
รถวิ่งข้างเลนนักปั่น ห้ามเกิน30กม./ชม.
ภายหลังเกิดอุบัติเหตุนักปั่นจักรยานถูกรถยนต์เฉี่ยวชนบนท้องถนนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้หารือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการส่งเสริมการใช้จักรยานและต้องการให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยบนท้องถนน
ภายหลังเกิดอุบัติเหตุนักปั่นจักรยานถูกรถยนต์เฉี่ยวชนบนท้องถนนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้หารือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการส่งเสริมการใช้จักรยานและต้องการให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยบนท้องถนน
พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานจราจร ได้ประสานกับ กทม.เพื่อสำรวจเส้นทางจักรยานรวมถึงกายภาพท้องถนนและวิศวกรรมจราจรที่เหมาะสม โดยกำหนดหลักการเบื้องต้นคือถนนที่สามารถปั่นจักรยานได้อย่างปลอดภัย ต้องมีผิวจราจรที่เรียบและอยู่ในถนนสายรองที่รถไม่สามารถใช้ความเร็วสูงได้
“ผมได้สั่งการไปยัง 88 สถานีตำรวจ ให้ไปดำเนินการสำรวจถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละ สน. ว่าจุดที่มีประชาชนออกมาปั่นจักรยานเป็นจำนวนมาก และให้สำรวจกายภาพของท้องถนนที่เหมาะสำหรับดำเนินการปรับปรุงให้มีการแชร์ช่องทางจักรยาน” พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า เมื่อมีการปรับปรุงเส้นทางแล้ว ทาง บช.น.จะมีการออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในการควบคุมความเร็วไม่ให้เกิน 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อให้จักรยานสามารถใช้ถนนร่วมกับรถยนต์ได้อย่างปลอดภัยด้วย
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อดุลย์ ยืนยันว่า การกำหนดความเร็วที่ 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะไม่ส่งผลกระทบต่อการจราจร เนื่องจากมีการกำหนดเป็นบางถนน บางเส้นทาง และบางช่วง เฉพาะที่มีการแชร์เลนจักรยานเท่านั้น
นอกจากนี้ เมื่อมีการออกข้อบังคับแล้วจะต้องมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจของ กทม. เพื่อสอดส่องดูแลและบังคับใช้กฎหมายในกรณีที่อาจจะมีบางกลุ่มแอบใช้ความเร็วเกินกำหนด
ทั้งนี้ หากฝ่าฝืนจะถูกจับปรับในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมาย โดยกำหนดให้มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
วันเดียวกันเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกแซงรถคันหน้าโดยไม่เห็นว่ามีจักรยานยนต์บิ๊กไบค์อยู่ด้านข้าง เป็นเหตุให้ชนกันอย่างแรงจนมีผู้เสียชีวิต 2 คน ที่ จ.ปราจีนบุรี โดยคนขับรถบรรทุกอยู่ระหว่างหลบหนี







