posttoday
"ชิน ใจเย็น" จากนักดื่มสู่นักอนุรักษ์ป่า

"ชิน ใจเย็น" จากนักดื่มสู่นักอนุรักษ์ป่า

31 พฤษภาคม 2558

หลังการเลิกเมา หยุดดื่ม ชีวิตดีขึ้นจริงๆ เมื่อเลิกเมา หยุดดื่ม หันหน้าเข้าป่าทำงาน

โดย...สายอรุณ ปินะดวง

ปี 2543 ชีวิตของ “ชิน ใจเย็น” หญิงหัวใจแกร่ง วัย 52 ปี ชาวบ้านผาตั้ง ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา กว่าจะเป็นนักอนุรักษ์ป่า มีเรื่องเล่าขานมากมายถึงตำนานนักดื่มเหล้าตัวยงชนิดหัวราน้ำ ไปร่วมงานทุกงาน เธอกับสามีต้องดื่มเหล้าเมามาย เพราะเชื่อว่าเมื่อเมาแล้วชีวิตมีความสุข
ไร้ทุกข์

ชีวิตเธอและสามีนอกจากเป็นนักดื่มจนเลือดเข้าเส้นแล้ว ยังเป็นนักกู้เงิน แถมติดการพนันงอมอีกด้วย เพราะอยากรวย อยากมีเงินทองมากๆ หวังว่าครอบครัวจะได้สุขสบาย แต่ยิ่งดื่มเหล้า ยิ่งเล่นการพนัน ชีวิตก็ทำให้ครอบครัวติดหนี้สินพะรุงพะรังจนชักหน้าไม่ถึงหลัง

ในปี 2535-2536 มรสุมชีวิตถาโถมเข้าใส่ครอบครัวใจเย็นย่ำแย่หนัก เมื่อสามีเจอคดีขับรถยนต์ชนคนอื่น ทำให้ต้องสูญเงินหลายแสนบาท ทำให้เกิดความเครียดกันทั้งครอบครัว รถยนต์ก็ไม่มีใช้ เหลือแต่รถจักรยานยนต์เก่าๆ คันหนึ่งเท่านั้น

หลังมรสุมชีวิตผ่านพ้นไป ชินกับสามีก็หันหน้ามาคุยกัน ค่อยๆ หาทางออกร่วมกันทีละเรื่อง พร้อมกับนั่งทบทวนชีวิตว่าควรเริ่มต้นกันใหม่อย่างไรดี เริ่มแรก คือ ทำสัญญาใจตกลงกับสามีว่าต้อง “เลิกดื่มเหล้า” ถ้าไม่เลิกจะไม่มีเวลามาทำมาหากิน หากมัวแต่ดื่มเหล้าบ้านโน้น ย้ายบ้านนี้อยู่เป็นประจำ เมื่อไม่มีเวลาทำมาหากินแล้วชีวิตจะดีขึ้นได้อย่างไร

แม้ว่าใครๆ บอกว่าเลิกเหล้าเลิกยาก ก็ลองพิสูจน์ดู ดีเดย์ในวันที่ 8-9 มี.ค. 2551 ตกลงหยุดดื่ม สองวันนั้นมีงานในหมู่บ้านและตำบลทั้งหมด 14 งาน วันที่ 8 มี.ค. มีงานรื่นเริง งานบุญ 7 งาน แบ่งให้สามีไป ซึ่งก่อนไปตกลงกันว่าจะเลิกดื่มให้ได้ วันนั้นสามีไปงานกลับมาถึงบ้าน ไม่มีกลิ่นเหล้า ต่อมาวันที่ 9  มี.ค. เป็นหน้าที่ของเธอต้องไปงานก็ทำตามข้อตกลงเช่นเดียวกัน คือเลิกดื่มทุกอย่าง...นับจากนั้นมาชีวิตทั้งคู่ก็ไม่เคยแตะเครื่องดื่มมึนเมาอีกเลย

“ได้พิสูจน์แล้วว่า หลังการเลิกเมา หยุดดื่ม ชีวิตดีขึ้นจริงๆ เมื่อเลิกเมา หยุดดื่ม หันหน้าเข้าป่าทำงาน ครั้งนั้นไปเป็นอาสาสมัครรับจ้างปลูกป่าวันละ 80 บาท สามีก็ไปรับจ้างเหมือนกัน สองคนได้วันละไม่ถึง 200 บาท แต่เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่าย ข้าวห่อไปกินเอง กลับเข้าบ้านมาซื้อของมาทำกับข้าว เหลือเก็บครั้งละ 10-20 บาท ก็ต้องเก็บและออม” ชิน เล่าถึงชีวิตหลังเลิกเหล้า

หยุดดื่ม หยุดกู้เงิน แล้วทำงาน เมื่อได้เงินเก็บออม เก็บทุกวัน 10-30 บาท มีมากออมมาก มีน้อยออมน้อย เอาไปฝากธนาคารทุกเดือน เดือนละ 200-300 บาท ออมเรื่อยมาจนถึงปี 2554 เห็นยอดเงินในบัญชีแล้วชื่นใจ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์มาจากน้ำพักน้ำแรงทั้งหมด แม้ว่ามีเงินเก็บไม่มาก แต่สำหรับคนฐานะยากจนเงินหลักแสนบาทมันมีค่าต่อชีวิตมาก

ชิน บอกว่า การเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม ทำงานรับค่าจ้างรายวันไปด้วย และช่วยงานในชุมชนไปด้วย ปี 2546 มีเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขุนควร อ.ปง ครั้งแรก ลงสมัครในหมู่บ้านก็ได้รับเลือกตั้ง เพราะเพื่อนบ้านเห็นความเป็นคนตั้งใจทำงาน เมื่อเป็น ศอ.บต.แล้ว ริเริ่มก่อตั้งธนาคารหมู่บ้าน โดยรวบรวมผู้ที่สนใจมาเป็นสมาชิกเก็บออมเงิน สอนให้ทุกคนรู้ถึงความสำคัญของการออม จนปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มถึง 93 คน

อย่างไรก็ตาม ก่อนเป็นอาสาสมัครรักษาป่าต้องไปอบรมศึกษาดูงานเรื่องการบริหารจัดการป่าด้วยชุมชน จนมีความรู้พัฒนาตนเอง ครอบครัว และช่วยเหลือชุมชนได้

“การปลูกต้นไม้ก็ต้องปลูกต้นที่กินยอดได้ ปลูกอะไรกินยอดต้นนั้น เราจึงมาคิดว่าจะปลูกต้นอะไรดี ที่ไม่ต้องลงทุนและมีทุนทางสังคมอยู่แล้ว ทำให้นึกถึงต้นผักหวานป่า ซึ่งเป็นต้นไม้ในป่าที่สร้างรายได้แก่ชาว อ.ปง เป็นกอบเป็นกำทุกปี และเป็นผักหวานป่าที่นิยมของผู้บริโภค”

การเข้าป่าไปเก็บผักหวาน คนเข้าป่าเสี่ยงต่อการถูกจ้องจับผิดว่าเป็นคนเผาป่า ทำอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเป้าและทำให้มีรายได้ มีอาหารทานได้ทั้งปี ก็เลยคิดว่าจะต้องปลูก “ผักหวานป่า” และได้เห็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ลองเพาะ ซึ่งทำได้จริง จากนั้นในปี 2554 หลังการศึกษาดูงานกลับมาบ้านคิดก็วางแผนเพาะต้นผักหวานป่าทันที

ช่วงแรกๆ ก็ลองผิดลองถูกเพาะต้นผักหวานจากเม็ดที่สุกแล้วจนชำนาญ ปี 2555 เพาะ 1,000 ต้น ปลูกเอง ปี 2556 เพาะ 5,000 ต้น ทั้งปลูกเองและขายต้นกล้าละ 10-20 บาท ปี 2557 เพาะ 4,000 ต้น ขายต้นละ 5 บาท มีรายได้จากการขายต้นกล้า 2 แสนบาท และปีนี้ 2558 เพาะแล้ว 2 หมื่นต้น ขายต้นละ 10 บาท ถ้าพร้อมปลูกต้นละ 40 บาท

“รายได้จากการขายต้นกล้าผักหวานรวมกับเงินออมที่มีอยู่ สามารถถอยรถยนต์ป้ายแดงออกมาขับได้อีกครั้ง ไว้สำหรับส่งต้นกล้าผักหวานให้ลูกค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น เก็บยอดขายได้ปีละ 1-2 หมื่นบาท เก็บเม็ดผักหวานป่าขายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท”

รายได้ที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้จนทุกวันนี้ เพราะอานิสงส์การอนุรักษ์และรักษาป่า ป่ามีความสำคัญ ทุกคนเมื่อรู้ว่าป่าสำคัญอย่างไร จึงช่วยกันรักษา ไม่เผาป่า มีผักหวานกินได้ทั้งปี และมีเงินเก็บไม่ลำบากอีกต่อไป

“เพราะเราหยุดเมา เลิกดื่ม มีเวลาทำมาหากินมากขึ้น ครอบครัวมีความสุข ไม่ต้องอยากรวย แค่พอมีกิน มีเก็บ ก็มีความสุข แบ่งปันความสุขให้คนในชุมชนและเพื่อนมนุษย์ด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์”ชิน กล่าวย้ำ

สังคมที่ดีในโลกนี้ไม่มีขาย แต่อยากได้ต้องร่วมกันสร้าง ป่าดี ดินดำ น้ำชุ่ม เขียวชอุ่มด้วยมือเรา...ชีวิตมีแต่ความสุขนิรันดร

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง