posttoday
อาเซียนเร่งแตกหน่อ ฟูมฟักธุรกิจเพื่อสังคม

อาเซียนเร่งแตกหน่อ ฟูมฟักธุรกิจเพื่อสังคม

31 พฤษภาคม 2558

แม้การทำธุรกิจเพื่อสังคมจะเป็นเทรนด์ดีๆ ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

แม้การทำธุรกิจเพื่อสังคมจะเป็นเทรนด์ดีๆ ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น หลายครั้ง “ธุรกิจที่ไม่ได้เล็งผลกำไรเป็นเลิศ เพราะต้องการแบ่งปันประโยชน์ให้สังคม” กลับไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรทั้งจากสถาบันการเงินและมุมมองจากคนรอบตัว โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็ก ที่มีระดับการแข่งขันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

ดังนั้น ภาครัฐจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่เข้ามาช่วยฟูมฟักการทำธุรกิจแบบใหม่นี้ เพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ และยังช่วยเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปได้พร้อมๆ กัน

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดในละแวกใกล้บ้านอาเซียนของเรา คือ สิงคโปร์ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการทำธุรกิจเพื่อสังคม และปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับธุรกิจเหล่านี้ ทั้งการเข้าถึงเงินทุน โนว์ฮาวในการทำธุรกิจ และความสามารถของผู้ประกอบการ บนเกาะที่มีศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจสูงสุดอันดับ 1 ของโลก และมีค่าครองชีพที่แพงกว่าเพื่อนบ้านในอาเซียนหลายเท่าตัว

เพื่อช่วยประคับประคอง รัฐบาลสิงคโปร์ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาที่มีชื่อว่า เรส (raiSE) เพื่อเป็นพี่เลี้ยงและขยายธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศ โดยระยะเบื้องต้น 5 ปีแรก จะให้การสนับสนุนทางการเงินทั้งในรูปของเงินให้เปล่าและรูปของการลงทุน วงเงิน 30 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 750 ล้านบาท) 

การพิจารณาเงินทุนสนับสนุน ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับว่าช่วยสังคมได้มากแค่ไหน เพราะเป้าหมายของรัฐบาลคือช่วย “ธุรกิจ” ไม่ใช่องค์กรการกุศล ดังนั้นจึงต้องผ่านเกณฑ์การประเมินทางการเงิน และพิสูจน์ความยั่งยืนของรูปแบบทางธุรกิจที่ทำให้ได้ และนอกจากให้เงินแล้ว ยังเน้นการอบรมและการให้ความรู้ รวมไปถึงการสนับสนุนด้านไอทีจากภาคธุรกิจที่ร่วมก่อตั้งหน่วยงานนี้

คริสทีน โหล ผู้ก่อตั้งร้านอาหารและแคเทอร์ริ่งที่ชื่อว่าบลิส กล่าวกับแชนแนลนิวส์ เอเชีย ว่า ที่ผ่านมา ความช่วยเหลือธุรกิจเพื่อสังคมค่อนข้างกระจัดกระจาย แต่หน่วยงานใหม่ของรัฐช่วยรวบรวมให้เป็นเนื้อเดียวกันเหมือน วันสต็อป เซ็นเตอร์ และมีการสนับสนุน
ที่หลากหลาย เพราะบางครั้งธุรกิจตัวเล็กๆ ก็ไม่ได้ต้องการแค่เงินช่วยเหลือเสมอไป เช่น บลิส ที่ต้องการเป็นคอร์สช่วยอบรมพนักงานกลุ่มผู้สูงอายุผู้มีปัญหาทางการได้ยิน และผู้ที่เคยเป็นเหยื่ออาชญากรรม มากกว่าเงินทุน  

อีกประเทศหนึ่งที่่มีแนวคิดน่าสนใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจเพื่อสังคมก็คือ มาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จอยู่ประมาณ 100 ราย

นายกรัฐมนตรี นาจิบราซัค ระบุว่า ธุรกิจเพื่อสังคมควรเป็นโฟกัสของระบบเศรษฐกิจที่มีคนเป็นศูนย์กลาง และมาเลเซียก็มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนผ่านรูปแบบของธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศอยู่แล้ว ภายในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งรูปแบบของการทำธุรกิจในอนาคตนั้น จำเป็นต้องมีองค์ประกอบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอยู่ด้วย เพื่อให้สามารถเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน

เพื่อปูทางไปสู่อนาคตตามที่ระบุไว้ มาเลเซียจึงมีการวางพิมพ์เขียวธุรกิจเพื่อสังคมขึ้นเป็นครั้งแรก ในกรอบปี 2015-2018 ซึ่งพิมพ์เขียวที่ว่านี้ จะเน้นไปที่การสร้างความสำเร็จของธุรกิจเพื่อสังคม การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อหนุนต่อการทำธุรกิจ การร่วมมือกับภาคเอกชน และการวางระบบเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ธุรกิจเพื่อสังคมในมาเลเซียจะสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ 

หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ในพิมพ์เขียว มาเลเซียก็จะมีธุรกิจเพื่อสังคมเพิ่มเป็นเท่าตัวภายในสิ้นปีนี้ และเพิ่มเป็น 1,000 ราย ภายใน 3 ปีนี้ และเป็นตัวอย่างที่ภูมิภาคเราจะสามารถเรียนรู้ความสำเร็จได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ