนการเดินทางและการขนส่ง ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว แต่การลงทุนดังกล่าวจะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และปรากฏชัดเจนว่ารัฐบาลไม่มีเม็ดเงินที่มากพอ เนื่องจากรายจ่ายประจำภายใต้งบประมาณของประเทศอยู่ที่ประมาณเกือบ 80% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ขณะนี้รัฐบาลมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายโครงการ โดยเฉพาะการลงทุนโครงข่ายด้านคมนาคมเพื่อลดต้นทุนการเดินทางและการขนส่ง ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว แต่การลงทุนดังกล่าวจะต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และปรากฏชัดเจนว่ารัฐบาลไม่มีเม็ดเงินที่มากพอ เนื่องจากรายจ่ายประจำภายใต้งบประมาณของประเทศอยู่ที่ประมาณเกือบ 80% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

รัฐบาลหาทางออกในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ ด้วยการเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการของรัฐ โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2558-2562) ใน 20 ประเภทกิจการ รวม 65 โครงการ รวมเงินลงทุน 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับฐานะการเงินของประเทศในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมทุนดังกล่าว รัฐบาลจะต้องพิจารณาให้รอบคอบและรอบด้านโดยต้องเปิดให้เอกชนเข้ามาแข่งขันในการเสนอตัวร่วมลงทุนในโครงการของรัฐ และต้องยกเลิกวิธีปฏิบัติเช่นที่ผ่านมา เพราะไม่น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนในระยะยาว เช่น กรณีการลงทุนรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หัวหิน, กรุงเทพฯ-พัทยา ซึ่งมีเอกชนยักษ์ใหญ่ของประเทศที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในการลงทุนรถไฟความเร็วสูง ติดต่อและได้เข้าพบ รมว.คมนาคม แสดงความสนใจที่จะลงทุนรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว ร่วมกับบริษัทพันธมิตรจากประเทศจีน

ทั้งนี้ ในต่างประเทศการเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการของภาครัฐจะเห็นได้เป็นการทั่วไป เพราะเป็นการลดภาระและความเสี่ยงของรัฐบาล รวมถึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพตลอดจนคุณภาพของการให้บริการ ตัวอย่างเช่น ในประเทศญี่ปุ่น ที่เปิดให้เอกชนเข้ามาแข่งขันการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าอย่างเสรี และมีเอกชนหลายรายเป็นผู้เดินรถในปัจจุบัน ทำให้การให้บริการมีคุณภาพ ตรงเวลาและค่าบริการอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลเพราะมีการแข่งขัน 

แต่ทว่ามีหลายกรณีและในหลายประเทศที่รัฐเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมทุน โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นและเป็นการให้บริการที่มีทางเลือกน้อย ผลที่ตามมาคือผู้ให้บริการอาจเรียกเก็บค่าบริการในอัตราที่สูงเกินไป และการให้บริการไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทั้งหมด ท้ายที่สุดประสิทธิภาพการให้บริการจะไม่ตรงกับเป้าหมายที่รัฐต้องการ เช่น ในกรณีของประเทศไทยก็มีปัญหาในลักษณะนี้แล้วในบางโครงการ อาทิ โครงการดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่อัตราค่าบริการอยู่ในระดับสูงลิบลิ่วเนื่องจากการขึ้นราคาเป็นไปตามสัญญาที่รัฐบาลได้ทำไว้กับเอกชน สุดท้ายความสามารถในการแข่งขันของประเทศก็จะถดถอยลง

ดังนั้น การที่รัฐบาลจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนจะต้องพิจารณาเงื่อนไขสัญญา รวมทั้งเปิดเผยให้ประชาชนทราบถึงเงื่อนต่างๆ ในสัญญา ขณะเดียวกันการเปิดประมูลโครงการก็ต้องทำด้วยความโปร่งใสเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท