posttoday
มาร์คแจงรัฐสวัสดิการไม่เกี่ยวหาเสียง

มาร์คแจงรัฐสวัสดิการไม่เกี่ยวหาเสียง

30 มิถุนายน 2553

อภิสิทธิ์ชี้แจงรัฐสวัสดิการไม่เกี่ยวกับการหาเสียงแต่เป็นการตัดบริการสังคมออกจากเรื่องการเมือง ย้ำตรึงแอลพีจีเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดแล้ว

อภิสิทธิ์ชี้แจงรัฐสวัสดิการไม่เกี่ยวกับการหาเสียงแต่เป็นการตัดบริการสังคมออกจากเรื่องการเมือง ย้ำตรึงแอลพีจีเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดแล้ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การที่รัฐบาลเดินหน้าศึกษาดำเนินมาตรการรัฐสวัสดิการรถเมล์ รถไฟและไฟฟ้าฟรีตลอดชีพเพราะทำให้เกิดเป็นระบบ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นเรื่องชั่วคราวที่คณะรัฐมนตรีนำมาตัดสินใจ 2-3เดือนครั้ง ทำให้อาจถูกมองว่าเป็นการเมือง ซึ่งบริการเหล่านี้เป็นบริการสำหรับคนที่มีรายได้น้อย คนด้อยโอกาส การดำเนินมาตรการนี้ค่อนข้างช่วยคนได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

"ผมมองว่า 2 มาตรการรถเมล์-รถไฟผมพูดมาตั้งแต่สมัยที่เริ่มต้นก่อนรัฐบาลก่อนว่าแม้กระทั่งตอนวิกฤตเศรษฐกิจไอเอ็มเอฟยังเห็นด้วยกับเราเลยว่ากรณีรถไม่ปรับอากาศ กรณีรถไฟชั้นสามรัฐควรจะอุดหนุนให้ เพราะว่าเป็นการช่วยเหลือคนยากจนที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย”นายอภิสิทธิ์กล่าว

ชี้รัฐสวัสดิการไม่เกี่ยวหาเสียง

เมื่อถามว่าที่มาผลักดันช่วงนี้จะถูกกล่าวหาว่าหาเสียงเพราะใกล้จะถอยหลังอายุรัฐบาลแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ใครจะคิดจะพูดยังไงก็ได้ ตนก็บอกว่าสมมติว่าเดือนธันวาคมตนใช้วิธีบอกว่าต่ออายุอีก 3-4 เดือนก็จะถูกวิจารณ์ได้อีกว่าก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ แล้วสุดท้ายก็ต้องไปหาเสียงแข่งกันว่าใครจะเลิกใครจะไม่เลิก แต่สมมติถ้าเราทำเข้าระบบก็จะได้ไม่เป็นประเด็นหาเสียง เพราะเป็นเรื่องของรัฐวิสาหกิจ บริการสังคมที่รัฐแยกบัญชีออกมา ก็เป็นการเอาออกมาจากการเมือง

“เพราะฉะนั้นผมว่าจะวิจารณ์น่าจะดูให้ครบถ้วน ทุกแง่มุม เพราะสภาพความเป็นจริงถ้าปล่อยให้ไปหาเสียง ผมก็จะดูสิว่ามีกี่พรรคการเมืองที่บอกว่าจะเลิกมาตรการ ก็สุดท้ายจะบอกว่าต่อไปก่อน ก็เป็นเรื่องการเมืองเปล่าๆ ในความเป็นจริงก็คือว่าขณะนี้ฝ่ายการเมืองเกือบทุกฝ่ายเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าช่วยเหลือก็เอาเข้าเป็นระบบ เป็นความโปร่งใสในเรื่องของบัญชีของรัฐวิสาหกิจไปเลย เพราะทำอย่างนี้เป็นปัญหากับการบริหารรัฐวิสาหกิจเขาด้วยซ้ำเพราะต้องคอยมาใช้เงินเขาทีหลัง”นายกฯ กล่าว

ส่วนที่มองว่าจะเกิดความเหลื่อมล้ำที่ช่วยแต่คนในเมืองไม่ได้ช่วยคนชนบท นั้น จริงๆแล้วรัฐบาลก็มีหลายมาตรการ อาทิ รถไฟ ค่าไฟ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะต่ออายุหรือทำให้เป็นระบบหรือไม่ แต่หลายมาตรการก็สนับสนุนช่วยเหลือคนทั้งประเทศอย่างชัดเจนอยู่แล้ว เช่น เรื่องแก๊สหุงต้ม

ย้ำพิจารณาฐานะการคลังแล้วไม่ก่อภาระระยะยาว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าดูสถานการณ์คลัง โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านวิกฤตมาแล้วเทียบกับสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วโลกน่าจะมองเห็นว่า 1.เราไม่จำเป็นต้องกู้เงินครึ่งหนึ่งของที่บอกว่าจะต้องกู้เพิ่ม 2.งบประมาณปีที่แล้วที่บอกว่าขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท แต่เอาเข้าจริงก็เก็บรายได้เกินเป้าเกือบ 3 แสนล้านก็เท่ากับว่าแทบไม่ขาดดุลเลย ซึ่งนี่คือในภาวะที่เศรษฐกิจค่อนข้างจะตกต่ำและเพิ่งฟื้นตัวขึ้นมา

ดังนั้นเวลารัฐบาลพิจารณาก็ดูตามความเป็นจริงของฐานะการเงินการคลังอยู่แล้ว  บางเรื่องจึงระมัดระวัง อย่างเช่น เรื่องเบี้ยยังชีพเราทราบเลยว่าฐานคนเยอะมากเพราะถ้าขยับเงิน 500 บาท เพียงนิดเดียวจะเป็นภาระงบประมาณอย่างมาก จึงเริ่มต้นทำเรื่องกองทุนเงินออมแห่งชาติ อย่างไรก็ตามเพราะรัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลที่คิดถึงแต่ว่าช่วยเหลือประชาชนแล้วไม่สนใจโครงสร้างระยะกลางหรือระยะยาวอยู่ โดยทุกเรื่องที่ทำจะมีการคำนวณออกมาว่าภาระเป็นอย่างไร กระทบกับโครงสร้างหรือไม่ ยั่งยืนได้หรือไม่

ยืนยันตรึงราคาแอลพีจีแก้ปัญหาถูกจุด

เมื่อถามถึงการตรึงราคาแอลพีจีเป็นการแก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยืนยันว่าใช่ เพราะมีความคิดว่าแก๊สหุงต้มเป็นทรัพยากรธรรมชาติของคนทั้งชาติและควรมีการกำหนดราคาสำหรับคนที่ใช้ตามความจำเป็นคือ ภาคครัวเรือนในราคาที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องไปอิงกับตลาดโลก

"วิธีนี้คือวิธีที่เรายืนยันสิทธิของประชาชนคนไทยที่จะใช้สินทรัพยากรของประเทศในราคาที่เหมาะสม และถ้าหากว่าเราทำสำเร็จในเรื่องของการแยกตลาดว่าแก๊สที่ออกมาจากโรงแยกก๊าซที่เป็นทรัพยากรของเราเข้าสู่ภาคครัวเรือน ส่วนที่เหลือเข้าไปกลไกตลาดโลกตนก็เห็นว่าเป็นรูปแบบที่เหมาะสมมาก"นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่าปัญหาตอนนี้คือไม่ได้ใช้แค่ในครัวเรือนแต่ต้องใช้ในภาคขนส่งด้วย นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่หรอก เพราะว่าภาคขนส่งติดลบมา 2 ปีแล้ว เนื่องจากมีการเปลี่ยนไปใช้เอ็นจีวี ดังนั้นตัวที่มีการใช้มากและเป็นสาเหตุของการนำเข้าในปัจจุบันคือปิโตรเคมี ซึ่งตรงนั้นมีเหตุผลที่ควรจะใช้ในราคาของตลาด

ระบุกำลังศึกษาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบก้าวกระโดด

ส่วนมาตรการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบก้าวกระโดดนั้น เป็นประเด็นที่จะต้องไปศึกษา เพราะว่าขณะนี้เริ่มมีความคิดที่แตกต่างกันมากขึ้น สมัยหนึ่งคนมองเรื่องค่าแรงว่าจะขึ้นแล้วจะเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน แต่ตอนนี้เริ่มมีภาควิชาการและภาคธุรกิจบางส่วนมองเห็นว่าการที่ค่าแรงถูกกดให้ต่ำเป็นตัวที่กดศักยภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ และค่าแรงที่ต่ำเกินไปไม่เอื้อที่จะส่งเสริมให้แรงงานมีประสิทธิภาพและมีผลิตภาพ

“เรื่องนี้เรากำลังศึกษาอยู่และจริงๆเป็นเรื่องที่ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็เคยเสนอต่อที่ประชุมครม.เศรษฐกิจมาแล้วด้วยว่าปัญหาในระบบของประเทศไทยค่าแรงต่ำเกินหรือไม่ สัดส่วนรายได้ของประชาชนที่เป็นค่าตอบแทนแรงงานขณะนี้ถือว่าต่ำครับ ซึ่งเป็นสาเหตุของการไม่กระจายและความเหลื่อมล้ำ”นายกฯ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท